ใครคือคู่แข่งสำคัญของไทยในอนาคต
  AREA แถลง ฉบับที่ 408/2560: วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2560

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

           แน่นอนว่าคู่แข่งสำคัญของไทยคงไม่ใช่มหาอำนาจหรือมหาจักรวรรดินิยมจีนหรือรัสเซีย หรือก็ไม่ใช่ยูกันดา มองโกเลีย อุรุกวัยหรือลัตเวีย เอาแค่ในด้านการท่องเที่ยว ประเทศคู่แข่งสำคัญของไทยนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยสดงดงามกว่าไทยเป็นยิ่งนัก

           ผมในฐานะประธานสมาคมอสังหาริมทรัพย์นานาชาติ ประจำประเทศไทย (FIABCI-Thai) และในฐานะที่เคยทำงานองค์การสหประชาชาติหลายหน่วยงาน รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาในโครงการของกระทรวงการคลังทั้งในกัมพูชา บรูไน เวียดนาม และอินโดนีเซีย เดินทางไปสำรวจวิจัยทั้งในอนุทวีป อาฟริกา และอเมริกาทั้งเหนือและใต้ ตระหนักดีว่ามีประเทศคู่แข่งที่น่ากลัวและอาจทำให้ไทยเพลี่ยงพล้ำได้ในอนาคตที่ไทยเราพึงสังวร และไทยควรช่วงชิงนำหน้าก่อนที่จะถูกประเทศเหล่านี้แซงไปในไม่ช้า

           เป็นเรื่องน่าแปลกไม่น้อยที่ไทยแม้มีทรัพยากรการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ได้สวยงามเป็นที่สุดแต่ได้รับความนิยมสูงสุด มีนักท่องเที่ยวมามากที่สุด เพราะประเทศคู่แข่งของเรานั้นมัวแต่ทำสงครามกลางเมืองกันอยู่จนล้าหลังกว่าไทยถึงราว 30 ปี แต่เมื่อประเทศเหล่านี้ตั้งหลักได้เขาก็จะกลับมาแข่งขันกับประเทศไทยของเรา ยิ่งไทยเราอาจเกิดโอกาสมีความไม่สงบภายใต้ภาวะไฟสุมขอน จนอาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองด้วยแล้วประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรายิ่งน่าห่วงเป็นอย่างมาก

           คู่แข่งที่น่ากลัวยิ่งของเราไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ก็คือประเทศเพื่อนบ้านของเรานั่นเอง ประเทศเหล่านี้มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประเทศไทย แถมในหลายด้านอาจอุดมกว่าประเทศไทยของเราด้วยซ้ำ

           ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีพลเมืองและพื้นที่มากกว่าไทยถึงสามเท่าครึ่งมีเกาะอยู่ถึง 17,000 เกาะมีภูมิประเทศที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุดจากการไปประชุมที่นครปูซาน เกาหลีใต้ (24 กันยายน 2560) อินโดนีเซียกำลังสร้างแหล่งท่องเที่ยวอีก 10 บาหลี คือจะมี 'บาหลี' เกิดเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่ง ขณะนี้ เริ่มดำเนินการแล้ว 3 แห่ง กำลังดำเนินการอีก 4 แห่ง และอยู่ระหว่างวางแผนไว้แล้ว 3 แห่ง แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้มีธรรมชาติที่ยังใสพิสุทธิ์แถมเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรมด้วย

           ในคราวที่ผมเดินทางไปสอนวิชาการประเมินค่าทรัพย์สินที่นครมาคาสซา เกาะสุลาเวสี ในโครงการของรัฐบาลอินโดนีเซียได้พบนักท่องเที่ยวยุโรปบินจากไทยตรงไปท่องเที่ยวผ่านเกาะแก่งใกล้เคียงนี้ แม้แต่กรุงจาการ์ตาซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนน้อยกว่าบาหลีก็กำลังพัฒนาหมู่เกาะพันเกาะ (thousands islands) นอกฝั่งกลุ่มจาการ์ตาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวรองรับชาวจาการ์ตานับสิบล้านคน ผมนั่งเรือยอร์ชไปสำรวจมาแล้วใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนี้ชุมชนรอบทะเลสาบโทบา ซึ่งเคยเป็น Super Vocano เมื่อ 70,000 ปีก่อน ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จากทั่วโลก

           ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีเกาะมากมายถึง 7,000 เกาะ เกาะขนาดเล็กบางเกาะขายในราคาเพียง 150 ล้านบาท (ก็เป็นเจ้าของเกาะได้แล้ว) ดีกว่าเกาะ the World และ the Palm ที่ดูไบเสียอีก เพราะมีธรรมชาติและน้ำทะเลที่อุดมสมบูรณ์ไม่ใช่เกาะที่สร้างขึ้นและล้อมรอบด้วยทะเลทราย ฟิลิปปินส์ก็ไม่น้อยหน้าอินโดนีเซียกำลังพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต้อนรับชาวต่างประเทศอย่างขมีขมัน และเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จไม่น้อยในเร็ววันนี้

           สำหรับประเทศเมียนมา แค่เฉพาะพื้นที่ตั้งแต่ทางด้านใต้ของท่าเรือทวายถึงชายแดนที่ชุมพรก็มีเกาะใหญ่น้อยหลายร้อยเกาะ เกาะเหล่านี้ยังมีธรรมชาติอันใสพิสุทธิ์ สวยงามไม่แพ้หมู่เกาะพีพี ของไทยหลายแห่งอาจสวยงามกว่าแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชายทะเลของไทยเสียอีก เพียงแต่สถานที่เหล่านี้ยังไม่มีสนามบินขนาดใหญ่เพียงพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยว ถ้านักท่องเที่ยวนานาชาติสามารถเข้าถึงได้ง่ายอาจลืมประเทศไทยไปเลยก็ได้!

           เวียดนามเองก็มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 3,444 กิโลเมตร ยาวกว่าของประเทศไทยที่มีระยะทาง 3,219 กิโลเมตรเสียอีก ชายฝั่งเหล่านี้ได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวลือชื่อเป็นจำนวนมาก แถมสนนราคาค่าที่พักโรงแรมห้าดาวระดับเดียวกันก็ยังไม่แตกต่างจากประเทศไทย บางบริเวณยังกลับถูกกว่าด้วยซ้ำไป มีการพัฒนาท่าเรือขนาดใหญ่หลายแห่งรวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในป่าเขาตลอดจน ได้ผุดแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก แม้แต่ที่เกาะฟุก๊วก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับประเทศกัมพูชาก็กำลังพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวกันอย่างขนานใหญ่

           ใกล้เกาะฟุก๊วก กัมพูชาก็กำลังพัฒนานครสีหนุวิลล์ ให้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ รวมทั้งการพัฒนาสนามบินพาณิชย์ และทางหลวงเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เสียมเรียบนับเป็นเมืองหลวงการท่องเที่ยวของกัมพูชาที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดจากทุกมุมโลกในอนาคตสายการบินต่างๆ จะทยอยบินตรงสู่เสียมเรียบมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องผ่านไทยอีกต่อไป กัมพูชาก็กำลังพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอื่นในปริมณฑลทั่วประเทศเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามามากขึ้น รวมทั้งยังมีกาสิโนและเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นตัวกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศด้วย

           จะสังเกตได้ว่าประเทศเหล่านี้ผ่านพ้นจากภาวะสงครามกลางเมืองไปแล้ว ในอินโดนีเซียเมื่อเพียง 20 ปีก่อนก็ยังมีการลอบวางระเบิดในเมืองหลวงและเมืองอื่นๆ แทบทุกเดือน แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีอีกแล้ว เมื่อ 30 ปีก่อนทั้งลาว กัมพูชาและเวียดนาม ก็พึ่งสิ้นสุดภาวะสงครามกลางเมืองที่กินเวลาราว 20 ปี ส่วนเมียนมา เมื่อสองปีก่อนก็เพิ่งได้รับคืนประชาธิปไตยหลังจากอยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการทรราชทหาร ประเทศที่มีอิสรภาพ ก็มีความมั่นคงทางการเมือง เป็นที่ยอมรับของนานาชาติจึงมีเม็ดเงินเข้าไปลงทุนแผนที่อย่ามาลงทุนในประเทศไทยเช่นเคยเป็นอันมาก

           ความเป็นประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่อะไรที่ใสบริสุทธิ์ อย่างอินเดียประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็มีการซื้อเสียง ถ้าจะขุดคุ้ยลงไปการเลือกตั้งในเกาะใหญ่น้อย 17,000 เกาะ ก็อาจมีการโกงกันเลือกตั้งกันบ้าง แต่การยอมรับผลการเลือกตั้งโดยไม่มีการล้มกระดานลองสร้างความน่าเชื่อถือแก่นานาชาติ ในทางตรงกันข้ามรัฐบาลจากวิธีพิเศษจะตะโกนจนหลอดคอแทบแตก ก็ไม่มีนานาชาติเชื่อถืออยู่ดี บทความนี้แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรงแต่ก็ต้องขอบอกว่าประเทศไทยยังเลื่อนการเลือกตั้งออกไปทั้งที่บอกตอนแรกว่า "ขอเวลาอีกไม่นาน" ก็เท่ากับเรากำลังบั่นทอนศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเองไปอย่างน่าเสียดาย

           ดังนั้นนอกเหนือจากคู่แข่งซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดอันเป็นปัจจัยภายนอกแล้ว ยังมีปัจจัยภายในก็คือการเมืองที่ไม่โปร่งใสที่เป็นตัวฉุดรั้งประเทศชาติของเราด้วย ผมจึงได้แต่หวังว่าประเทศไทยจะหลุดพ้นภาวะชะงักงันเช่นนี้ และก้าวรุดไปข้างหน้า เพื่อไม่ให้คู่แข่งของเราตามทัน และเป็นการสร้างความมั่นคงและมั่งคั่ง ให้แก่ลูกหลานคนไทยอย่างแท้จริง

           ประเทศชาติไทยจงเจริญ


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 4,599 คน
2017 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved