อ่าน 533 คน
AREA แถลง ฉบับที่ 80/2553: 23 ธันวาคม 2553
ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกากระเตื้อง 0.7% แต่พายุใหญ่ใกล้มา

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร
ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส

          ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาล่าสุด ณ เดือนตุลาคม 2553 พบว่าเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2553 ประมาณ 0.7% แต่ใช่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์ที่ดีเพราะเดือนก่อนหน้าก็ลดหนักถึง 1.2% และขณะนี้มีข่าวหนาหูว่าสหรัฐอเมริกาอาจจะเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจรอบใหม่
          ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่า จากการเผยแพร่ผลการสำรวจล่าสุดขององค์กรการเงินเคหะการแห่งสหรัฐอเมริกา พบว่าในระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2553 ราคาบ้านทั่วสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 0.7% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตามหากนับจากช่วงเวลา 1 ปีก่อนหน้านี้คือช่วงเดือนตุลาคม 2552 - ตุลาคม 2553 จะพบว่า ราคาบ้านยังตกต่ำลง 3.4% และหากเทียบกับช่วงที่ราคาบ้านสูงสุดในเดือนเมษายน 2550 ราคาบ้าน ณ เดือนตุลาคม 2553 ยังต่ำกว่าถึง 14.5% เลยทีเดียว
          อย่างไรก็ตาม ราคาบ้านที่เพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนตุลาคมล่าสุดนั้น หากเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ (กันยายน) จะพบว่า ราคาบ้านลดลงถึง 1.2% ในเดือนสิงหาคม ราคาบ้านก็ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า ส่วนในเดือน พฤษภาคม และมิถุนายน ราคาบ้านก็ลดต่ำลงต่อเนื่อง -1.2% และ -0.6% ตามลำดับ และส่งผลให้เมื่อวิเคราะห์ภาพรวม 1 ปีย้อนหลัง ราคาบ้านจึงยังคงตกต่ำลง 3.4% ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่า สถานการณ์ยังเสื่อมทรุดลง ราคาบ้าน ณ วันนี้เทียบได้กับราคาบ้านเมื่อเดือนสิงหาคม 2547 ก่อนหน้าที่จะถึงวิกฤติในเดือนเมษายน 2550 ราว 32 เดือน
          อาจกล่าวได้ว่าราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาตกต่ำแบบต่อเนื่อง (โงหัวไม่ขึ้น) มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2550 ถึงพฤศจิกายน 2551 รวมระยะเวลาประมาณ 19 เดือน แต่หลังจากนั้นราคาบ้านก็มีการเพิ่ม ๆ ลด ๆ สลับกันไปจนถึงปัจจุบัน แต่หากดูภาพรวมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 จนถึงล่าสุด ณ เดือนตุลาคม 2553 ราคาบ้านก็ยังอยู่ในช่วง “ขาลง”
          ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ทั่วสหรัฐอเมริกา ราคายังตกต่ำ โดยกลุ่มมลรัฐที่ตกต่ำหนักสุดก็คือ กลุ่มมลรัฐแถบภูเขา ซึ่งราคาบ้านตกต่ำลงถึง 8.1% และปีก่อนหน้าก็ตกต่ำลงถึง 6.9% มลรัฐเหล่านี้ได้แก่ เนวาดา อะริสโซนา นิวเม็กซิโก มอนทานา ไอดาโฮ ไวโอมิง ยูทาห์ และโคโรราโด กลุ่มมลรัฐที่ราคาบ้านตกต่ำรองลงมา ยังมีแถบแปซิฟิก อันได้แก่แคลิฟอร์เนียและอื่น ๆ ตลอดจนกลุ่มมลรัฐแอตแลนติกใต้ที่นำโดยฟลอริดา โดยกลุ่มมลรัฐทั้งสองกลุ่มนี้มีราคาบ้านตกต่ำหนักมากนับแต่ช่วงวิกฤติเป็นต้นมา
          การที่ราคาบ้านตกต่ำหนักในสหรัฐอเมริกา แสดงว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ทั้งนี้เพราะอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวแปรตามภาวะเศรษฐกิจ และเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐอเมเริกายังย่ำแย่ ก็จะส่งผลต่อการส่งออกของประเทศอื่น ๆ หรือส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกด้วย ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จึงติดตาม สถานการณ์นี้มานำเสนออย่างต่อเนื่อง
          อย่างไรก็ตามในขณะนี้สหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญเกิดความกังวลถึงความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ที่มีภาระหนี้สินสาธารณะและหนี้ครอบครัวที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายของรัฐบาลที่ลดลง ซึ่งไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้สหรัฐอเมริกาพบกับ “สึนามิ” ทางเศรษฐกิจรอบใหม่ได้ ดังนั้นราคาบ้านจึงอาจได้รับผลกระทบ และเศรษฐกิจโลกก็ยังอาจชะลอตัวต่อไป การท่องเที่ยวและการลงทุนจากภูมิภาคยุโรปและอเมริกาที่ยังคงตกต่ำ ก็คงจะน้อยลง การหาตลาดนักลงทุนใหม่ ๆ จากภูมิภาคอื่นในด้านอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นสิ่งจำเป็น

ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ในฐานะศูนย์ข้อมูล-วิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินที่มีฐานข้อมูลภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุด ได้รับ ISO 9001-2008 ทั้งระบบแห่งแรกในฐานะที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ได้รับรางวัลจรรยาบรรณดีเด่น และเป็นสมาชิก UN Global Compact อีกด้วย

2019 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved