เหล็กไหลมีราคาถึง 700 ล้านจริงหรือ
  AREA แถลง ฉบับที่ 488/2562: วันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            เรามาตีราคาหรือประเมินค่าเหล็กไหลกัน ว่าที่นักการเมืองท่านหนึ่งครอบครองไว้ มีราคา 700 ล้านบาทจริงหรือไม่

            เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวว่า “คฑาเทพ เปิดเบื้องลึก โคตรเหล็กไหล 700 ล้าน เล่าละเอียดที่มา เชื่อส่งพลังให้ได้เป็น ส.ส.” (https://bit.ly/2m8ouvz) โดยนายคฑาเทพ  เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ว่า (เป็นผู้) ครอบครอง “. . . เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วมีชาวบ้านขุดเจอโคตรเหล็กไหลและนำไปเก็บไว้ แต่ปรากฏว่าเกิดเรื่องไม่ดีกับชาวบ้านจึงยกให้ตนมาบูชา. . . หลังจากตนนำไปบูชา ก็เกิดสิ่งดีๆขึ้นกับชีวิตมากมาย. . .มีคนที่เขาศรัทธาเชื่อเรื่องดังกล่าวเดินทางมาจากประเทศลาวเพื่อติดต่อขอบูชาพญาเหล็กไหลจากตนราคา 700 ล้านบาท แต่ตนไม่ได้ตอบตกลงขาย. . .เชื่อว่าด้วยพลังเหล็กไหล เป็นส่วนหนึ่งทำให้ได้รับเลือกเป็นส.ส.ด้วย”

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) ในฐานะอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินค่าทรัพย์สินมา 30 ปี ให้ข้อสังเกตว่าราคาดังกล่าวได้มาจากมีผู้มาขอซื้อในราคา 700 ล้านบาท ผู้ครอบครองจึงตีราคาไว้สูงเท่านั้น  แต่ราคาที่แท้จริงนั้นอาจไม่ได้สูงปานนั้นก็เป็นได้  เพราะยังไม่ได้มีการซื้อขายจริงตามนั้น  จึงเป็นราคาที่อ้างอิงไม่ได้

            ในการประเมินค่าทรัพย์สิน มีหลักการสำคัญอยู่ 3 ประการก็คือ

            1. การเปรียบเทียบตลาดว่ามีใครซื้อขายทรัพย์สินดังกล่าว (เหล็กไหล) ในราคาดังอ้างบ้างหรือไม่

            2. การวิเคราะห์จากต้นทุน อันได้แก่ต้นทุนการไปหามาครอบครองหรือต้นทุนการสร้างขึ้นใหม่

            3. การแปลงรายได้เป็นมูลค่า โดยทรัพย์ดังกล่าวต้องสร้างรายได้ที่ตีค่าเป็นตัวเงินได้ เช่น ทรัพย์สินที่มีมูลค่า 700 ล้านบาท ต้องสามารถสร้างรายได้ๆ ปีละ 70 ล้านบาท (ประมาณ 10%) นั่นเอง

            ถ้าดูจากรายการทรัพย์สินของนายคฑาเทพ ปรากฏว่า มีทรัพย์สินทั้งหมด 1,112,531,135 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินอื่นมูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท อันได้แก่เหล็กไหล 2 ก้อน 1,000  ล้านบาท และอีก 100 ล้านเป็นพระเครื่อง) แต่เงินฝากมีเพียง 2,281,135 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 8,250,000 บาท และยังมีหนี้สิน 801,083 บาท (https://bit.ly/2m7u4hO)  ถ้าเหล็กไหล 2 ก้อน 1,000 ล้านบาท มีฤทธานุภาพจริง ควรสร้างรายได้ให้กับผู้ครอบครองปีละ 100 ล้านบาท (ณ อัตราผลตอบแทน 10% ต่อปี)

            จากการตรวจสอบราคาเหล็กไหลพบว่า

            1. ใน Lazada มีการเสนอขาย “โคตรรังเหล็กไหลสุริยันราชา สีปีกแมลงทับ นิยมมากเพราะมีหลากสี และมีพลังมาก และเป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุดและเป็นก้อนเดียวในโลก 27 กิโลกรัม” ในราคา 55 ล้านบาท (https://bit.ly/2kNot06) และยังมีการเสนอขายในราคา 12.9 - 14.59 ล้านบาทด้วย

            2. ใน FB เหล็กไหล ก็มีการเสนอขายกันในราคา 10, 20 ถึง 100 ล้านบาท (https://bit.ly/2mp9N7z)

            3. เหล็กไหลที่เสนอขายกันทั่วไป มีขายในราคา 1,500-9,999 บาท (https://bit.ly/2m0FsfF)  ดังนั้นจึงยังไม่พบมีราคาสูงถึง 700 ล้านบาทเลย และราคาที่ซื้อขายกันจริงนับ 10 หรือ 100 ล้านบาท ก็เป็นเพียงการพูดกันเท่านั้น ไม่มีหลักฐานปรากฏ

            อย่างไรก็ตามในเรื่องปาฏิหาริย์หรือความศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้  ดร.สมบุญ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม และ รศ.ดร.วีรชัย  พุทธวงศ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เคยให้สัมภาษณ์ในรายการ “ฤทธานุภาพ เหล็กไหล | ตำนาน ชุด ความเชื่อ” ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 โดยอมรินทร์ทีวี ปรากฏว่าจากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ไม่พบฤทธานุภาพใดๆ แต่พบการหลอกลวงเรื่องเหล็กไหลในกรณีต่างๆ มากมายที่ทำให้สังคมหลงเชื่อโดยไม่ทราบข้อเท็จจริง (https://bit.ly/2mq8Vj6)

            ในการประเมินค่าจึงต้องนำไปตรวจสอบและเปรียบเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกันในแง่มุมต่างๆ ก่อน ดังนั้นราคาที่ตั้งไว้ 700 ล้านบาท จึงเป็นราคาที่ตามใจผู้ตั้ง ไม่ได้สะท้อนมูลค่าหรือเป็นราคาตลาดแต่อย่างใด  การตั้งราคาเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอ้างอิงได้  และหากมีการซื้อขายจริงตามราคาดังกล่าว ก็อาจเป็นกรณีการฟอกเงินได้ 
 


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 2,009 คน
2019 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved