มั่วที่ว่าไทยครองแชมป์ความยั่งยืน
  AREA แถลง ฉบับที่ 689/2563: วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

 

            ตามที่มีข่าวว่าไทยครองแชมป์ความยั่งยืนในอาเซียน น่าจะเป็นข่าวจริงจากการวิเคราะห์มั่วๆ  ดร.โสภณไม่แน่ว่ามีการ “ซื้อเสียง” สร้างชื่อประเทศหรือไม่

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) กล่าวถึงข่าวเร็วๆ นี้ที่ว่า “ไทยแชมป์อาเซียน การพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 63 ลดความไม่เสมอภาค ความท้าทายที่ต้องปรับปรุง” <1> นั้น ดร.โสภณ เชื่อว่าเป็นผลการวิเคราะห์ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเป็นอย่างยิ่ง  สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย ก็ยังเคยวิเคราะห์ว่าไทยมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำระดับต้นๆ ของโลก <2>

            เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ดร.โสภณ จึงนำตัวเลขความยั่งยืน รายได้ประชาชาติต่อหัว และดัชนีการทุจริตของประเทศต่างๆ ทั่วโลกถึง 164 ประเทศ รวมทั้งประเทศในอาเซียน 10 ประเทศมาวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์การถดถอย (Regression Analysis) เพื่อดูความสัมพันธ์เชิงตัวแปรระหว่างตัวเลขความยั่งยืน กับรายได้ประชาชาติต่อหัว และตัวเลขความยั่งยืนกับดัชนีการทุจริต

            ผลการวิเคราะห์พบว่าตัวเลขความยั่งยืน กับรายได้ประชาชาติต่อหัว และตัวเลขความยั่งยืนกับดัชนีการทุจริต ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเลย โดยใน 164 ประเทศนั้น ค่า R Square ค่อนข้างต่ำ โดยค่า R Square ของตัวเลขความยั่งยืน กับรายได้ประชาชาติต่อหัว ได้แค่ 33.8% และค่า R Square ตัวเลขความยั่งยืนกับดัชนีการทุจริต ได้แค่ 48.1% ซึ่งยังต่ำกว่า 50% หรือไม่น่าเชื่อถือ โดยอันที่จริงค่าสถิติที่น่าเชื่อถือควรสูงถึง 70% ขึ้นไปจึงจะมีความสัมพันธ์เชิงตัวแปรที่ชัดเจน  ยิ่งในกรณีวิเคราะห์เฉพาะประเทศในอาเซียน 10 ประเทศ ก็ยิ่งได้ตัวเลข Adjusted R Square น้อยลงไปอีก แสดงว่าค่าตัวเลขความยั่งยืนนั้นอาจไม่น่าเชื่อถือนัก

            ในกรณีเฉพาะ 10 ประเทศในอาเซียนที่ประเทศไทยได้รับคะแนนความยั่งยืนเป็นอันดับหนึ่ง (อย่างน่ากังขา แต่ก็น่าดีใจถ้าเป็นจริง) เพราะไทยมีคะแนนดัชนีทุจริตที่ 36 จาก 100 ต่ำกว่าเวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และสิงคโปร์   ยิ่งกว่านั้น ทั้งสิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย ต่างก็มีรายได้ประชาชาติต่อหัวสูงกว่าไทยมาก น่าจะทำให้ประชาชนมีชีวิตที่มีความยั่งยืนสูง มีความสะดวกสบายกว่าไทยมาก แต่กลับได้คะแนนความยั่งยืนน้อยกว่าไทย  ในทางตรงกันข้าม เมียนมาร์ กัมพูชาและลาวที่เป็นสังคมชนบทพึ่งตนเองสูงมากกว่าไทยด้วยซ้ำไป กลับได้รับคะแนนความยั่งยืนต่ำมาก

            ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าการที่ไทยได้รับคะแนนความยั่งยืนสูงสุดในอาเซียน น่าจะมีการวิเคราะห์ที่ผิดจากความเป็นจริงเพราะประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูง สังคมขาดความสงบ ขาดความยุติธรรมและแบ่งแยกจากการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ทำให้นักลงทุนไหนออกไปเวียดนามและประเทศอื่นเป็นอย่างมาก

 

อ้างอิง
<1> “ไทยแชมป์อาเซียน การพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 63 ลดความไม่เสมอภาค ความท้าทายที่ต้องปรับปรุง” BLTBangkok. 21 สิงหาคม 2563. https://www.bltbangkok.com/news/27847

<2> ความเหลื่อมล้ำ 2020 (1): เรารู้อะไร เราควรรู้อะไร. 16 มกราคม 2563. https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/649234

 


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 8,082 คน
2020 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved