อ่าน 1,412 คน
AREA แถลง ฉบับที่ 141/2556: 10 ตุลาคม 2556
ย้ำอีกครั้ง อย่าอ้างเสือมาลวงค้านเขื่อนแม่วงก์

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
www.facebook.com/dr.sopon4

          บทความนี้เป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่า ไม่มีเสือในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ นักวิชาการเสือบางท่านแสดงหลักฐานว่าพบเสือ แต่ไม่ใช่บริเวณที่จะก่อสร้างเขื่อน บางท่านไม่ได้ไปดู แต่กลับฟันธงว่าเป็นรอยเท้าสุนัข
          ผมขอขอบพระคุณ ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ และ ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือและป่าที่มามองต่างมุมกับผม ในฐานะ ดร.ด้านการพัฒนาเมืองซึ่งไม่มีความรู้เรื่องป่าและเสือ แต่มีหลักฐานว่าสิ่งที่ท่าน ดร. ทั้งสองพูดนั้น ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยชี้เป็นประเด็นดังนี้
          1. ดร.นณณ์ กล่าวว่าอยากรักษาพื้นที่สร้างเขื่อนไว้ให้สัตว์ เพราะมีน้ำให้สัตว์ดื่ม {1} ผมขอเรียนว่าเมื่อสร้างเขื่อนก็ยิ่งมีน้ำและบริเวณหาดหิน หาดทรายให้สัตว์ (ทั้งเสือและเหยื่อของเสือ) เดินไปดื่มได้มากมายกว้างขวางกว่าที่เป็นลำห้วยที่แห้งแล้งในช่วงฤดูร้อนในปัจจุบันเสียอีก และท่านก็ยอมรับว่า ยังมีพื้นที่ราบบริเวณทุ่งใหญ่นเรศวร และที่ราบแถวห้วยขาแข้งอีกต่างหาก
          2. เรื่องที่ ดร.นณณ์ บอกว่าพบเสือที่บริเวณที่สร้างเขื่อนแต่ไม่มีหลักฐานแสดงและท่านก็คัดค้านการสร้างเขื่อน ผมจึงขอไม่เชื่อในข้อนี้ ส่วนที่ ดร.ศักดิ์สิทธิ์ แสดงหลักฐานว่าพบเสือ {3} นั้น  ปรากฏว่าเป็นการพบนอกพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนอย่างชัดเจน แต่ที่ผ่านมามีคนนำภาพเสือมาอ้างเพื่อขัดขวางการสร้างเขื่อนมาโดยตลอด


ภาพที่ 1: พื้นที่พบเสืออยู่ที่ห่างไกล โดยใกช้สุดอยู่ที่บ้านปางข้าวสารห่างบจากก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ประมาณ 6 กิโลเมตร
ถ้าเดินคงใช้เวลา 5 ชั่วโมง เพราะกรณีไปถึงยอดเขาโมโกจู 27 กิโลเมตร ยังใช้เวลาเดินไปกลับ 5 วัน

          3. ที่ผมว่าพื้นที่สร้างเขื่อนล้อมรอบโดยชาวบ้านนั้น ไม่ถึงขนาดว่าถูกตีกรอบแบบเถรตรงเช่นนั้น แต่ดูจากภาพถ่ายก็เห็นชัดเจนว่ามีบ้านชาวบ้านอยู่เต็มไปหมด รีสอร์ทที่พักก็มีนับสิบแห่งในบริเวณใกล้เคียง ถ้าเสือมีจริง ป่านนี้ชาวบ้านคงผวาไปแล้ว และระหว่างการไล่ชาวบ้านนับพันๆ คนเพื่อสร้างเขื่อนในพื้นที่เดิม กับการใช้พื้นที่ขนาดเล็กในที่ใหม่นี้ ผมมั่นใจว่าที่ใหม่นี้น่าจะมีผลกระทบต่อประชาชนน้อยกว่า ผมจึงเห็นแก่ประชาชนมากกว่าเสือ (จร) ครับ


ภาพที่ 2: จากแก่งลานนกยูง (A) มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ทั้งด้านตะวันออกและด้านใต้และมีรีสอร์ตนับสิบแห่ง

          4. ดร.นณณ์ บอกมีเสือ ผมบอกว่าถ้ามีชาวบ้านคงผวาออกล่าเสือและมีข่าวมายืนยัน และท่านบอกว่า
          4.1 กรณีข่าว “ชาวบ้าน อ.ประทาย โคราช ออกไล่ล่าเสือโคร่ง หลังพบออกมาหากินในพื้นที่” (www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1374306107) ท่านบอกว่า "ฟันธงได้เลยว่ารอยตีนหมาครับ" แม้ท่านเป็น ดร.ด้านเสือ แต่ไม่ได้ไปตรวจดูเอง ผมจึงขอเชื่อผู้ใหญ่บ้านและกลุ่มชาวบ้านที่อยู่กับสุนัขมาโดยตลอด ย่อมดูออกว่านั่นไม่ใช่รอยเท้าสุนัขอย่างแน่นอน
          4.2 กรณีข่าว “ชาวบ้านพบเสือ 2 ตัว - ผู้ว่าฯ ตาก วอนอย่าล่า (เพราะออกมาจากป่าสมบูรณ์)” (http://hilight.kapook.com/view/57796‎) ดร.นณณ์ ไพล่พูดไปว่า "สองตัวนี้ชัดเจนว่าออกมาจากป่าสมบูรณ์ คงหลงออกมา ไม่ได้ทำอันตรายหรือสร้างความเดือดร้อนแต่อย่างใด" แต่ประเด็นที่ผมยกก็คือ ถ้ามีเสือที่บริเวณสร้างเขื่อนแม่วงก์จริง ป่านนี้ชาวบ้านคงตื่น ออกไล่ล่าเหมือนกรณีนี้แล้ว แต่ชาวบ้านเฉย แสดงว่าไม่มีเสือนั่นเอง
          4.3 กรณีข่าว “เสือเบตง สิ้นฤทธิ์ จับตายเสือเบตง หลังตะปบชาวบ้านดับ 3 ราย” (http://hilight.kapook.com/view/79574‎) ข่าวนี้ ดร.นณณ์ ก็ยอมรับแล้วว่าเป็นไปได้ที่เป็นเสือจากป่า นั่นเองผมถึงบอกว่าถ้ามีเสือจากป่าให้ชาวบ้านพบ ชาวบ้านคงไม่อยู่เฉย รอเสือมากัดแน่นอน
          4.4 กรณีข่าว “ชาวบ้านขอนแก่นผวา เสือดาวบุกกินไก่ วอน จนท.เร่งล่า” (www.thairath.co.th/content/region/358936‎) ท่านว่าอาจเป็นเสือหลุดออกมา นั่นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องสำคัญที่ผมจะสื่อให้ประชาชนทราบก็คือ ถ้าบริเวณใดมีเสือ ย่อมมีการล่า (เพื่อเอาไปปล่อยในป่า)  ชาวบ้านที่แม่วงก์ก็ไม่เคยพบเสือ
          4.5 กรณีข่าว “ชาวบุรีรัมย์ผวาพบเสือ-รอยเท้าเกลื่อนขณะเข้าป่าหาเห็ด วอน จนท.เร่งจับตัว” (http://www.manager.co.th/Local/viewnews.aspx?NewsID=9560000096492) ดร.นณณ์ กล่าวว่า "ฟันธงอีกครั้ง ตีนหมาครับ" โดยที่ท่านไม่ได้ไปดูเอง  แต่ปรากฏว่า "เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เข้ามาตรวจสอบรอยเท้าสัตว์ที่ชาวบ้านบริเวณทุ่งนาที่บ้านสามเหลี่ยมแล้ว  ยืนยันว่าเป็นรอยเท้าเสือจริง" {4}
          5. เรื่องที่ ดร.นณณ์ “จับแพะชนแกะ” ว่าขนาดญี่ปุ่น (ประเทศอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่) ยังรักษาป่าไว้ถึง 67% ของพื้นที่ทั่วประเทศ แต่ความจริงก็คือญี่ปุ่นที่มีขนาดเพียง 71% ของไทยนั้น มีพื้นที่เพาะปลูกได้เพียง 12% เท่านั้น {5}  ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา-ภูเขาสูง บุกรุกขึ้นไปอยู่คงไม่ไหวเองต่างหาก ญี่ปุ่นมีเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 3,076 แห่ง และกำลังจะสร้างเพิ่มอีกมาก ขณะที่ไทยมีเพียง 218 แห่งเท่านั้น {6} ยิ่งกว่านั้นเขายังมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกเป็นจำนวนมากเพื่อผลิตไฟฟ้า ดร.นณณ์ ไม่ควรใช้ความรู้สึกขณะไปเที่ยวญี่ปุ่นระยะสั้นๆ มาอ้าง ผมจึงไม่เห็นด้วยที่ NGOs ไทยห้ามทุกอย่าง เช่นนี้แล้ว ประเทศชาติเราคงถดถอยแน่นอน


ภาพที่ 3: โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของญี่ปุ่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก www.japanfocus.org/-Sachie-MIZOHATA/3648
ถ้าใครกลัวนิวเคลียร์ ก็ไม่ควรไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกเลย

          ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าบริเวณที่สร้างเขื่อนแม่วงก์ (ซึ่งมีพื้นที่ 0.1% ของผืนป่าตะวันตก หรือขนาดเพียง 2 เท่าของเขตสาทร ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตเล็กที่สุดของกรุงเทพมหานคร) ไม่มีเสือ เสือ 11 หรือ 12 ตัวที่พบ คงอยู่ในผืนป่า 99.9% ต่างหาก การอ้างเรื่องเสืออย่างคลุมเครือและของ NGOs และนักค้านเขื่อนที่เต็มไปด้วยอคติเพื่อหวังลวงให้คนเชื่อผิด ๆ ตามตนจะได้ร่วมค้านเขื่อน จึงถือเป็นวาระซ่อนเร้นที่พึงสังวร

อ้างอิง
{1} โสภณ พรโชคชัย. ย้ำไม่มีเสือในพื้นที่สร้างเขื่อนแม่วงก์ www.area.co.th/thai/area_announce/area_anpg.php?strquey=area_announcement577.htm
{2} ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์. ตอบ ดร.โสภณ (รอบที่สอง) กรณีที่ท่านย้ำว่าแม่วงก์ไม่มีเสือ: www.siamensis.org/article/38975
{3} พบเสือโคร่งพื้นที่แม่วงก์-คลองลาน 12 ตัว www.thairath.co.th/content/region/374821 แต่จริง ๆ แล้วและดู www.youtube.com/watch?v=nIsMytg7ON8 จะพบว่าเจ้าหน้าที่ถือปืน 50 นายออกไล่ล่า แต่บริเวณสร้างเขื่อนไม่เคยมีข่าวเช่นนี้เลย จึงเป็นการ "ปลุกระดม" ข่าวเพื่อคัดค้านเขื่อนแม่วงก์เท่านั้น
{4} โปรดดูย่อหน้าสุดท้ายที่ http://www.naewna.com/local/62995
{5} โปรดดูข้อมูลของ CIA www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/ja.html
{6} โปรดดู www.icold-cigb.net/GB/World_register/general_synthesis.asp?IDA=206


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved