อ่าน 1,151 คน
AREA แถลง ฉบับที่ 27/2553: 25 พฤษภาคม 2553
รายงานสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1/2553

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

          ไตรมาสที่ 1/2553 ของประเทศไทยนับว่าดีกว่าไตรมาสที่ 1/2552 อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วง 2 เดือนล่าสุดคือ เดือนเมษายน - พฤษภาคม 2553 สถานการณ์ผันผวนมาก ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) ได้ทำการสำรวจในโครงการวิจัยต่อเนื่อง Real Estate Index ล่าสุดถึงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ แสดงผลการสำรวจดังนี้

          1. อุปทานที่อยู่อาศัยเฉพาะที่เปิดขายใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ล่าสุด ณ ไตรมาส 1/2553 จำนวนหน่วยขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2552 มากกว่า 70% โดยในไตรมาสแรกของปี 2553 นี้ จากผลการสำรวจภาคสนามพบว่าโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ (นำออกมาขายใหม่ ไม่รวมโครงการที่ขายมาก่อนหน้านี้แล้ว) มีจำนวน 81 โครงการ จำนวน 22,333 หน่วย มูลค่า 50,892 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยต่อหน่วย 2.279 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้วจำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 13% จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 72% มูลค่าเพิ่มขึ้น 22% มีเพียงแต่ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่ลดลง 29% จาก 3.211 ล้านบาท ในปี 2552 เหลือเพียง 2.279 ล้านบาทในปีนี้ รวมทั้งหากประมาณการทั้งปีเปรียบเทียบปี 2552 และปี 2553
          สถานการณ์ด้านอุปทานหรือด้านผู้ประกอบการในตลาด มีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น แม้จะมีปัจจัยเสียงด้านการเมืองอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการหวั่นวิตกแต่อย่างใด ทำให้มีอุปทานใหม่ออกมาขายในไตรมาสแรกของปีนี้มากกว่าไตรมาสแรกของปีที่แล้วถึง 72% ในด้านจำนวนหน่วย และ 22% ในด้านมูลค่าการพัฒนาโครงการ และยังมีผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายที่ปรับเพิ่มเป้าหมายการลงทุนให้สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งที่จำนวนหน่วยขายเพิ่มขึ้นสูงอาจเนื่องมาจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ โดยปรับปรุงเงื่อนไขและราคาจำหน่ายในกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือปานกลางหรือ “บ้านบีโอไอ” จากราคา 6 แสนบาท เป็นราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาท จึงทำให้ ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาที่อยู่อาศัยในกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหากคาดการณ์ทั้งปีอาจมีอุปทานใหม่ในปีนี้ประมาณ 89,332 หน่วย (22,333x4) ซึ่งคาดว่าอุปทานจะเพิ่มขึ้นประมาณ 55% เมื่อเทียบกับปี 2552 จำนวน 57,604 หน่วย แต่จำนวนอุปทานทั้งปีอาจจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อีกประมาณ 10-20% เนื่องจากตัวเลขที่นำมาคาดการณ์เป็นตัวเลขของไตรมาส 1 ซึ่งเป็นฤดูของการเปิดตัวมากอยู่แล้ว

          2. สถานการณ์ด้านกำลังซื้อที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ จำนวนหน่วยที่ขายได้เพิ่มขึ้น 3.3 เท่าเมื่อเทียบไตรมาสแรกของปีที่แล้ว
          จากการสำรวจจำนวนหน่วยที่ขายได้ในเดือนแรกของโครงการที่เปิดขายใหม่ พบว่าในไตรมาสแรกของปีที่แล้วขายได้ประมาณ 17% แต่ถ้าเทียบกับไตรมาสแรกของปีนี้สามารถขายได้มากถึง 43% ของจำนวนอุปทานใหม่ที่เปิดขายทั้งหมด
          จำนวนหน่วยที่ขายได้ของที่อยู่อาศัยในไตรมาสแรก ปี 2553 เพิ่มขึ้นถึง 3.3 เท่า (จากจำนวน 2,195 หน่วยในไตรมาส 1/2552 เป็น 9,604 หน่วย ในไตรมาส 1/2553) และหากพิจารณาในแง่ของมูลค่าที่ขายได้ พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 2.7 เท่า เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ปี 2552 (จากมูลค่า 5,070 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2552 เป็น 18,604 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2553) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น กำลังซื้อของผู้บริโภคก็มีมากขึ้น หรือมีความเชื่อมั่นมากขึ้น จึงได้ตัดสินใจซื้อ และทั้งนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับมาตรการภาษีของรัฐบาลในการช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ (ที่จะหมดอายุในวันที่ 28 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา และต่ออายุถึง 31 พฤษภาคม 2553) เพราะที่อยู่อาศัยที่เปิดขายใหม่นี้ส่วนใหญ่จะขายกระดาษ และเป็นส่วนน้อยที่จะสร้างเสร็จก่อนขาย

          3. สถานการณ์ที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ในไตรมาส 1/2553 ตลาดคอนโดมิเนียมยังโดต่อเนื่อง จากสัดส่วนจำนวนหน่วยขาย 39% ในไตรมาสแรก ปี 2552 เพิ่มขึ้นเป็น 55% ในไตรมาสแรก ปี 2553 
          จากการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยที่เปิดตัวใหม่ในไตรมาสแรก ปี 2553 จะพบว่าประเภทที่อยู่อาศัยที่เปิดขายมากที่สุดดังนี้
          อันดับ 1: อาคารชุด หรือคอนโดมิเนียมนั่นเอง (จากจำนวน 5,073 หน่วย หรือสัดส่วน 39% ของหน่วยที่เปิดขายทั้งหมดในไตรมาส 1/2552 เพิ่มเป็น 12,287 หน่วย หรือสัดส่วน 55% ของหน่วยที่เปิดขายทั้งหมดในไตรมาส 1/2553) ซึ่งหากเปรียบเทียบจากจำนวนหน่วยแล้วตลาดคอนโดมิเนียมมีอุปทานใหม่เพิ่มขึ้นถึง 1.4 เท่า
          อ้นดับ 2: ทาวน์เฮ้าส์ (จากจำนวน 3,092 หน่วย หรือสัดส่วน 30% ของหน่วยที่เปิดขายทั้งหมดในไตรมาส 1/2552 เพิ่มเป็น 6,227 หน่วย หรือสัดส่วน 28% ของหน่วยที่เปิดขายทั้งหมดในไตรมาส 1/2553) ซึ่งจะเห็นได้ว่าสัดส่วนการพัฒนาลดลง แต่จำนวนหน่วยขายกลับเพิ่มขึ้นถึง 101%
          และอันดับ 3: บ้านเดี่ยว (จากจำนวน 3,122 หน่วย หรือสัดส่วน 24% ของหน่วยที่เปิดขายทั้งหมดในไตรมาส 1/2552 ลดลงเป็น 2,549 หน่วย หรือสัดส่วน 11% ของหน่วยที่เปิดขายทั้งหมดในไตรมาส 1/2553)

          อย่างไรก็ตามจะได้รายงานสถานการณ์ตลาดใกล้ชิดต่อไป แต่เท่าที่รวบรวมข้อมูลในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 2/2553 (เมษายน – พฤษภาคม 2553) สถานการณ์ตกต่ำมาก ดังนั้นศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) จะได้รายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ในฐานะศูนย์ข้อมูล-วิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินที่มีฐานข้อมูลภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุด ได้รับ ISO 9001-2008 ทั้งระบบแห่งแรกในฐานะที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ได้รับรางวัลจรรยาบรรณดีเด่น และเป็นสมาชิก UN Global Compact อีกด้วย

2024 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved