อ่าน 959 คน
AREA แถลง ฉบับที่ 134/2555: 5 พฤศจิกายน 2555
ความโปร่งใสกับเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

          การทุจริตเป็นสิ่งที่เลวร้ายและไม่อาจยอมรับได้ นายดุสิต นนทะนาคร ท่านอดีตประธานสภาหอการค้าไทย เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจโดยไม่ไปข้องแวะกับการทุจริตในรูปการต่าง ๆ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักธุรกิจไทยโดยตรง ความโปร่งใสจะทำให้เศรษฐกิจเติบโต ทำให้ไม่มีต้นทุนแฝงที่ประชาชนต้องแบกรับจากการติดสินบน สินค้าจึงมีราคาไม่แพงเกินจริง มูลค่าทรัพย์สินจึงเติบโต
          จากดัชนีความโปร่งใสของ Transparency International พบว่าในจำนวนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในการสำรวจนี้ 178 ประเทศ พบว่ากลุ่มประเทศที่มีความโปร่งใสสูงสุดประกอบด้วย เดนมาร์ค นิวซีแลนด์และสิงคโปร์ โดยได้คะแนนเท่ากันคือ 9.3 เต็ม 10 รองลงมาคือฟินแลนด์และสวีเดนที่ต่างได้คะแนน 9.2 กลุ่มที่สองที่ได้คะแนน 8-8.9 นั้นประกอบด้วย แคนาดา เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย สวิสเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซแลนด์ ลักเซ็มเบอร์ก ฮ่องกง และไอร์แลนด์ (เรียงตามคะแนนสูงสุดลงมา)
          ในทางตรงกันข้าม ประเทศที่มีความโปร่งใสน้อยที่สุด เรียงตามลำดับที่น้อยที่สุดขึ้นไปตามลำดับประกอบด้วย โซมาเลีย เมียนมาร์ อาฟกานิสถาน อิรัก อุสเบกิสถาน เตอร์กเมนิสถาน ซูดาน ชาด บูรุนดิ อิเควตอเรียลกีอานา และแองโกลาตามลำดับ ประเทศเหล่านี้มักเป็นประเทศที่ยังไม่เจริญเท่าที่ควร คงมีปัญหาทางเศรษฐกิจ และมีจำนวนมากเป็นประเทศในทวีปอาฟริกา รวมทั้งประเทศใหม่ที่แยกตัวจากอดีต สหภาพโซเวียต
          สำหรับในกรณีประเทศไทย ดัชนีการทุจริตที่แสดงคะแนนความโปร่งใสของไทยอยู่ที่ 3.5 เต็ม 10 ในปี พ.ศ. 2553 หากพิจารณาจากแนวโน้มระยะยาว จะพบว่าความโปร่งใสของประเทศไทยดีขึ้น เพราะในปีแรกของการวัด คือปี พ.ศ. 2541 พบดัชนีอยู่ที่ 3.0 อาจสังเกตได้ว่า ดัชนีการทุจริตของไทยคงที่ ณ 3.2 ในช่วงปี พ.ศ.2542-2545 และเริ่มดีขึ้นในช่วงปี พ.ศ.2546 – 2548 ตามลำดับ โดยดัชนีเพิ่มสูงขึ้นเป็น 3.8 จาก 10 ในปี พ.ศ.2548 อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นก็กลับลดลงในปี พ.ศ.2549 – 2550 สำหรับในช่วงปี พ.ศ.2551-2553 นั้นกระเตื้องขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังต่ำกว่าช่วงสูงสุดคือในช่วงปี พ.ศ.2547-2548
          อาจกล่าวได้ว่า ณ ระดับคะแนน 3.5 เต็ม 10 นั้น มีประเทศที่ได้คะแนนเท่ากับไทยประกอบด้วย กรีซ โคลัมเบีย จีน เซอร์เบีย เปรู และเลโซโท จะเห็นได้ว่าประเทศที่มีกาสิโนหรือบ่อนการพนันที่ถูกกฎหมายเช่น ฮ่องกง และมาเก๊า กลับได้คะแนนสูงถึง 8.4 คะแนน และ 5 คะแนนตามลำดับ ทั้งนี้คงเป็นเพราะมีการควบคุมและการตรวจสอบที่ดี ประเทศกำลังพัฒนาในอาฟริกาหลายประเทศก็ได้คะแนนดีกว่าไทย ได้แก่ บอตสวานา ได้ 5.8 คะแนน มอริเชียส ได้ 5.4 คะแนน นามิเบีย ได้ 4.4 คะแนน ตูนีเซีย ได้ 4.3 คะแนน กานา ได้ 4.1 คะแนน ระวันดา ได้ 4.0 คะแนน และประเทศเล็ก ๆ ในเอเชียเช่น ภูฏาน ได้ 5.7 คะแนน ส่วนประเทศที่ได้คะแนนน้อยกว่าไทย และเป็นประเทศที่น่าสนใจประกอบด้วย มัลดีฟ ได้ 2.3 คะแนน และรัสเซีย ได้ 2.1 คะแนน นอกนั้นเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ยากจนมาก
          หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านจะพบว่า ในภูมิภาคอาเซียน 10 ประเทศนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 4 รองจาก สิงคโปร์ที่ได้คะแนนถึง 9.3 อันดับที่สองคือ บรูไน 5.5 อันดับที่ 3 คือ มาเลเซีย 4.4 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 4 ที่ได้คะแนนทิ้งห่างมาที่ 3.5 ลำดับถัดมาคือ อินโดนีเซีย ได้คะแนน 2.8  เวียดนาม ได้คะแนน 2.7 ฟิลิปปินส์ ได้คะแนน 2.4 กัมพูชาและลาว ได้คะแนนเท่ากันคือ 2.1 และสุดท้ายคือพม่าได้คะแนนต่ำสุดคือ 1.4 นั่นเอง โดยสรุปแล้วในภูมิภาคอาเซียน มีเพียงสิงคโปร์และบรูไนที่ผ่านเกณฑ์กึ่งหนึ่ง นอกนั้นถือว่า ‘สอบตก’
          จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงตัวแปรระหว่างดัชนีการทุจริต (CPI: Corruption Perceptions Index) กับรายได้ประชาชาติต่อหัว (GDP per capita: Gross Domestic Products per capita) พบว่า มีความสัมพันธ์เชิงตัวแปรอยู่พอสมควรโดยค่า R Square ที่แสดงความสัมพันธ์เชิงตัวแปรทั้งสองตัวแปร ได้ค่า 0.6756 ในปี 2553 และทั้งหมดอยู่ระหว่าง 0.6483 (ในปี พ.ศ.2552) ถึง 0.7491 ในปี พ.ศ.2545 และมีจำนวนประเทศในการวิเคราะห์ระหว่าง 81 – 175 ประเทศ

สำหรับในรายละเอียดของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนเป็นดังนี้:

          หากประเทศไทยจะพัฒนาต่อไปต้องรักษาความโปร่งใสให้ดีที่สุด เพื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพราะคงหานักลงทุนที่จะลงทุนในประเทศที่มีการโกงกันสะบั้นหั่นแหลกไม่ได้ และเมื่อมีการลงทุนเพิ่มเติม เศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ไทยก็จะดีขึ้นตามลำดับ
          ดูอย่าง พม่า ลาว กัมพูชา ที่รายได้ประชาชาติต่อหัวต่ำมาก เพราะความโปร่งใสน้อยเหลือเกิน การกระจายรายได้คงไม่ทั่วถึง ส่วนประเทศที่โปร่งใสสูงเช่นบรูไน สิงคโปร์ กลับมีความโปร่งใสสูง รายได้สูง มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ดี ทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคง ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

            เขียนเรื่องต่างประเทศ แต่ขอลงท้ายด้วยโคลงสี่สุภาพที่ลอกมาบทนี้
            ความดี...เป็นเกราะป้อง    กันภัย
            ดูแลแดดวงไคล               ร้ายคุ้ม
            ปกปักรักษาไกร              แคล้วคลาด
            ปัดเป่าบรรเทาหุ้ม            โอบอุ้มอินทรีย์ ฯ

ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน
2019 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved