อสังหาริมทรัพย์ไทยหอมกรุ่น ขายไป ร้องไห้ไป
  AREA แถลง ฉบับที่ 206/2562: วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            ตอนนี้อสังหาริมทรัพย์ไทยหอมกรุ่นจริงหรือไม่  มีคนอยากมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยกันมากจริงหรือ แล้วจะส่งผลต่ออนาคตประเทศไทยอย่างไรบ้าง

            สมัยที่นายกฯ ทักษิณพาแขกตะวันออกกลางมาเช่าที่ทำการเกษตร มีคนปากบอนบอกเป็นการขายชาติ  ตอนนี้พวกนี้ไปลงทุนทำการเกษตรเป็นล่ำเป็นสันอยู่กัมพูชา ลาว พม่า ทำให้อินโดจีนเจริญขึ้นมาก  แต่ขณะเดียวกันตอนนี้เรากำลัง "ขายชาติ" กันขนานใหญ่ มีคนมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยมากมาย จนถือได้ว่าอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังหอมกรุ่นเตะจมูกของนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างยิ่ง

            ความหอมกรุ่นนี้เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ อย่างช่วงปีกึ่งพุทธกาล (พ.ศ.2500) อเมริกันก็มาลงทุนมากมายโดยเฉพาะย่านรังสิต เพื่อเป็นการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น สิ่งทอเพื่อทดแทนการนำเข้า และเป็นกลไกอย่างหนึ่งในการทำสงครามเศรษฐกิจกับคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้นซึ่งรุกหนักในอินโดจีน  พอมาถึงช่วงครบ 200 ปีกรุงเทพมหานคร (พ.ศ.2525) ทัพนักลงทุนใหญ่น้อยของญี่ปุ่นมาแห่กันมาลงทุนกันยกใหญ่

            อย่างเมืองท่องเที่ยวเช่น เมืองพัทยา เริ่มแรกเมื่อ 30 ปีก่อน ก็เป็นพวกซาอุฯ มากันมาก แต่ต่อเมื่อคนไทยไปขโมย "เพชรซาอุฯ" และไปฆ่าผู้ช่วยทูตเขา พวกซาอุสน เลยหายไป  ต่อมาก็ยกขบวนมาโดยพวกยุโรปตะวันตก พวกสแกนดิเนเวีย รัสเซีย จนถึงจีนในยุคปัจจุบัน  พอนักท่องเที่ยวจีน "ประท้วง" ไม่มาเที่ยวไทยเพราะรัฐมนตรีไทยพูดไม่เหมาะสมกรณีเรือล่มที่เกาะเฮ ภูเก็ต  ก็ทำให้เมืองพัทยาเหงาหงอยไปเกือบครึ่งปีเลยทีเดียว

            อย่างไรก็ตามทุกวันนี้นับว่าจีนเป็นนักลงทุนใหญ่อันดับหนึ่งก็ว่าได้  เมื่อปี 2559 คนจีนสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นอันดับที่ 5-6 ของโลก  ปี 2560 ไทยขยับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 และมาในปี 2561 ไทยขยับมาเป็นที่ 1  ทำไมเป็นอย่างนี้  ในด้านหนึ่งก็เพราะประเทศยอดฮิตของจีน เช่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป ก็ค่อนข้างกีดกันและมีสงครามการค้ากับสหรัฐ  มีหลายประเทศมีข้อห้ามในการซื้อกีดกันนักลงทุนจีน เช่น

            1. ออสเตรเลีย ห้ามต่างชาติซื้อบ้านมือสอง เพราะจะทำให้ราคาขึ้น ประชาชนในท้องถิ่นเดือดร้อนได้

            2. นิวซีแลนด์ ห้ามต่างชาติซื้อบ้านเลย ยกเว้นเฉพาะบางชาติที่ยังซื้อได้ เช่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย เป็นต้น

            3. มาเลเซีย กีดกันโดยให้ซื้อเฉพาะบ้านที่มีราคาอย่างน้อย 0.5 - 2 ล้านริงกิต (4-16 ล้านบาท) บ้านราคาต่ำๆ ห้ามซื้อเด็ดขาด โดยเฉพาะในกัวลาลัมเปอร์ และเขตเศรษฐกิจพิเศษ  ราคาเบื้องต้น ต้องไม่น้อยกว่า  2 ล้านริงกิต

            4. สิงคโปร์ ห้ามซื้อบ้านที่การเคหะแห่งชาติสิงคโปร์สร้างขึ้น บ้านในสิงคโปร์ 85% สร้างโดยการเคหะแห่งชาติ ดังนั้นแทบทั่วเกาะห้ามต่างชาติซื้อ ยกเว้นที่เอกชนพัฒนา แต่ต้องเสียภาษี 20-25% จากการซื้อ

            5. ฮ่องกง ก็คล้ายสิงคโปร์ แต่กำหนดอัตราภาษีให้ต่างชาติเสีย คือ 30% เลยทีเดียว

            6. ไต้หวัน ก็กำหนดให้ต่างชาติโดยเฉพาะจีน ให้ซื้อแล้ว ห้ามขายต่อภายใน 3 ปี และต่างชาติจะอยู่ในไต้หวันได้ไม่เกิน 4 เดือน และให้กู้เงินธนาคารท้องถิ่นมาซื้อบ้านได้ไม่เกิน 50%

            จากข้อจำกัดข้างต้น จึงทำให้คนจีนหรือหลายๆ ชาติแห่มาซื้อบ้านในไทยเพราะ

            1. ไม่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำ ซื้อได้ทุกระดับราคา

            2. สามารถซื้อห้องชุดได้ 49% ของสิทธิในอาคารชุดนั้น

            3. ถ้าโอนเงินเข้ามาลงทุน 40 ล้าน ก็ซื้อที่ดิน 1 ไร่อยู่อาศัยได้เลย

            4. ในนิคมอุตสาหกรรม ก็สามารถซื้อที่ดินได้เลย

            5. เช่าที่ดินได้ 30 ปี จนถึง 50 ปี ได้ในกรณีการเช่าเพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม

            6. ในกรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษภูมิภาคตะวันออก ปรากฏว่าต่างชาติสามารถซื้อห้องชุดได้ 100% ซื้อที่ดิน หรือเช่าที่ 99 ปีก็ได้

            จากการประเมินของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตทแอฟแฟร์ส (www.area.co.th) พบว่าต่างชาติมาซื้อที่อยู่อาศัยในไทยถึง 20% อุปทานที่ผลิตในแต่ละปี  นี่ถ้าไม่มีต่างชาติซื้อ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยคงหดตัวลงมากเลย แถมยังมีนักเก็งกำไรอีกราว 15% ที่มาช่วยนักพัฒนาที่ดินซื้อหน่วยขายในโครงการต่างๆ  ถ้าหมดคนเหล่านี้ตลาดที่อยู่อาศัยไทยคง "ดิ่งเหว"! บางโครงการมีต่างชาติซื้อถึง 40% และภายใต้แรงขับของจีนที่แผ่มาสู่ภูมิภาคนี้ ต่อไปไทยคงเป็นมณฑลหนึ่งของจีน!?!

            การที่ต่างชาติมาซื้ออสังหาริมทรัพย์มากมายปานนี้ย่อมทำให้ ราคาบ้านแพงขึ้น ทำให้โอกาสการซื้อบ้านของคนท้องถิ่นเองหดหายลง  ความสามารถในการซื้อบ้านลดน้อยถอยลง นอกจากนี้ยังทำให้ต่างชาติมาครอบครองอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เข้าทำนอง "ขายชาติ" ได้ เพราะในประเทศไทยเรา  อาจเจอภัยก่อการร้ายที่มาซ่องสุมได้อีกต่างหาก ระบบตรวจสอบของไทยเราก็ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเสียด้วย เราเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มาสวมบัตรประชาชน มาครอบงำเศรษฐกิจ มาก่อการร้าย  เราก็อาจทำได้แค่ "วัวหายล้อมคอก" ป้องกันไม่ได้ล่วงหน้านั่นเอง

            ไทยจะประสบเภทภัยหรือวาสนา ต้องมาดูกัน

 

 


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,098 คน
2019 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved