วัดเชตวันมหาวิหารในสมัยพุทธกาลมีมูลค่าเท่าไหร่ในวันนี้
  AREA แถลง ฉบับที่ 312/2560: วันพุธที่ 09 สิงหาคม 2560

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

           ท่านทราบไหม วัดเชตวันมหาวิหารที่พระพุทธจำพรรษาอยู่นานถึง 19 พรรษาจาก 45 พรรษานั้น มีค่าสูงมาก ว่ากันว่ามีค่าเท่ากับทองที่ปูบนพื้นเลย ถ้าเป็นวันนี้ราคาเท่าไหร่ แน่นอนว่าแพงกว่าวัดพระธรรมกายแน่นอน!!!

           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะที่เป็นผู้ประเมินค่าทรัพย์สิน ได้ทดลองประเมินค่าวัดเชตวันมหาวิหารที่สร้างในสมัยพุทธกาล เพราะหลายท่านว่ามีมูลค่าสูงมาก แต่ไม่มีการประมาณการว่ามูลค่าควรเป็นเงินประมาณเท่าไหร่ ในที่นี้ ดร.โสภณ ได้ทดลองประเมินเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และหากเทียบกับวัดพระธรรมกายแล้ว แพงกว่ามาก สาเหตุที่เทียบกับวัดพระธรรมกายนั้น ดร.โสภณ ไม่เคยเป็นศิษย์หรือเกี่ยวข้องกับวัดดังกล่าว เพียงแต่เป็นวัดที่มีสิ่งก่อสร้างมาก ราคาสูงมาก จึงนำมาเปรียบเทียบเพื่อการศึกษานั่นเอง

           สำหรับวิธีการประเมิน บ้างก็อาจใช้ค่าของเงินในสมัยก่อนผมเมื่อ 2500 ปีที่แล้วเทียบกับปัจจุบันแต่ก็น่าจะมีความคลาดเคลื่อน สูงเพราะเวลาผ่านไปเนิ่นนานเกินไป อย่างไรก็ตามตามพระไตรปิฎกระบุว่าอนาถบิณฑกเศรษฐี ใช้ทองคำปูบนที่ดิน ในที่นี้จึงใช้เหรียญสลึงซึ่งมีขนาด 2.011 ตารางเซนติเมตรซึ่งในพื้นที่หนึ่งตารางเมตรต้องใช้เหรียญสลึงถึง 4,972 เหรียญ สำหรับวัดเชตวันมหาวิหาร มีขนาด 129,499 ตารางเมตร ในที่นี้ประเมินว่าเป็นน้ำเสีย 40% ดังนั้นจำนวนเหรียญสลึงที่ต้องใช้ปูบนพื้นดินที่ไม่รวมน้ำจึงควรเป็น 386,290,800 เหรียญ

           เหรียญสลึงเหรียญหนึ่งมีน้ำหนัก 1.9 กรัมในขณะที่ราคาทองคำแท่งปัจจุบันเป็นเงินบาทละ 19,850 บาท ทองคำ 1 บาทมีน้ำหนัก 15.244 กรัม ดังนั้นทองคำ 1 กรัมจึงเป็นเงิน 1302 บาท อย่างไรก็ตามทองในสมัยก่อนคงไม่บริสุทธิ์แบบทองแท่งและเป็นทองรูปพรรณจึงให้ค่าทองที่เพียง 40% = มูลค่าประมาณ 34% ของทองคำแท่งดังนั้นทองคำ 1 กรัม ที่ 40% จึงมีราคา 448 บาท ดังนั้นท้องขนาดเท่าหนึ่งเหรียญสลึงจึงควรมีราคา 850.29 บาท

           ดังนั้นมูลค่าของที่ดินของวัดเชตวันมหาวิหารที่ไม่รวมสิ่งก่อสร้าง จึงเป็นเงิน 328,459 ล้านบาท แต่เมื่อคำนวณตามนี้ปรากฏว่าที่ดินตกเป็นเงินตารางวาละ 10.14 5,000,000 บาทซึ่งแพงเกินกว่าที่จะเป็นไปได้ในประเทศไทยถึง 5 เท่า (คงเป็นเพราะเจ้าเชตุได้เรียกร้องเอาไว้) แต่อาจใกล้เคียงกับเมืองที่เจริญที่สุดในอินเดีย แต่ก็ยังถือว่าแพงเกินไปอยู่ดี อย่างนั้นจะอย่างไรเสียราคาที่ดินของวัดนี้กินไม่น่าจะเกินที่คำนวณไว้ข้างต้น

           ถ้าเทียบกับในปัจจุบันโดยเฉพาะวัดที่มีมูลค่าสูงสุดคือวัดพระธรรมกาย จากข้อมูลระบุว่ามีมูลค่า 284,400 ล้านบาทแสดงว่าวัดธรรมกายยังมีมูลค่าเพียง 87% ของเฉพาะที่ดินของวัดเชตวันมหาวิหาร ยิ่งถ้าเทียบกับความมั่งคั่งของตระกูลเศรษฐีไทยอันดับหนึ่ง (เจียรวนนท์) ปรากฏว่ามีสินทรัพย์สูงถึง 741,700 ล้านบาทก็แสดงให้เห็นว่าอนาถปิณฑิกเศรษฐีมีทรัพย์สินมหาศาลจริงๆ

           โดยสรุปแล้วมีความเป็นไปได้ที่วัดเชตวันมหาวิหารหรือมีมูลค่าสูงมากจริงๆเนื่องจากเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาที่พระศาสดาประทับอยู่ถึง 19 พรรษาจาก 45 พรรษา

           ลองช่วยกันทบทวนดูว่าบ้านประเมินนี้สอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,855 คน
2017 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved