ดร.โสภณโต้บลูมเบิร์ก: บ้าน 454,814 หน่วยขายไม่ออก?
  AREA แถลง ฉบับที่ 270/2562: วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

           ตามที่บลูมเบิร์กกล่าวอ้างว่า ดร.โสภณระบุประเทศไทยมีที่อยู่อาศัยถึง 454,814 หน่วย “ขายไม่ออก”

           เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่า. . .โสภณ พรโชคชัย ประธานกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของไทย กล่าวว่า “ไม่ใช่แค่กรุงเทพที่ภาพอสังหาริมทรัพย์กำลังชะลอตัวเท่านั้น เพราะในปีที่ผ่านมามีอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยซึ่ง (ในที่นี้รวมถึง บ้าน ทาว์โฮมส์ ตึกแถว และอื่นๆ)​ มีมากถึง 454,814 ยูนิตทั่วประเทศที่ยัง “ขายไม่ออก” (https://bit.ly/2QfyEpf) ซึ่งแปลมาจากข่าวภาคภาษาอังกฤษที่ว่า “A total of 454,814 residential units across the country were left unsold last year, with a value of $41 billion. . .“ (https://bloom.bg/2QakIwI)

           ข้อมูลข้างต้นมีความคลาดเคลื่อน อาจทำให้ส่งผลลบต่อตลาดที่อยู่อาศัย ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) จึงขอชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องดังนี้:

           ตัวเลข 454,814 หน่วยที่อยู่อาศัยนั้น คือตัวเลขที่รอการขายอยู่ไม่ใช่ขายไม่ออกและไม่ได้แสดงว่าภาวะตลาดตกต่ำหนักแต่อย่างใด ทั้งนี้ใน AREA แถลง ฉบับที่ 10/2562: วันพุธที่ 9 มกราคม 2562 ระบุว่าทั่วไทยยังมีบ้านเหลือขาย 454,814 หน่วย มูลค่า 1.34 ล้านล้านบาท (https://bit.ly/2AzHZSk) โดยมีรายละเอียดแยกเป็นรายจังหวัด ประกอบไว้ในแถลงฉบับดังกล่าวอีกด้วย

           หน่วยเหลือขาย 454,814 หน่วยเหล่านี้ คือยอดยกมาจากสิ้นปี 2561 ที่เข้ามาขายในปี 2562 อย่างเช่นในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีหน่วยขายยกมาขายในปีนี้จำนวนประมาณ 180,000 หน่วยนั้นเป็นทั้งหน่วยขายที่เพิ่งเปิดใหม่ในปี 2561 หรือที่เหลือขายมาก่อนหน้านี้แต่ ณ วันที่สำรวจนะสิ้นปี 2561 ยังไม่มีผู้ซื้อ ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าหน่วยขายเหล่านี้มีตำหนิขายไม่ออก หรือมีปัญหาในตัวหน่วยขายแต่อย่างใด

           ปกติในปีหนึ่งๆ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอุปทานอยู่ประมาณ 120,000 หน่วย ต่อปี ในระยะหลังมีอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ดังนั้นหน่วยขายที่เหลืออยู่ 180,000 ด้วยจึงเท่ากับจะถูกดูดซับไปภายในเวลาหนึ่งปีครึ่งซึ่งก็ถือว่าเป็นเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้มีอัตราการขายได้เดือนละประมาณ 5% ซึ่งแม้จะไม่สูงมากนักแต่ก็เป็นอัตราที่ยอมรับได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน

           อันที่จริงภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะตกต่ำกว่าในปัจจุบันหากไม่มีกำลังซื้อจากต่างประเทศและนักเก่งกำไรทั้งระยะสั้นและระยะยาวร่วมกันประมาณเกือบหนึ่งในสาม เพราะเศรษฐกิจชะลอตัวลง ซึ่งแตกต่างไปจากที่ทางราชการบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น  อย่างไรก็ตามเราควรมีการควบคุมอุปสงค์จากต่างประเทศด้วยการกำหนดราคาขั้นต่ำหรือการเสียดอกเบี้ยให้สูงเป็นพิเศษเช่นที่ประเทศเพื่อนบ้านอื่นได้ดำเนินการเพื่อไม่ให้ราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นจนประชาชนไทยไม่อาจซื้อได้

           ยิ่งกว่านั้นไทยยังควรห้ามต่างชาติซื้อบ้านมือสองพอจะดันราคาบ้านในตลาดเพิ่มขึ้น จนประชาชนขาดกำลังซื้อในที่สุด  ยิ่งกว่านั้นไทยควรควบคุมอุปทานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเพื่อป้องกันการผลิตล้นเกิน  เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่ตลาดที่อยู่อาศัยจะยังเติบโตต่อเนื่องและบริษัทมหาชนหลายแห่งยังได้กำไรดีในขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว

           ในการลงทุนไม่ว่าจะเป็นบริษัทพัฒนาที่ดินมหาชน นักลงทุนซื้อบ้าน หรือแม้แต่ประชาชนผู้ซื้อบ้านทั่วไป ก็ควรติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิดเพื่อไม่หลงเชื่อตามข่าวับข่าวที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ท่านสามารถติดตามข่าวสารตาสังหาริมทรัพย์ที่เที่ยงตรง เป็นกลางได้ที่ https://bit.ly/2LXD7hO

 


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 2,504 คน
2019 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved