ย้ำ: กระโจมอกอาบน้ำกลางถนน เพราะขาดประชาธิปไตย!
  AREA แถลง ฉบับที่ 411/2560: วันอังคารที่ 24 ตุลาคม 2560

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

           ตามที่มีคลิปประชดลุง-ป้านุ่งกระโจมอกอาบน้ำกลางถนนโคลน ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะภาวะขาดประชาธิปไตย รัฐโดยท้องถิ่นไม่มีเงินเพียงพอ ที่ผ่านมารัฐบาลส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ใหญ่โตดูดงบประมาณไปแทบหมด จะแก้ไขได้ก็ด้วยการเพิ่มขนาดและงบประมาณส่วนท้องถิ่น มีระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นสากล

           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และได้พาคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปดูงานด้านนี้ในประเทศต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ให้ความเห็นว่า กรณีที่มีคลิปลุง-ป้านุ่งกระโจมอกอาบน้ำกลางถนนในเขตจังหวัดสุรินทร์นั้น เป็นการประชดทางราชการที่ไม่ได้ปรับปรุงถนนหนทางต่าง ๆ ให้ดี และสภาพถนนที่ไม่ดีนี้เกิดขึ้นในท้องที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมากอยู่เป็นประจำ

           กรณีคล้ายคลึงกันนี้เคยเกิดที่จังหวัดตากด้วย (http://bit.ly/2dalWnq) ทั้งนี้ยังมีข่าวว่า "บิ๊กตู่ เตือนอย่าทำอีก ประชดนุ่งกระโจมอกอาบน้ำกลางถนน ชี้ภาพไปถึงยูเอ็น อายเขา" (http://bit.ly/2cLbba3) โดยนายกฯ บอกว่า

           1. เป็นหน้าที่ของท้องถิ่น

           2. ท้องถิ่นเอาเงินมาจากการเก็บภาษี

           3. ถ้าไม่พอ ส่วนกลางก็ส่งไปให้

           ที่ผ่านมายังไม่มีระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นสากล และยังกลับมีข้อเสนอให้เก็บภาษีเฉพาะบ้านที่มีราคาตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีไม่มาก ก็เท่ากับได้รับการยกเว้นแทบหมด จึงไม่มีเงินมาซ่อมแซมถนน ในทางสากล ท้องถิ่นต้องจัดเก็บภาษีให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ภาษีที่ส่งไปยังส่วนกลางจะมีน้อย และไม่พึ่งส่วนกลาง เพราะช้า และถูกส่วนกลางครองงำ

           แต่ในกรณีประเทศไทย เราเน้นเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ท้องถิ่นมีรายได้น้อยเพียง 10-15% ของงบประมาณ จึงทำให้ส่วนกลางส่งรายได้ไปให้ส่วนท้องถิ่น ทำให้ท้องถิ่นขาดความเป็นอิสระ ขาดประชาธิปไตย ถูกครอบงำโดยส่วนกลางมากเกินไป ยิ่งรัฐบาลส่วนกลางเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มมากเท่าไหร่ ก็ดูดเงินจากท้องถิ่นสู่ส่วนกลางมากขึ้น ท้องถิ่นก็ต้องรอพึ่งพิงส่วนกลางเป็นหลัก

           ดังนั้นประเทศไทยจึงควรมีระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยเก็บจากบ้านทุกหลัง ไม่จำเป็นต้องมีส่วนลดใด ๆ ดูอย่างกรณีภาษีล้อเลื่อน (รถจักรยานยนต์) ที่มีราคาเพียง 15,000 บาท ก็ยังเสียภาษีราว 1% ของมูลค่า ดังนั้นในกรณีที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์อื่น หากเก็บภาษีได้เพียง 1% ก็จะทำให้มีรายได้เพียงพอกับการซ่อมแซมถนนและพัฒนาท้องถิ่นแล้ว รัฐบาลก็ไม่ต้องส่งเงินมาสนับสนุน และไม่ต้องมา "รีดเลือดกับปู" ด้วยการพยายามขึ้นภาษี VAT

           การที่ไม่มีระบบภาษีนี้หรือถ้าจะมีก็เป็นแบบพิกลพิการนั้น ก็เพราะว่าบ้านเมืองไทยขาดประชาธิปไตย ดูอย่างจำนวนข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีเพียง 22% (http://bit.ly/2b53LRC) ราชการส่วนใหญ่อยู่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ถูกส่งไป "กินเมือง" ไปควบคุมประชาชน ประชาชนไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจในการจัดการทรัพยากรของตนเอง

           มาร่วมกับพัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นสากลและไม่บิดเบี้ยวกันเถอะ

 


ที่มา: https://www.facebook.com/dr.sopon4/videos/1396498207129428/

 


ที่มา: http://bit.ly/2dalWnq

 


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,339 คน
2017 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved