การศึกษาความเป็นไปได้เพื่อการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
  AREA แถลง ฉบับที่ 136/2561: วันพฤหัสบดีที่ 08 มีนาคม 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

           การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ระดับจุลภาคประกอบด้วยปัจจัย 4 ประการก็คือ ความเป็นไปได้ทางกายภาพ ความเป็นไปได้ทางข้อกฎหมาย ความเป็นไปได้ทางการตลาด และความเป็นไปได้ทางการเงิน

           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ได้แยกแยะการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในกาารพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในระดับจุลภาคไว้ใน FB Live เช้าวันที่ 8 มีนาคม 2561

FB Live เช้าวันที่ 8 มีนาคม 2561:
การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ คลิก: 
https://goo.gl/FrmJdr

1. กายภาพ

            การศึกษาความเป็นไปได้ทางกายภาพมีความสำคัญ เช่น ในกรณี

            1. น้ำท่วม ทำให้บางพื้นที่ไม่อาจก่อสร้างได้

            2. ไม่มีน้ำประปา – น้ำบาดาล ทำให้ความเป็นไปได้ในการสร้างที่อยู่อาศัยลดลง หรือต้นทุนในการอยู่อาศัยสูงขึ้น

            3. ไม่มีไฟฟ้า โดยเฉพาะในโครงการที่ร้าง ทำให้ผู้ลงทุนเข้าอยู่อาศัยในโครงการไม่ได้ แม้จะมีสาธารณูปโภคอื่นก็ตาม

            4. แผ่นดินทรุด ทำให้การก่อสร้างมีความเป็นไปได้ลดลง หรือเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ส่งผลลบต่อมูลค่าที่ดิน

            ปกติแล้วความเป็นไปได้ทางกายภาพไม่ค่อยมีความจำเป็น เพราะในเขตเมืองมักมีความเป็นไปได้สำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว ประเด็นที่กล่าวข้างต้นนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาในเขตนอกเมือง เป็นสำคัญ

ข้อกฎหมาย

            มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์จะแตกต่างกันในตัวเองอย่างมีนัยสำคัญเพียงเพราะข้อกำหนดทางกฎหมาย เช่น

            1. กรณีที่ดินตั้งอยู่คนละฝั่งถนนราคาก็แตกต่างกันเพราะผังเมืองกำหนดการก่อสร้างไว้แตกต่างกัน ฝั่งหนึ่งสร้างได้เฉพาะบ้านเดี่ยว อีกฝั่งหนึ่งอาจก่อให้สร้างอาคารพาณิชย์ได้ เป็นต้น

            2. กรณีแฟลตหรือห้องเช่า อาจมีราคาต่ำกว่าอาคารโรงแรมเพราะไม่สามารถใช้สอยได้เข้มข้นเท่า หรือในกรณีเป็นสถานอาบอบนวด ก็ยิ่งมีการใช้สอยต่อเนื่องที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับใบอนุญาตใช้อาคารที่แตกต่างกันในทางกฎหมายนั่นเอง

            ในปัจจุบันพื้นที่หลายแห่งมีข้อกำหนดและข้อจำกัดต่าง ๆ ในการก่อสร้าง เช่น ห้ามสร้างอาคาร (สูง) รอบสถานที่สำคัญ ห้ามก่อสร้างอาคารในระยะ 15 เมตรแรกบนถนนบางสาย มีข้อกำหนดพื้นที่ก่อสร้างต่อพื้นที่ดิน (Building Coverage Ratio) และข้อกำหนดการก่อสร้างตามขนาดที่ดิน (Floor Area Ratio) เป็นต้น

3. ตลาด

            ประเด็นหนึ่งที่ชี้ขาดความเป็นไปได้หรือไม่ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ก็คือความเป็นไปได้ทางการตลาด กล่าวคือ โครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นที่ต้องการของตลาดในพื้นที่และในห้วงเวลาของการศึกษาหรือไม่ หากไม่มีความเป็นไปได้  ก็ไม่ควรดำเนินการโครงการนั้น ๆ ต่อไป เพราะจะไม่ประสบความสำเร็จ  ในเชิงรูปธรรม ความเป็นไปได้ทางการตลาดหมายถึงการวิเคราะห์อุปสงค์และอุปทานเพื่อการคาดการณ์ความสมดุลและโอกาสการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ

            อาจกล่าวได้ว่า สินค้าในทำเลต่าง ๆ ที่ขายดี ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งก็คือการมีรถไฟฟ้า หากมีรถไฟฟ้ามากขึ้น ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสสร้างที่อยู่อาศัยมากขึ้น ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยไม่ถีบตัวสูงขึ้นนัก เพราะมีทำเลใหม่ ๆ ให้เลือกนั่นเอง  นอกจากนี้ บ้านที่ขายในระดับราคาที่ไม่แพงนัก เหมาะสมกับทำเลและประเภทที่อยู่อาศัย ย่อมขายได้ดี มีลูกค้ามาก นัยนี้แสดงถึงความเป็นไปได้ทางการตลาดของอสังหาริมทรัพย์

4. การเงิน

            ความเป็นไปได้ทางการเงินเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ประกอบด้วยการวิเคราะห์รายได้ รายจ่าย อัตราผลตอบแทน และระยะเวลาดำเนินโครงการ


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 963 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved