ซื้อบ้านในสหรัฐอเมริกาดีที่สุด
  AREA แถลง ฉบับที่ 302/2562: วันพฤหัสบดีที่ 06 มิถุนายน 2562

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            เมื่อปี 2519 (43 ปีก่อน) ผมเกลียดสหรัฐอเมริกามาก!* แต่ 6 ปีต่อมา (ปี 2525) เพื่อนคนหนึ่งของผม ก็ไปเรียนต่อที่สหรัฐ แถมต่อมายังพาแม่และพี่น้องไปอีก 5 คน ไปซื้อบ้านตั้งรกรากที่นั่นจนถึงทุกวันนี้ ไม่คิดกลับมาแล้ว เพื่อนบางคนก็ไปเป็นอาจารย์ นี่ถ้าปี 2531 ผมยอมรับทุนจากอาจารย์อเมริกันไปเรียนต่อปริญญาเอก ป่านนี้อาจไม่กลับมาเหมือนเพื่อนผมอีกหลายคน

            อันที่จริงคนไทยที่กลับจากอเมริกามา “ตายรัง” ในไทยก็มี เช่น ป่วยไข้มาใช้ชีวิตในบั้นปลาย บ้างก็ยังมีบุพการีอยู่ในไทย บ้างก็ยังมีอสังหาริมทรัพย์ ที่สำคัญคนเหล่านี้รวยแล้วหรือพอมีฐานะแล้วในขณะนี้ คนมีเงินอยู่ที่ไหนก็ได้ โดยเฉพาะในประเทศถิ่นกำเนิดที่ค่าครองชีพถูกกว่า และตนมีฐานะที่จะซื้อความปลอดภัยได้ เช่น ซื้อบ้านในโครงการจัดสรรหรืออาคารชุดที่มีคุณภาพ เป็นต้น แต่สำหรับรุ่นลูกของผู้ที่อพยพไปสหรัฐ ก็คงแทบไม่มีใครกลับไทย เขารู้สึกว่าตนเองเป็นพลเมืองสหรัฐไปแล้ว มาอยู่ไทยก็คงมีรายได้น้อยกว่า ทั้งนี้ยกเว้นลูกคนรวยที่ส่งไปเรียนเมืองนอก มักจะกลับมาทำธุรกิจครอบครัวต่อ หรือคนที่เห็นโอกาสทางธุรกิจในไทย

            ไม่เฉพาะคนไทยที่อยากไปอยู่สหรัฐ ในปี 2559 สหรัฐเป็นอันดับหนึ่งของการเลือกซื้อบ้านในต่างประเทศของคนจีน (https://bit.ly/2vZLalT) ชาวฟิลิปปินส์ก็อยากซื้อบ้านในสหรัฐเป็นอันดับหนึ่ง (https://bit.ly/2yG8fbW) ชาวอินเดียเลือกสหรัฐเป็นอันดับสอง (https://bit.ly/2zjmOT8) ผู้เขียนเชื่อว่าถ้าไปถามชาวเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน หรืออีกหลายๆ ประเทศ ผู้คนก็อยากตะเกียกตะกายไปอยู่ในหรัฐกันเป็นจำนวนมาก

            ทำไมคนไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่าจึงคิดไปสหรัฐกันมานานหลายสิบปีแล้ว เมื่อไปแล้วก็ซื้ออสังหาริมทรัพย์อยู่ที่นั่น คำตอบก็คือ คนส่วนใหญ่ที่ไปนั้นเป็นคนหนุ่มสาวที่มักไปแสวงโชค หาโอกาสซึ่งในประเทศไทยเปิดโอกาสให้ขยับฐานะได้น้อยกว่า และมักเริ่มต้นที่ไปศึกษาต่อนั่นเอง เมื่อไปอยู่แล้วก็ติดใจ ท่านเชื่อหรือไม่ว่าขนาดพระธรรมทูตไทยที่มีอายุราว 35-40 ปีที่ถูกส่งไปประจำตามวัดต่างๆ ในสหรัฐนั้น ภายใน 3 ปีต่อมาประมาณ 7 ใน 10 รูปสึกไปใช้ชีวิตแบบฆราวาสในสหรัฐอเมริกา ทิดเหล่านี้ก็ซื้อบ้าน ซื้อรถ มีครอบครัวผาสุก ตั้งรกรากในสหรัฐกันต่อไป

            บางคนถามว่าสหรัฐปลอดภัยเสียที่ไหน โจรชุม ฆ่ากันโหดเหี้ยม แต่นั่นมันในหนังฮอลลีวูด ในความเป็นจริง สหรัฐมีความปลอดภัยสูงกว่าไทยมาก ย่านอันตรายที่ไม่ควรเดินผ่านไปก็มี ซึ่งก็มีในกรุงเทพมหานครเช่นกัน แต่แน่นอนว่าโจร/ขอทานมักมุ่งเป้าไปยังนักท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันเราเห็นเด็กนักเรียนหญิงขึ้นรถไฟฟ้าไปโรงเรียนก็ยังมี ท่านทราบหรือไม่ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา (2536-2561) สถิติอาชญากรรมในมหานครนิวยอร์กลดลงต่อเนื่อง (https://bit.ly/2LG21m3) ยิ่งในกรณีการก่อการร้ายที่เห็นเป็นข่าวใหญ่ในสหรัฐนั้น ไทยก็มีไม่น้อยหน้ากันนัก ยังดีที่ในสหรัฐยังไม่มีกรณีจะถูกแบ่งแย่งดินแดนแบบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

            ผมไปสหรัฐแทบทุกปี บางปีไปถึง 3 ครั้ง พบคนไทยมากมาย แทบทุกคนดีใจที่ได้ไปอยู่ที่นั่น เพราะรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินกว่าไทยมาก ล่าสุดมีเพื่อนคนหนึ่งย้ายไปเมืองสโปแคนในมลรัฐวอชิงตัน ที่มีขนาด 180 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าเขตหนองจอก) มีประชากร 200,000 คน ปรากฏว่านี่เป็นหนึ่งในเมืองที่จอดรถไว้ ไม่ต้องดึงกุญแจออกเลย รถไม่หายแน่นอน เมืองแบบนี้มีสักกี่แห่งในประเทศไทย ยิ่งกว่านั้นที่นั่นก็มีประชาธิปไตย ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ขาใหญ่ก็มี แต่น้อยมาก และคงไม่พบตำรวจคอยรีดไถ ไม่มี “อธิบดี” เบ่ง-ไม่ยอมให้ตรวจใบขับขี่ สหรัฐมีชนชาติ สีผิวที่แตกต่างกันมากมาย เขาก็เลยต้องเน้นให้ความเท่าเทียมกัน

            แต่สหรัฐก็อยู่ยากเหมือนกัน เช่นในวันดีคืนร้าย เราจัดเลี้ยงเพื่อนที่มาเยี่ยมบ้านเราแล้วดื่มเหล้ากันกลางสนามหญ้า ร้องรำทำเพลง ตีเกราะเคาะไม้ เปิดลำโพงเสียงดังลั่น แบบนี้เพื่อนบ้านจะไปแจ้งตำรวจมาจัดการแน่นอน เพราะละเมิดสิทธิของคนอื่น เราไม่สามารถ “ทำอะไรตามใจคือไทยแท้” ในสหรัฐและประเทศตะวันตกจึงเป็น “Unhappy Paradise” (สวรรค์ที่ไร้ความสุข) สำหรับพวกขวางโลก แต่ไทย กัมพูชาหรือประเทศกำลังพัฒนาอื่น กลับเป็น “Happy Hell” หรือนรกที่มีสุขที่ทำอะไรได้ตามอำเภอใจ

 

            ในสหรัฐดัชนีต่างๆ อันได้แก่ การพัฒนามนุษย์ ความสุข ความโปร่งใส ความมั่งคั่ง อิสรภาพทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้า เศรษฐกิจบนฐานความรู้ ความง่ายในการทำธุรกิจ ความเหลื่อมล้ำ GINI ล้วนดีกว่าไทย คนไทยและคนทั่วโลกจึงใฝ่ฝันจะไปซื้อบ้านและอยู่อาศัยในสหรัฐ แต่ประหลาดที่สหรัฐมีสถิติปล้น ฆ่า ข่มขืน ลักทรัพย์และมีนักโทษมากกว่าไทย กรณีนี้แม้แต่ระดับศาสตราจารย์ เช่น ดร.โจเซฟ สติกลิตซ์ ที่เคยมาเป็นที่ปรึกษารัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ยังเข้าใจผิดว่าไทยดีกว่า (http://bit.ly/1Prh1hG) แต่ในความเป็นจริงที่สหรัฐมีการตรวจจับ แจ้งความตามจริง สหรัฐกวาดเก็บนักโทษไว้ในเรือนจำมากกว่าจะปล่อยออกมาเพ่นพ่านสร้างปัญหาให้สังคมเป็นระยะๆ ต่างหาก

            บ้านเมืองเจริญกว่า มีโอกาสมากกว่าก็ทำให้คนย้ายถิ่นเข้ามา เช่นเมื่อร้อยปีก่อนก็มีคนจีนย้ายเข้ามาไทย คนพม่า เขมร ก็ย้ายมาทำงานเช่นกัน  แรกๆ พวกนี้ก็ย้ายมาชั่วคราว อย่างยายผมย้ายมาจากจีนเมื่อ 80 ปีก่อน หาเงินได้เท่าไหร่ก็ส่งกลับไปไถ่นา  แต่พอปักหลักปักฐานได้คนต่างด้าวก็คงซื้อบ้านในไทย แทนที่จะไปซื้อบ้านในประเทศบ้านเกิด เพราะลูกหลานเกิดในไทยย่อมมีโอกาสที่ดีกว่านั่นเอง (https://bit.ly/30eaWyq) ยิ่งกว่านั้นสำหรับแรงงานต่างชาติรุ่นใหม่ ก็อาจเปลี่ยนสถานะเป็นนักธุรกิจเอง จึงทำให้สามารถปักหลักปักฐานได้มากขึ้น

            แต่ก็มีคนไทยในไทยบางส่วนที่มีฐานะดีกว่าคนไทยที่ดิ้นรนไปถึงสหรัฐ หรือแม้แต่ชาวอินโดจีนที่เสี่ยงตายเป็น “มนุษย์เรือ” ย้ายไปสหรัฐและยุโรปจำนวนมากก็สู้ชาวอินโดจีนจำนวนหนึ่งที่ปักหลักในประเทศในสมัยหลังสงครามเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน คนที่โชคดีเหล่านี้คือใคร ก็คือพวกที่ยากจนที่เพิ่งเข้ารับราชการเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน แต่บัดนี้อยู่ในตำแหน่งราชการใหญ่โต ยิ่งถ้าเป็นผู้ทุจริตและไม่ถูกจับได้ ก็ยิ่งรวยกว่าคนที่อพยพไปสหรัฐอย่างแน่นอน** ด้วยเหตุนี้เองที่บ้านและที่ดินของสหรัฐซึ่งมีขนาดใหญ่มหาศาลกลับมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (https://bit.ly/2MQwbi3) ในขณะนี้อัตราการเพิ่มต่อปีสูงกว่าไทยด้วยซ้ำไป เพราะบ้านเมืองเจริญขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาษีของประชาชนซึ่งเก็บในอัตราสูงได้ถูกใช้ไปเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นโดยถูกโกงไปน้อยกว่านั่นเอง  แต่ก็ยกเว้นในกรณีวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นและทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำลงได้ครั้งคราวบ้าง

 

* ถือเป็นจักรวรรดินิยมที่มุ่งครองโลก อันที่จริงประเทศใหญ่ก็มักมีปัญหากับประเทศเล็กโดยรอบ อินเดียก็เช่นกัน หรือจีนที่รวยมากในยุคนี้ก็สยายปีกจักรวรรดินิยมไปทั่วโลก 

** ส่วนกรณียอดคนตัวกลั่นนั้นก็อาจประสบความสำเร็จได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ในกรณีนั้นคงไม่ต้องกล่าวถึง


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 3,196 คน
2019 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved