ขอทานเป็นอาชีพผิดกฎหมาย อย่าส่งเสริม
  AREA แถลง ฉบับที่ 131/2561: วันพุธที่ 07 มีนาคม 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะประธานมูลนิธิอิสรชน ได้ไปให้สัมภาษณ์ในรายการ "นารีกระจ่าง" ทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เมื่อวันอังคารที่ 6 มีนาคม 2561 โปรดดูรายละเอียดได้ตามนี้

6 มีนาคม 2561 รายการนารีกระจ่าง ดูวิดิโอคลิก:  https://youtu.be/UEzbFPehJks

            เรามักพบขอทานในกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะย่านธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ กันจนชินตา แต่นี่คือคือภัยเงียบที่จะสร้างปัญหาแก่สังคมโดยเฉพาะประเด็นการค้ามนุษย์ เป็นการฆ่าเด็กทั้งเป็น เป็นการสร้างบาปหนัก อย่าทำดีแบบมักง่าย

รายได้ขอทานสูงมาก

            แทบไม่น่าเชื่อ มีขอทานอยู่รายหนึ่งมีเงินสดติดตัวถึง 41,000 บาท ทั้งนี้เป็นผลจากการตรวจสอบเงินสดของขอทานโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอทานรายดังกล่าวบอกว่า นี่คือผลจากการขอทานในรอบ 7 วันที่ผ่านมา คุณนที สรวาที เลขาธิการมูลนิธิอิสรชน บอกผมว่าเคยแกล้งทำตัวเป็นขอทานภายในเวลา 6 ชั่วโมง ได้เงินถึง 2,200 บาท นักข่าวคนหนึ่งก็เคยแสร้งนั่งขอทานทั้งที่แขนขาดีๆ (ไม่เน่า ไม่ด้วน) ก็ยังขอเงินได้ 216.5 บาท ในเวลา 3 ชั่วโมง (http://goo.gl/aoIzSS)

            ค่าเฉลี่ยของรายได้ของขอทานรายหนึ่งเป็นเงินประมาณ 2,000 - 5,000 บาทต่อวัน รายได้ต่ำสุดที่ได้คือ 500 บาท ขอทานที่มีรายได้สูง จะทำตัวให้สกปรกที่สุด น่าสงสารเวทนาเป็นที่สุด หาก (แสร้ง) ทำแผลให้เหวอะหวะ (โดยใช้ถุงน่อง) หรือแสร้งแสร้งทำแขนหรือขาด้วยด้วยแล้ว ยิ่งมีรายได้สูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงพบขอทานเกลื่อนเมืองโดยเฉพาะในเขตใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานครนั่นเอง

            หากสมมติว่ามีขอทานเฉพาะในกรุงเทพมหานครประมาณ 5,000 ราย ๆ หนึ่งมีรายได้ประมาณ 1,000 บาทต่อวัน ก็จะมีรายได้รวม 5,000,000 บาทต่อวัน หรือปีละ 1,825 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีกรณีที่น่าสนใจก็คือ ลุงเอี่ยม ขอทานพิการในวัดไร่ขิง ที่ปรากฏว่าแต่ละปีบริจาคเงินให้วัด 1-4 แสนบาท แต่ปีล่าสุดบริจาคให้ถึง 1 ล้านบาท และตนเองยังมีเงินในบัญชีธนาคารหลายแสนบาท เป็นต้น(http://goo.gl/oqqNR7

            เมื่อเทียบกับรายได้ของคนขับแท็กซี่ โดยเฉลี่ยก็ได้ประมาณ 500 บาท  มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ได้ประมาณ 500 บาท แม่ค้าหาบเร่ที่ผมพบบริเวณถนนอโศก ก็ได้เงินราววันละ 500 บาทเช่นกัน ค่าแรงขั้นต่ำของคนไทยก็ประมาณ 300 บาท (ตอนรัฐบาลจะขึ้นให้คนงาน บางคนยังหมั่นไส้หาว่าสูงเกินไปเสียอีก) ลูกจ้างชั่วคราวตามหน่วยราชการ ก็มีรายได้ต่อวันต่ำกว่าขอทานเสียอีก แต่ไม่แน่ว่าคนเหล่านี้นี่เองที่เป็นผู้ใจบุญให้เงินขอทานบ้างก็ได้

จุดขายและทำเลขอทาน

            หลายคนคงเคยเห็นคลิปขอทานขาด้วนที่เผชิญเหตุนักเรียนตีกัน ขอทานตกใจเลย "งอกขา" ออกวิ่งบ้าง จนเป็นที่ตลกขบขันกันทั่ว  http://goo.gl/KhpWzE  นี่คือการใช้ความน่าสงสาร สมเพช สกปรก น่ารังเกียจมาเป็นจุดขาย บางคนลงทุนคืบคลานไปตามพื้นเปียกแฉะ บ้างก็ใช้ลูกตื้อ ฯลฯ การกระทำอย่างนี้อาจเข้าข่ายการหลอกลวง การสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับสังคมอีกต่างหาก หากทางราชการจะนำขอทานเหล่านี้ไปช่วยเหลือ เข้าสถานสงเคราะห์ เขาก็มักไม่ยอมไป เพราะมีรายได้ดีที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้

            ส่วนทำเลที่มักมีขอทานได้แก่ย่านแหล่งการค้าใจกลางเมือง แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้แก่ สีลม ใกล้ธนิยะ พัฒน์พงษ์ ย่านสุรศักดิ์ อาจแทบไม่พบเพราะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหรือไม่มีใครมาในยามค่ำคืนมากนัก อีกบริเวณหนึ่งก็คือสยาม ชิดลม เพลินจิต นานา อโศก เพราะมีนักท่องเที่ยวเดินเหินตลอดวัน นอกจากนี้ยังมีตามตลาดสดทุกแห่ง เป็นแหล่งที่มีขอทานชุกชุม กรณีนี้ก็คล้าย ๆ กับอินเดีย ที่จะมีขอทานเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก ในเมืองอื่น ๆ แทบหาไม่ได้

            ยิ่งกว่านั้นในแต่ละที่ยังมีขบวนการคอยจัดพามาวางไว้ แม้แต่ยามในสถานที่สาธารณะบางแห่งก็ยังได้รับค่าจ้างอำนวยความสะดวกให้ แม่ค้าก็อาจได้รับค่าจ้างให้คอยดูต้นทางให้ยามที่เจ้าหน้าที่เดินมาตรวจจับขอทาน เป็นต้น

ขอทานมีกี่ประเภท

            คนนั่งขอทานก็เป็นคนกลุ่มหนึ่ง วนิพกที่แลกเงินทานจากการร้องรำทำเพลงก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนคนเร่ร่อนหรือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ในที่นี้เราคงมุ่งพิจารณาเฉพาะกลุ่มขอทานเป็นเบื้องต้นก่อน จากข้อมูลของผู้ปฏิบัติงานในกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อได้กล่าวว่า ขอทานต่างชาติ (กัมพูชา) มีมากกว่าไทย โดยมีสัดส่วน 60% ส่วนขอทานไทยมีสัดส่วน 40% ขอทานไทยที่เคยพบตามข่าวนั้นมีถึงขนาดรวมกลุ่มเป็นหมู่บ้านขอทานก็ยังเคยมี

            ส่วนขอทานกัมพูชานั้นมีการรวมกลุ่มเป็นหมู่บ้านเช่นกัน (http://goo.gl/FB3mVf) เคยกวาดล้างได้แถวชลบุรีเป็นต้น แถวสุขสวัสดิ์ ประตูน้ำ ก็มีหมู่บ้านหรือเป็นกลุ่มบ้านเช่าที่ขอทานกัมพูชาเช่าอยู่รวมกัน สามล้อหรือแท็กซี่ไทยก็นิยมอำนวยความสะดวกรับออกมาขอทานที่แถวหน้าโรงแรมอินทรา โดยได้รับค่าจ้างถึง 100 บาท แต่หากเรียกตามมิเตอร์ อาจถูกกว่านั้นเสียอีก ตกลงว่าคนไทยเรา (บางส่วน) นี่แหละที่สนับสนุนขอทานกัมพูชา!

ทำไมจึงมีขอทานกัมพูชาในไทย

            ผมไปทำงานในโครงการที่ปรึกษากระทรวงการคลัง กัมพูชา ไปบรรยายอยู่หลายตลบ ไปสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยทั่วกรุงพนมเปญ พบขอทานน้อยมาก ยิ่งเมื่อไปทำงานอยู่กระทรวงการคลังที่เวียดนาม ซึ่งต้องไปสำรวจ บรรยายและเดินตลาดในฮานอย โฮจิมินห์ซิตี้ และนครอื่น ๆ ของเวียดนาม ก็แทบไม่เคยพบ  ทำไมพวกเขาจึงมาขอทานเมืองไทย ไม่ขอทานในประเทศของตนเอง

            ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้ข้อมูลว่า มีเด็กพิการในกัมพูชาเป็นจำนวนมากจากการเหยียบกับระเบิดที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศของเขา จึงมีการซื้อขายเด็กพิการในราคาตั้งแต่1,500 -3,000 บาท หรือสูงกว่า แล้วแต่ตกลงกัน นอกจากนี้ยังมีกรณีเช่าเด็ก โดยทำการจ่ายเงินให้กับพ่อแม่เด็กเป็นรายเดือนตั้งแต่ 1,000-2,000 บาท พร้อมทั้งตกลงระยะเวลากัน เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี จากนั้นจะลักลอบเข้ามาในประเทศไทยตามแนวชายแดน โดยอาจมีการจ่ายผลประโยชน์บางอย่างให้แก่คนไทย (http://goo.gl/DdyX5I)  ชาวกัมพูชาบ้างก็ชอบมาคลอดเมืองไทย เพื่อหวังได้สัญชาติไทย เป็นต้น

            ที่กัมพูชาเขาไม่ยอมรับขอทานเพราะต่างตระหนักดีว่าต่างคนต่างรอดพ้นภาวะยากลำบากที่สุดจากสงครามกลางเมืองมาแล้ว ทุกคนรู้จักการเอาตัวรอดดี  ไม่ "ดรามา" แบบไทย ๆ ที่ยัง "ยางหัวไม่ออก ไม่รู้สึก" เขาจึงไม่ค่อยให้เงินขอทาน หรือพวกที่งอมืองอเท้า ไม่ทำงานช่วยตัวเองเท่าที่ควร ชาวกัมพูชาเขามักจะทำบุญกันอย่างถูกกาลเทศะ เช่น ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ไปไหนก็จะแยกผ้าขาวม้า (กรอม้า) หรือผงชูรส (บีเจ็ง) ให้กับชาวบ้าน เป็นต้น ส่วนที่ลาว ถ้าจะทำบุญก็ไปวัด ไม่ยอมให้พระมายืนหน้าตลาดเช่นดินแดน "ตอแหลแลนด์"

เหตุใดคนจึงชอบให้เงินขอทาน

            จากการวิเคราะห์ด้วยข้อมูลทางสถิติ ผมได้พบว่าชาวบ้านคนหนึ่ง ๆ จะทำบุญ ทำดีเพื่อสังคมปีละประมาณ 2.69% ของรายได้ของตน http://goo.gl/LX3f59 ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็น "โบสถ์โหล" (โบสถ์ที่ออกแบบ-สร้างคล้ายๆ กันหมด) มากมายจากศรัทธาของประชาชน มีการทำบุญทำดีกับพระ แม่ชี วนิพก และขอทานตามตลาดสดกันมากมาย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาฝันร้ายเมื่อคืน เข้านี้เลยมาทำบุญให้ตนเองสบายใจ หรือ "ซวย" มานาน อยากได้มีโอกาสสบาย ๆ บ้าง เป็นต้น

            สถานีวิทยุเสียงอเมริกาได้เผยแพร่ผลการศึกษาว่า สมองมนุษย์จะปลอดโปร่งขึ้นเมื่อได้เป็นผู้ให้ และระบบเส้นประสาทที่เรียกว่า Vagus คือสาเหตุที่ทำให้เราอยากช่วยเหลือผู้อื่น อยากให้และอยากเสียสละ ทั้งนี้เป็นเพราะมีสารเคมีชนิดหนึ่งคือ oxytocin อยู่ในเส้นประสาท หากคนเราได้รับสารนี้เป็นจำนวนมาก ก็จะกลายเป็นคนใจป้ำ บริจาคกันยกใหญ่เลย (http://goo.gl/0epldp น.112 download ฟรี) แต่เราก็ควรมีวิจารณญาณในการบริจาคเช่นกัน

ต้องช่วยกันแก้ปัญหาขอทาน

            ท่านทราบหรือไม่ว่าการให้เงินเพื่อความสบายใจของเรา โดยเราไม่รับผิดชอบชั่วดีนั้น ทำให้เกิดขบวนการค้ามนุษย์กันขนานใหญ่ ฆ่าเด็กทั้งเป็น ที่ผ่านมาเคยจับเด็กมาทำให้พิการก็มีมาแล้ว (แต่เดี๋ยวนี้ซื้อเด็กพิการมาจากกัมพูชา) เด็กเหล่านี้โตในไทย ร้องเพลงชาติได้จับใจกว่าเด็กไทยเสียอีก พอโตหน่อยก็ขายดอกไม้ ขัดรองเท้า ขายบริการทางเพศ

            หากพบเห็นขอทาน เราควรแจ้ง 1300 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ซึ่งทางราชการจะส่งไปคัดกรอง ในกรณีคนไทยก็ไปสถานแรกรับคนไร้ที่พึ่งที่นนทบุรี ในอนาคตควรจัดสถานแรกรับขึ้นหลายแห่งเพื่อการดูแลรักษาให้ได้มากกว่านี้ ส่วนคนกัมพูชา ก็ผลักดันออกนอกประเทศต่อไป ชาวกัมพูชาหลายคนถูกจับซ้ำซาก 10-20 ครั้ง เปลี่ยนชื่อตลอด ต่อไปคงต้องสแกนนิ้วมือกันต่อไป นอกจากนี้ยังควรส่งเสริมอาชีพหาบเร่ (ไม่เอาแผงลอย) ใส่งอบ จัดที่ทางให้ขาย ให้เป็นเอกลักษณ์ไทย แทนการเที่ยวขอทาน

            ในเชิงนโยบาย ท่านทราบหรือไม่ งบประมาณแผ่นดินของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้เงินปีละ 10,000 ล้านบาท ในขณะที่ปัญหาสังคมมีหลากหลายเหลือเกิน จริง ๆ แล้วรัฐบาลควรเจียดเงินงบกลาโหม งบลับ งบไม่จำเป็นสารพัดมาช่วยแก้ปัญหาสังคมได้ ตั้งแต่การจับ ส่งสถานสงเคราะห์ ฝึกอาชีพ ฯลฯ สังคมก็จะดีกว่านี้ครับ

            อย่าลืม "ให้ทานถูกวิธี ลดวิถีการขอทาน"

 

ขอทานกัมพูชา กำลังใช้โทรศัพท์มือถือ

 

แม่ค้า มอ'ไซค์รับจ้าง แท็กซี่คนไทย ยังได้เงินแค่วันละ 500 บาท

 


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,516 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved