แจ็ก หม่า ก็แค่หุ่นเชิดผู้มีปลอกคอ
  AREA แถลง ฉบับที่ 281/2561: วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            ผมก็หวังว่านายแจ็ก หม่า จะมาช่วยประเทศไทย ดังคำที่นายกฯ บอกว่า "เขารวยแล้ว อยากมาช่วย" แต่แท้จริงแล้วนายแจ็ก บ่มิไก๊ อย่าได้หลงปลาบปลื้มเป็นอันขาด

            ข่าวที่น่ายินดีเมื่อไม่กี่วันมานี้ก็คือ "‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม ‘แจ็ก หม่า’ไม่หวังประโยชน์ ศก.-รับปากช่วยขายข้าว ยาง ปาล์มน้ำมัน ผ่านออนไลน์" (https://bit.ly/2Hi9BfV) ในด้านหนึ่ง ผมก็ภูมิใจในตัวแจ็ก หม่า ในฐานะคนจีนที่สร้างชื่อ สร้างตนได้อย่างน่านับถือ เราต้องนับถือคนรวยๆ ในฐานะที่เขาสามารถสะสมทรัพย์ได้มาก แต่ในอีกแง่หนึ่งเราก็ต้องตรวจสอบเขาด้วย ไม่ใช่เชื่อเขาอย่างมืดบอด สิ่งแรกที่พึงทราบก็คือเขามาลงทุน 11,000 ล้านบาทในไทย (https://bit.ly/2whZV4d) เราตีข่าวกันใหญ่ แต่เขาไปลงทุนในมาเลเซีย 57,000 ล้านบาท (7,000 ล้านริงกิต) (https://bit.ly/2KEyxAp) ทำศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคอาเซียน ในขณะที่ของไทยคงเป็นแค่สาขาย่อย

            แจ็ก หม่า มาพร้อม "ปาฏิหาริย์" ตามข่าวที่ว่า "ตะลึงจีนแห่ซื้อทุเรียนเว็บอาลีบาบา 1 นาที 8 หมื่นลูก เผยแจ็คหม่าขายลูกละพันบาท!" (https://bit.ly/2qTurvk) ฟังดูแล้วน่าอัศจรรย์นัก แต่เป็นการสร้างภาพ-ปาหี่-แหกตาอย่างน่าสงสัย ถ้าคำนวณจากมูลค่าประมาณการของทุเรียนที่จะขายได้ในปี 2561 ที่ 20,160 ล้านบาทนั้น เฉพาะส่วนที่เป็นทุเรียนหมอนทองสด คงเป็นเงิน 13,870 ล้านบาท แจ็ก หม่าขาย 80,000 ลูก ๆ ละ 990 บาท เป็นเงิน 79.2 ล้านบาทใน 1 นาที ถ้าต้นทุนที่ซื้อจากไทยจริงเป็นเพียง 50% ก็เท่ากับเป็นเงิน 39.6 ล้านบาทใน 1 นาที แสดงว่ามูลค่าที่ขายได้ทั้งปี ให้แจ็ค หม่าขายจะใช้เวลาเพียง 350.25 นาที หรือ 5.84 ชั่วโมง ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน

            ผมก็เป็นคนจีน ผมรู้ซึ้งอย่างหนึ่งว่า คนจีนแบบเดิมๆ ชอบวางฟอร์ม ขี้อวด หรือภาษาจีนแต้จิ๋วว่า "เฮ่าเลี่ยง" (好脸) ถ้าเรายังจำได้ จะเห็น แจ็ก หม่าเคยสร้างและแสดงนำในหนังกังฟู "ยกหาง" ตนเองโดยปราบทั้งจาพนม หลี่เหลียนเจี๋ย (เจ็ต ลี - ดาราบู๊ปักกิ่ง) กับเจินจื่อตัน (ดอนนี่ เยน - ดาราบู๊ฮ่องกง) (https://bit.ly/2qWsYEi) และยังเคยเต้นแบบไมเคิล แจ็กสัน และอื่นๆ แบบที่หนังสือพิมพ์ Straits Times ยังถามว่ามีอะไรที่แจ็ก หม่า ทำไม่ได้บ้างไหม (https://bit.ly/2vDZ5P3) กลยุทธ์การทำตนเก่งทุกอย่าง ก็เพื่อการสร้างภาพพจน์ให้กลายเป็น "สัพพัญญู" หรือเป็นผู้รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ผู้รู้ทั่ว (ปกติใช้กับพระพุทธเจ้าเท่านั้น)

            นายแจ็ก หม่ายังชอบไปกล่าวปาฐกถาหาคำศัพท์เท่ๆ ออกมาเรื่อย ๆ หลายท่านคงได้รับคลิปที่นายแจ็ก หม่า ส่งเสริมให้มี LQ หรือ Love Quotient โดยคลิปนี้ยังเผยแพร่อย่างกว้างขวางใน youtube อีกด้วย (https://bit.ly/2qO58Lb) คลิปนี้เองทำให้ผมสนใจ แจ็ก หม่าขึ้นมา (จากที่ไม่เคยมอง) ผมหาคำตอบใน google ว่า Love Quotient แปลว่าอะไร และผมก็พบว่าแจ็ก หม่าพูดคำนี้ในราวเดือนกันยายน 2560 นี้เอง (https://bit.ly/2xwlmgH) และก็พูดเรื่อยมา

            ผมบังเอิญพบว่า มีคนใช้ LQ ในทางอื่น เช่น ปี 2555: Leadership Quotient (https://bit.ly/2EZQp4R) ปี 2556: Learning Quotient (https://bit.ly/2qKxBlF) นอกจากนี้ยังอาจมี L อื่นๆ ที่ฟังดูรื่นหู ประทับใจอีกมากมายก็ได้เช่นกัน ดังนั้นนี่จึงถือเป็นการประดิดประดอยคำพูดของนายแจ็ก หม่า เพื่อพูดให้ตนดูดีเมื่อเร็วๆ นี้เอง จะสังเกตได้ว่าในวงการ "คนดี" ใครก็ตามที่อยากมีภาพพจน์ดี ต้อง

            1. พูดเรื่องธรรมะ ดีๆ

            2. ทำตัวเป็นฝ่ายธรรมะ

            3. สนับสนุนคนดี

            ในยุคสมัยปัจจุบัน จะมีพวก "เจ้าสัว" ที่ว่างงานที่วัน ๆ หนึ่งเอาแต่นั่งประดิดประดอยคำพูดหรูๆ เป็นสำคัญ สิ่งเหล่านี้นั้นอาจไม่ได้เป็นความจริง เป็นแค่การสร้างภาพอย่างหนึ่ง แล้วนายแจ็ก หม่า สร้างภาพอย่างไรบ้าง มีบทความเปิดโปง หรือมองต่างมุมกับนายแจ็ค หม่าเป็นจำนวนมากที่หลายคนอาจไม่ได้รู้ เช่น แจ็คกก

็ก หม่าก็เคยขายของปลอมในอินเตอร์เน็ต แต่ต่อมาก็ไล่พนักงานออก เคยเห็นด้วยกับการเข่นฆ่าที่เทียนอันเหมินว่าเป็นทางเลือกที่ผิดพลาดน้อยที่สุดแล้ว หรือเคยทำสิ่งที่อาจน่าสงสัยมากมาย (https://bit.ly/2qOYKDh) หรือเขาเคยบอกว่าบาทีของปลอมอาจมีคุณภาพดีกว่าของจริง (https://bit.ly/2qYKid1)

            อย่างไรก็ตามคนรวย ๆ ที่พ้นปลักความจนแล้ว ก็มักจะ "ล้างมือในอ่างทองคำ" สร้างภาพใหม่ให้ดูสวยหรู ยิ่งได้สื่อขายตัวมาช่วยสร้างภาพ ก็ยิ่งไปกันใหญ่ กลายเป็นหงส์ไปเลย แต่แม้ว่าจะเป็นหงส์หรือกา เราก็ควรเรียนรู้ เข้าทำนอง "เอาเยี่ยงกา แต่อย่าเอาย่างกา" ยิ่งเป็นหงส์ ก็ยิ่งมีสิ่งที่ควรเอาเยี่ยงอย่างมากมาย เราไม่ควรปฏิเสธ แต่ก็ไม่ควรมองแจ็ก หม่า อย่างมืดบอดประหนึ่งเทพมาโปรด

            ยังมีการเปิดโปงว่าแจ็ก หม่านำเงินจากองค์กรใหญ่ๆ ของจีนทึ่มีบิ๊กในวงการเมืองของจีนอยู่เบื้องหลังมาซื้อหุ้น 50% ของอาลีบาบาคืนจาก yahoo ดังนั้นถ้าเขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำทางการเมืองใน (พรรคคอมมิวนิสต์) จีน ก็คงไม่มีวันนี้ ถ้าไม่มีปลอกคอ ก็คงไม่รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกามาถึงวันนี้ เขาจึงอาจเป็นแค่หัวหอกทางการค้า หมากเด็ดหรือหุ่นของรัฐบาลจีนในเวทีโลก เรื่องในอีกมุม อีกซอกหลืบหนึ่งยังมีอีกมาก 

            การที่แจ็ก หม่า (แสร้งว่า) ขายทุเรียน 80,000 ลูกได้ในเวลา 1 นาที ในวันหน้าเขาก็คงสามารถนำสินค้าจีนมาทุ่มตลาดในไทย และตามร่าง พรบ.อีอีซี ไทยยังให้ต่างชาติมาเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้ 99 ปีโดยทำสัญญาต่อเนื่องกันได้เลย แถมเซ้งต่อได้อีก (ขนาด สปก.4-01 เกษตรกรไทยเลิกทำการเกษตรยังต้องคืนที่แก่หลวงไปให้คนอื่นทำต่อ) โอนที่ดินก็ไม่ต้องเสียภาษี ต่อไปจักรวรรดินิยมจีนก็คงมาทำโรงแรม ทำการค้าต่างๆ แข่งกับคนไทยได้ทั่วไปใน 7 จังหวัดภาคตะวันออก (ไม่ใช่แค่ 3 จังหวัดเพราะประกาศเพิ่มเองได้เลย) และอาจทั่วประเทศตามมาอีก

            แจ็ก หม่า ยังไม่รู้มาช่วยเหลือ หรือช่วยเถือประเทศไทยของเรากันแน่ ต้องจับตาดูให้ดี

            หมายเหตุ: ผมก็เป็นคนจีน แต่ไม่ชอบอวด ผมชอบยกมือไหว้ทุกคนที่ผมเห็นก่อน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่เพราะถือว่าเป็นการทักทายกัน ไม่ต้องรอให้ "ผู้น้อยคอยก้มประนมกร" แม้ผมมีเชื้อสายจีน 100% แต่ก็ถือว่าประโยชน์ของประชาชนแห่ง "แผ่นดินเกิด" มาก่อน


ที่มาของรูป: https://bit.ly/2x3OyNG


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 3,314 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved