ย้ำ บ้านประชารัฐคลองลาดพร้าว: ปล้นชาติเพื่อกฎหมู่
  AREA แถลง ฉบับที่ 273/2564: วันพุธที่ 07 เมษายน 2564

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            บ้านประชารัฐที่คุยว่าเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แท้จริงคือการปล้นสมบัติของแผ่นดินไปให้ "กฏหมู่" หรือไม่ ทำเพื่อผลงานแบบ "ลูบหน้าปะจมูก" หรือ "ผักชีโรยหน้า" หรือไม่

            ที่ผ่านมามีข่าวเรื่องการปรับปรุงคลองลาดพร้าวในแง่บวกเกินจริง (https://bit.ly/2PFrlJL) โดยในข่าวระบุว่าคลองลาดพร้าวมีความยาวทั้งหมด 31.9 กิโลเมตร เริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9 เชื่อมกับคลองแสนแสบ (เขตวังทองหลาง) มายังวัดลาดพร้าว-วังหิน-บางบัว (เขตจุตจักร)-คลองถนน (เขตดอนเมือง) -สะพานใหม่ และคลองสอง (เขตสายไหม) มี 50 ชุมชน รวม 7,069 ครัวเรือน ประชากรเกือบ 30,000 คน ชาวบ้านอยู่อาศัยบนที่ดินริมคลองซึ่งกรมธนารักษ์ดูแลมานานไม่ต่ำกว่า 50 ปี โดยไม่ได้เสียค่าเช่า และบางส่วนที่มาอยู่ในภายหลัง เมื่อไม่มีที่ว่างบนฝั่งจึงปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลงไปในลำคลอง แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เข้ามาจัดระเบียบ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นปัญหามวลชน

            ตามข่าวยังบอกว่า "หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนแล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี (สามารถต่อสัญญาได้ครั้งละ 30 ปี) อัตราค่าเช่าไม่เกิน 2 บาท/ตารางวา/เดือน) หลังจากนั้นจึงจะเริ่มปลูกสร้างบ้าน. . .สนับสนุนเรื่องสินเชื่อไม่เกิน 360,000 บาท/ครัวเรือน ระยะเวลาผ่อน 20 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภคครัวเรือนละ 75,000 บาท เงินอุดหนุนและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 72,000 บาท. . .ขณะนี้สร้างบ้านเสร็จไปแล้ว 34 ชุมชน รวม 1,190 ครัวเรือน อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1,231 ครัวเรือน โดยมีชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมไม่ได้จำนวน 958 ครัวเรือนร่วมกันจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างชุมชนใหม่ รวม 6 โครงการ ส่วนที่เหลืออีก 16 โครงการขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างW

            นี่คือการเอาเปรียบสังคมอย่างชัดเจน

            1. ชุมชนเหล่านี้อาศัยความเป็น "กฎหมู่" ได้เปรียบสังคม อยู่มา 50 ปี รวม 2 ชั่วรุ่น ยังจะได้สิทธิพิเศษอีก อย่างนี้เท่ากับเอาสมบัติของแผ่นดินไปให้ "กฎหมู่" อย่างไม่เป็นธรรมต่อสังคมส่วนรวมหรือไม่

            2. มีการ "ประเคน" ที่ดินให้เกือบฟรี คือ เช่าตารางวาละ 2 บาทต่อเดือน เช่น ถ้าได้ที่ดิน 50 ตารางวา ก็เท่ากับเช่าปีละ 1,200 บาท ในขณะที่ที่ดินใกล้เคียง คงมีราคาตารางวาละ 50,000 บาท ถ้าที่ดิน 50 ตารางวา ก็เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท ถ้าต้องเช่าตามราคาตลาด ก็เท่ากับเป็นเงินประมาณ 1% ต่อปี เป็นเงิน 25,000 บาทต่อปี เท่ากับให้ชาวบ้าน "อภิสิทธิ์ชน" เหล่านี้เช่าต่ำกว่าค่าเช่าตลาดถึง 21 เท่า

            3. ยังมีการให้สินเชื่ออีก 360,000 บาทต่อครัวเรือน ให้ผ่อนนาน 20 ปี ดอกเบี้ยต่ำเพียง 4% ซึ่งต่ำกว่าประชาชนที่ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่กฎหมู่หรืออาจต่ำกว่าข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจเสียอีก อย่างนี้ถือว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่

            4. ที่ดินราคาแพงในเมือง ควรนำมาสร้างห้องชุดซึ่งในพื้นที่ 1 ไร่ หากจัดสรรที่ดิน อาจจัดสรรได้สุทธิ 80% หรือ 320 ตารางวา หากแต่ละแปลงมีขนาด 50 ตารางวา ก็เท่ากับ 6.4 หน่วยเท่านั้น  แต่ที่ดิน 1 ไร่ หากนำมาสร้างที่สัดส่วนอาคารต่อที่ดินที่ 5:1 ก็ควรสร้างได้ 8,000 ตารางเมตร  หากพื้นที่ขาย/เช่าสุทธิเป็น 70% ก็เท่ากับ 5,600 ตารางเมตร หากแฟลตห้องหนึ่งมีขนาด 50 ตารางเมตร ก็สามารถให้อยู่อาศัยได้ถึง 112 ครัวเรือน แสดงว่าในพื้นที่ 1 ไร่ ยังจัดให้คนจนอื่นเข้าอยู่ได้อีกนับร้อย ไม่ใช่แค่ 6.4 หน่วย  การใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างไร้ประสิทธิภาพ และเอื้อ "กฎหมู่" จึงเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

            ความไม่ชอบมาพากลของ “บ้านประชารัฐ” อีกประการหนึ่งก็คือ นี่เป็นโครงการแห่งการทุจริตหรือไม่ การรับเหมาก่อสร้างต่างๆ ที่เกิดขึ้น  งบประมาณต่างๆ ที่ประเคนกันมหาศาลเพียงเพื่อให้โครงการเกิด การรุกล้ำที่สาธารณะ ตลอดจนการสวมสิทธิ์ในการจองบ้านนั้นมีหรือไม่ มีใครตรวจสอบไหม จะจัดการอย่างไรดี ควรเป็นสิ่งที่จะพึงตรวจสอบโดยด่วนที่สุด

            การเอาใจ "กฎหมู่" เพื่อสร้างผลงานแบบ "ผักชีโรยหน้า" หรือ "ลูบหน้าปะจมูก" ย่อมไม่ได้ใจคนส่วนใหญ่ และเป็นการทำลายความยุติธรรมในสังคม แถมยังเปิดช่องให้มีการทุจริต สวมสิทธิ์เสียอีก


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 2,470 คน
2021 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved