นักผังเมืองกับการคิดผิดเรื่องที่ตั้งศูนย์ราชการ
  AREA แถลง ฉบับที่ 341/2559: วันจันทร์ที่ 12 กันยายน 2559

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            ทุกท่านคงสังเกตเห็น ศูนย์ราชการในจังหวัดภูมิภาคต่าง ๆ ส่วนมากมักตั้งอยู่ห่างไกลเมือง สร้างความยากลำบากให้กับประชาชนในการติดต่อราชการ แถมทำให้เมืองขยายออกไปอย่างไรระเบียบ คำถามก็คือ นักผังเมือง เคยใช้วิชาความรู้ในการคิดถึงเรื่องเหล่านี้บ้างหรือไม่ นี่เรามีกฎหมายผังเมืองมา 64 ปีแล้ว ทำไมนักผังเมืองแทบไม่ได้มีบทบาทอะไรกับการพัฒนาเมือง

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะที่เกี่ยวข้องกับวงการวางแผนและพัฒนาเมือง ทั้งมีประสบการณ์ในการศึกษาเพื่อการพัฒนาเมืองใหม่ เมืองชี้นำ ขอตั้งคำถามที่เชื่อว่าประชาชนทั่วไปต่างกังขาถึงที่ตั้งของศูนย์ราชการที่มักถอยห่างออกนอกตัวเมือง ปัญหาของศูนย์ราชการใหม่ก็คือ

            1. มักตั้งอยู่ห่างไกลจากเมือง ทำให้ประชาชนเดินทางไปติดต่อราชการได้ด้วยความยากลำบาก สิ้นเปลือง เสียเวลามากมาย

            2. การที่ศูนย์ราชการขยายออกไป ก็ทำให้เมืองขยายตัวตามออกไปอย่างไรการวางแผน สร้างความยุ่งเหยิงให้กับเมืองโดยแท้

            3. ไม่ได้รวมศูนย์จริง ยังมีหน่วยราชการกระจัดกระจายตัว ทำให้การติดต่อราชการขาดประสิทธิภาพอยู่ดี แต่ต่อไปก็คงมีหลายศูนย์

            ศูนย์ราชการแต่เดิมอยู่ในย่านใจกลางเมือง การเดินทางมาติดต่อราชการของประชาชนก็สามารถทำได้สะดวก เพราะรวมศูนย์อยู่ใจกลางเมือง แต่เนื่องด้วยนักผังเมืองไทยมีวิสัยทัศน์ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่อย่างไร จึงพยายามจะรักษา "ซาก" เมืองไว้ ไม่ให้ใจกลางเมืองได้สร้างสูงในแนวดิ่ง กลัวบดบังโบราณสถานต่าง ๆ ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการจัดหาที่จอดรถพื้นราบ ทำให้พื้นที่สำนักงานของทางราชการมีจำกัด

            นักผังเมืองไทยคิดไม่เป็นว่า การที่เมืองหนาแน่นรวมศูนย์จะไม่ทำให้เกิดการเจริญเติบโตแบบสะเปะสะปะ คนมาติดต่อราชการก็ง่าย การใช้ที่ดินมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องบุกรุกออกไปทำลายพื้นที่สีเขียว ด้วยเหตุนี้ จึงพยายามเน้นการบูชา "ซาก" ของเมือง ให้ "คนตายขายคนเป็น" และจึงต้องทำให้เกิดการย้ายศูนย์ราชการออกไปด้านนอกของเมือง และทำให้ใจกลางเมืองมักจะ "แห้ง" ตายไปเพราะอะไร ๆ ก็ย้ายออกนอกเมืองหมด จะสังเกตได้ว่าตลาด ร้านค้า ก็ค่อย ๆ เงียบเหงาไป ย่านการค้าเดิมถูกบ่อนทำลายลง นัยว่าเพื่อการกระจายความเจริญในแนวคิดของพวกนักผังเมืองที่ไม่รู้จักคิด แต่แท้จริงเป็นการกระจายตัวที่ไร้ทิศผิดทางต่างหาก

            ในกรณีที่จำเป็นต้องสร้างศูนย์ราชการใหม่จริง ๆ ก็ควรที่จะ

            1. เป็นที่รวมศูนย์ของราชการทุกภาคส่วน ไม่ใช่ต่างหน่วยงาน ต่างก็สร้างศูนย์ของตนเอง

            2. ควรมีการตัดถนนเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ราชการใหม่กับใจกลางเมือง เพื่อการเดินทางเข้าออก

            3. ควรมีการวางผังสร้างเมืองใหม่ โดยมีที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม ให้ใครต่อใครมาสร้างเมืองในบริเวณนี้ แล้วใช้ผังเมืองกำหนดให้บริเวณอื่นเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรเท่านั้น แบ่งพื้นที่ให้มีการจัดสรรสร้างที่อยู่อาศัย โดยเก็บภาษีการพัฒนาที่ดินมาพัฒนาเมืองใหม่ เป็นต้น

            แต่เพราะนักผังเมืองแบบเก่า ๆ เดิม ๆ ย่ำระฆังไปวันๆ หนึ่งหรือไม่ การวางผังศูนย์ราชการ การพัฒนาเมืองในประเทศไทยเราจึงบิดเบี้ยวไปหมด อย่าทำงานแบบหายใจทิ้งไปวัน ๆ หนึ่ง คิดสร้างสรรค์ให้มากกว่านี้เพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อให้แต่ละหน่วยงานสร้างอาคารอลังการไว้ประดับบารมีเท่านั้น

            ขออนุญาตกระทุ้งพวกนักผังเมืองสักหน่อยนะครับ (ด้วยรักและปรารถนาดี)


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 2,836 คน
2019 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved