ที่สุดของห้องชุดริมรถไฟฟ้า
  AREA แถลง ฉบับที่ 464/2560: วันศุกร์ที่ 08 ธันวาคม 2560

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            ดร.โสภณชี้ทำเลที่โดดเด่นที่สุดตามแนวรถไฟฟ้า ณ พ.ศ.2560 นี้ ของที่มีราคาสูง จะมีอนาคตกว่า ตามตำราหรือภาษิตเนปาลที่ว่า "ซื้อของแพงร้องไห้หนเดียว ซื้อของถูกร้องไห้หลายหน"

            จากผลการสำรวจโครงการอาคารชุดตามแนวรถไฟฟ้าที่สร้างเสร็จในช่วง 6-36 เดือนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจที่นักลงทุนพึงรู้

            1. ทำเลที่มีห้องชุดมากที่สุดคือบริเวณ "บางซื่อ-บางใหญ่" ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีห้องชุดทั้งหมดถึง 27,540 หน่วย จากทั้งหมดที่สำรวจได้ หรือประมาณ 23% ของทั้งหมด การที่ห้องชุดเหล่านี้อยู่รวมกันในทีนี้ จึงทำให้เกิดภาวะล้นเกินในตลาดบริเวณดังกล่าว

             2. ทำเลที่มีห้องชุดที่ยังเหลืออยู่ในมือผู้ประกอบการสูงสุดก็คือบริเวณ "บางซื่อ-บางใหญ่" ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงอีกเช่นกัน โดยยังอยู่ในมือของผู้ประกอบการถึง 23% จากทั้งหมด ซึ่งแสดงว่าหลายโครงการ "ยังไม่พ้นขีดอันตราย" เพราะยังขายไม่ได้มากนัก บริเวณนี้จึงไม่ควรที่จะสร้างห้องชุดขึ้นมาใหม่ หากไม่คิดว่าจะสามารถแข่งขันกับอุปทานเดิมได้

            3. ทำเลที่มีสัดส่วนของผู้ย้ายเข้าอยู่มากที่สุดก็คือ ย่านรามคำแหงที่พบว่า 79% ของหน่วยขายที่มีผู้ซื้อไว้แล้ว ย้ายเข้าอยู่แล้ว ที่ยังว่างอยู่มีเพียง 21% เท่านั้น ทำเล "รัชดา-ลาดพร้าว" ก็มีผู้ย้ายเข้าอยู่ถึง 73% แสดงว่าทำเลทั้งสองนี้มีการขายที่ดี เป็นที่ต้องการของผู้อยู่อาศัยมากเป็นพิเศษ

            4. ทำเลที่มีผู้ย้ายเข้าอยู่น้อยที่สุดก็คือ "บางซื่อ-บางใหญ่" ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงอีกเช่นกัน ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ย้ายเข้าอยู่เพียง 47% เท่านั้น ย่าน "เพชรเกษม-บางหว้า" ก็มีผู้ย้ายเข้าอยู่ไม่มากนักคือเพียง 51% เท่านั้น แต่ทั้งนี้หน่วยขายส่วนใหญ่เพิ่งเสร็จไม่นานนัก

            5. ทำเล "รามคำแหง" เป็นบริเวณที่ผู้ซื้อย้ายเข้าอยู่มากที่สุด คือ 86% ที่เหลือ 14% เป็นผู้เช่า ที่มีสัดส่วนสูงในทำเลอื่นได้แก่ "บางนา-สมุทรปราการ" (85%) "หมอชิต-สะพานใหม่" (84%) "ยานนาวา-พระรามที่ 3" (82%) และ "เพชรเกษม-บางหว้า" (82%)

            6. ทำเลที่มีคนเช่าในสัดส่วนที่มากที่สุดก็คือ "สุขุมวิท ซอย 1-71" ที่มีคนเช่าอยู่ถึง 48% เพราะย่านนี้เป็นย่านที่ชาวต่างชาตินิยม (เช่า) อยู่อาศัย

            7. ย่านที่มีคนต่างชติเช่ามากที่สุดก็คือ ย่าน "สุขุมวิท ซอย 1-71" ทั้งนี้ปรากฏว่า คนต่างชาติอยู่มากถึง 42% รองลงมาเป็นย่าน "รัชดา-ลาดพร้าว" (25%) ย่าน "สุขุมวิท ซอย 77-บางนา" (24%) ย่าน "พญาไท-พหลโยธิน" (20%)

            8. ทำเลที่มีการเพิ่มขึ้นของราคาต่อปีในสัดส่วนสูงสุดก็คือ "รามคำแหง" ปีละ 6% รองลงมาก็คือ "สุขุมวิท ซอย 1-71" และ "พญาไท-พหลโยธิน" ที่ต่างมีราคาเพิ่มขึ้นปีละ 5.3% ส่วนทำเลที่เพิ่มต่ำสุดก็คือ "ธนบุรี-ตากสิน" เพิ่มเพียงปีละ 3.2% และ "แจ้งวัฒนะ" เพิ่มเพียงปีละ 3.3%

            9. อัตราผลตอบแทนสุทธิจากการให้เช่า คือค่าเช่า 10 เดือน หารด้วยราคาขาย สูงสุดในทำเล "แจ้งวัฒนะ" (5.5%) รองลงมาคือ "รามคำแหง (5.3%) ส่วนที่ได้ผลตอบแทนต่ำสุดก็คือ "พญาไท-พหลโยธิน" ได้ผลตอบแทนเพียง 4% เท่านั้น (ราคาคงสูงมาก)

            10. สำหรับค่าเช่าตลาดต่อตารางเมตรต่อเดือน สูงสุดก็คือ "สุขุมวิท ซอย 1-71" อยู่ที่ 758 บาท ส่วนที่ต่ำสุดก็คือ "แจ้งวัฒนะ" 265 บาทเท่านั้น เพราะตั้งอยู่ห่างไกล และยังไม่มีรถไฟฟ้านั่นเอง

            ใครสนใจลงทุนบริเวณไหนจำเป็นต้องรู้ข้อมูลอย่างละเอียด


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,430 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved