ดร.สมคิดจะกระตุ้นเศรษฐกิจไปทำไม
  AREA แถลง ฉบับที่ 227/2562: วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2562

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            ดร.สมคิด "อัด" แพ็คเกจพยุงเศรษฐกิจ แต่ ดร.โสภณ "อัด" ดร.สมคิดว่า มาตรการที่ ดร.สมคิดและคณะคิด  น่าจะเป็นมาตรการที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดที่อยู่อาศัยมากกว่า

            มีข่าวว่า "สมคิด อัดแพ็กเกจพยุงศก. กระตุ้นอสังหา-ท่องเที่ยว" (http://bit.ly/2KVoA5W) แต่ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) เห็นต่างว่านี่จะเป็นมาตรการที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดที่อยู่อาศัย มากกว่า เป็นการ "รีดเลือดกับปู" (ประชาชนทั่วไป) ไปช่วยนายทุนใหญ่ๆ มากกว่า  รัฐบาลพึงคิดใหม่

            1. ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทยคาดการณ์ว่าจำนวนหน่วยขายในตลาดปี 2562 น่าจะลดลงกว่าปี 2561 เพียงเล็กน้อย คือประมาณ 120,000 หน่วย  แต่มูลค่าการพัฒนาน่าจะลดลง 19% เป็นมูลค่าที่จะเปิดใหม่ในปี 2562 นี้ประมาณ 457,000 ล้านบาท  แต่ไม่ปรากฏว่ามีการ "เจ๊ง" ของโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างชัดเจน เพียงแต่ขายได้ช้าลง เปิดตัวน้อยลง จึงไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตรการใดๆ

            2. กรณีการ "อัดช้อปช่วยชาติหนุนท่องเที่ยว" ที่บอกว่า จะให้ประชาชนซื้อของมากขึ้น ก็เพื่อให้นายทุนที่ผลิตสินค้าสามารถขายสินค้าให้ได้ต่างหาก ส่วนกรณีการหนุนท่องเที่ยวนั้น ถ้าประชาชนไม่มีเงิน จะไปท่องเที่ยวได้อย่างไร ต้องหาทางทำให้ประชาชนมีเงินก่อน ไม่ใช่ไปขูดเลือดกับประชาชนไปช่วยนายทุนอีกต่อหนึ่ง

            3. กรณีการ "ลดหย่อนภาษี" ก็เช่นเดียวกัน เป็นเพียงเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อและบริการของนายทุนใหญ่ๆ  สิ่งที่รัฐบาลควรทำมากกว่าก็คือการหาทางให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นต่างหาก  การกระตุ้นกำลังซื้อ ยิ่งทำให้เกิดภาวะ "รวยกระจุก จนกระจาย" ดูดเงินจากคนจนไปช่วยคนรวยมากขึ้น

            4. ในด้านมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ในเมื่อประชาชนยังไม่มีเงินซื้อบ้าน และภาวะเศรษฐกิจกำลังเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา ประชาชนควร "กำเงิน" ไว้มากกว่าที่เสี่ยงออกไปซื้อสินค้าที่อยู่อาศัย  แม้เป็นปัจจัยสี่ แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็มีบ้านของตนเองอยู่แล้ว หรืออยู่บ้านบุพการี ในยามนี้จึงยังไม่จำเป็นต้องรีบซื้อ  การจะรีบซื้อก็เพื่อช่วยนักพัฒนาที่ดินมากกว่าหรือไม่

            5. สำหรับมาตรการ "งัดแผนรับมือพืชผลราคาตก" นั้น สิ่งที่รัฐบาลควรทำก็คือการจัดหาตลาดใหม่ๆ ให้ข้าว ยาง หรือสินค้าและบริการอื่นของไทยได้ไปขายสู่ตลาดโลกเพื่อนำเงินเข้าประเทศ ไม่ใช่พยายามใช้แต่มาตรการ "อัฐยายซื้อขนมยาย" อย่างเช่นทุกวันนี้

            6. จากการที่รัฐมนตรีระดับสูงของไทย "พูดไม่ดี" กรณีเรือล่มที่ภูเก็ตเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ปรากฏว่าแม้ในเดือนเมษายน 2562 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมาเลย ไม่ใช่เพราะจีนมีปัญหา แต่เป็นเพราะเขาไปเที่ยวประเทศอื่นแทนต่างหาก แค่นับถึงเดือนตุลาคม 2561 เสียหาย 51,365 ล้านบาท (https://bit.ly/2S74pkr) แล้ว กรณีนี้ควรมีผู้รับผิดชอบ  การไปเที่ยว Roadshow อาจช่วยอะไรไม่ได้มากนัก

            7. กรณีการแจกเงินให้ไปเที่ยวคนละ 1,500 บาท (http://bit.ly/2KX4qZo) ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการไป "ประเคน" ให้นายทุน และที่สำคัญก็คือ เป็นการ "ให้ปลา" มากกว่า "ให้เบ็ด" ถือเป็นการ "ซื้อเสียง" เพื่อสร้างความนิยมในทางการเมืองระยะสั้น แต่เป็นการทำลายวินัยทางการเงินในระยะยาว

            ดร.โสภณ จึงย้ำว่ารัฐบาลไม่พึงออกมาตรการด้วยการ "รีดเลือดกับปู" (ประชาชนทั่วไป) ไปช่วยนายทุนใหญ่ๆ  รัฐบาลควรมีหลักคิดมากกว่านี้ ไม่ใช่หนุนให้คนไปท่องเที่ยวทั้งที่กระเป๋าแฟบ  ในยามเศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนควรกำเงินไว้ เพื่อความเสี่ยงในการลงทุนสูงมาก  การลดหย่อนภาษีต่างๆ ก็เพื่อช่วยให้ประชาชนไป "ช้อปช่วย (ดูดทรัพยากรให้) นายทุน" ต่างหาก ซึ่งยิ่งทำให้เกิดภาวะ "รวยกระจุก จนกระจาย"

            ดร.โสภณ เสนอว่ารัฐบาลต้องหาทางทำให้ประชาชนมีเงินก่อน มีรายได้จากฐานราก จะได้มีเงินมาใช้สอย ในขณะเดียวกันสิ่งที่รัฐบาลควรทำก็คือการจัดหาตลาดใหม่ๆ ให้ข้าว ยาง หรือสินค้าและบริการอื่นของไทยได้ไปขายสู่ตลาดโลกเพื่อนำเงินเข้าประเทศ ไม่ใช่พยายามใช้แต่มาตรการ "อัฐยายซื้อขนมยาย" เช่นที่ดำเนินการอย่างฉาบฉวยโดย ดร.สมคิดและคณะเช่นนี้  ส่วนในระบบตลาดที่อยู่อาศัย ก็ควรเน้นการประกันเงินดาวน์บ้าน เพื่อความมั่นคงของผู้ซื้อบ้านมากกว่า เมื่อผู้ซื้อมั่นใจ ก็จะทำให้ตลาดมีเสถียรภาพเอง

            หรือว่า ดร.สมคิดแคร์กับตัวเลข GDP ที่สวยหรู แต่ไม่ได้มุ่งเน้นแก้ปัญหา "รวยกระจุก จนกระจาย" เท่าที่ควร

 

ที่มาภาพ : https://www.prachachat.net/economy/news-317641


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,428 คน
2019 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved