"กระซวก" ดร.สมคิด - คิดอย่างนี้ บริหารบ้านเมืองได้หรือ
  AREA แถลง ฉบับที่ 422/2559: วันพุธที่ 02 พฤศจิกายน 2559

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            สิ่งที่ ดร.สมคิด คิดในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จะพาประเทศชาติดีขึ้นหรือลงเหวกันแน่  คิดแบบ ดร.สมคิดจะบริหารบ้านเมืองให้รุ่งเรืองได้จริงหรือไม่

            ในหนังสือพิมพ์มติชน online ได้มีบทความของคุณนวลนิตย์ บัวด้วย ที่ไปสัมภาษณ์ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง "เปิดมุมมอง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” สู้วิกฤตฝ่ามรสุมเศรษฐกิจต้มยำกลับหัว" (http://bit.ly/2fbWSid) ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) เห็นว่าข้อมูลและแนวคิดของ ดร.สมคิด ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เกรงจะสร้างปัญหาให้แก่บ้านเมือง มากกว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ ลองมาพิจารณา "มองต่างมุม" เพื่อประเทศชาติกันบ้าง

            1. ดร.สมคิด กล่าวว่า "ผมไม่ได้มองแค่ไทยแลนด์ 4.0 แต่ใช้แอคเมคส์ในการต่อยอดซัพพลายเชน ใน 5 ประเทศควรเชื่อมโยงและจัดทำแผนแม่บท เพื่อกำหนดทิศทางไปด้วยกัน" ดร.โสภณ เห็นว่าคำว่า "ไทยแลนด์ 4.0" (http://bit.ly/2fCA8KP) ที่ ดร.สมคิดเอามาพูด (เจื้อยแจ้ว) ก็เป็นแค่วาทกรรม แค่คิดก็ผิดแล้ว แบ่งยุค (ส่งเดช) เช่น บอกยุคที่ 1 เป็นเกษตร (อันนี้ใครก็รู้) แต่ระบุว่ายุคที่ 2 เป็นอุตสาหกรรมเบา นั่นก็ผิดแล้ว ดร.สมคิดคงมีความรู้จำกัด ในยุคแรกของปีกึ่งพุทธกาล เรามีอุตสาหกรรมหนักแถวรังสิตลงทุนโดยกลุ่มทุนอเมริกัน เช่น American Textile, Firestone หรือแถวพระประแดงก็มีโรงงานทอผ้าไทยเกรียงที่แทบจะเรียกได้ว่า "ใหญ่ที่สุดในโลก" รวมทั้งแถวบางนา-สำโรง แม้แต่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ก็เฟื่องฟูในสมัยนี้

            2. ดร.สมคิดกล่าวว่า "อย่าให้เศรษฐกิจในประเทศทรุด เพราะว่าเศรษฐกิจโลกไม่ดี" ท่าน "งมงาย" อยู่ตรงจุดนี้ วนเวียนมานาน ทั้งที่จริง ๆ แล้วเศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่เพราะเศรษฐกิจโลก อย่าโทษคนอื่นดีกว่า ประเทศในอาเซียนทั้งหมด (ยกเว้นสิงคโปร์กับบรูไน) ต่างก็เติบโตรุ่งเรืองสวนทางกับประเทศไทย (http://bit.ly/2dgVECC) ลองนึกง่ายๆ ว่าหากวันนี้ประเทศเมียนมามีรัฐประหารโค่นล้มนางอองซานซูจี ประเทศจะถอยหลังทันทีหรือไม่ หรือหากรัฐบาลพลเรือนในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียถูกรัฐประหารโค่นล้มเช่นกัน เครดิตประเทศจะเป็นอย่างไร

            3. ดร.สมคิด กล่าวว่า "ขณะที่เราส่งออกถึง 70% ของจีดีพี. . .ฉะนั้นปีที่ผ่านมาจะเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ได้พยายามก้าวไปในเศรษฐกิจฐานราก" การส่งออกเป็นรากฐานสำคัญ ดูอย่างญี่ปุ่นที่เคยผงาด ก็ "หงอย" ทันทีที่ไม่สามารถส่งออกได้  จนบัดนี้ 20 ปียังไม่ฟื้น รัสเซียที่เคยแข็งแกร่งก็อ่อนปวกเปียกเมื่อส่งออกน้ำมันไม่ได้ราคาเช่นแต่ก่อน ดร.สมคิด หวังใจพัฒนาเศรษฐกิจแบบ "อัฐยายซื้อขนมยาย" ซึ่งคงไปไม่ได้กี่น้ำ เศรษฐกิจฐานรากที่แท้ไม่ได้สร้างโดย ดร.สมคิด การเอาเงินไปลงทุนต่างจังหวัด คงเข้ากระเป๋าผู้รับเหมา บริษัทเหล็ก บริษัทปูนเป็นหลัก ไม่ได้ถึงมือชาวบ้านเท่าที่ควร (http://bit.ly/2dHwLNe) การส่งเสริมธุรกิจ Startup / SMEs / OTOP ในช่วงที่ราคาข้าวลดจาก 13,000 บาท/ตันเหลือเพียง 8,000 บาท/ตัน ก็คงผลิตออกมาขายใครไม่ได้ เพราะต่างขาดกำลังซื้อ ดร.สมคิดกำลังส่งเสริมให้คนทำธุรกิจลงเหวไปตามๆ กันหรือไม่

            4. ดร.สมคิด กล่าวว่า "ไทยต้องกล้าก้าวออกไปประเทศอื่นและเชื่อมโยงการผลิตและขนส่ง ขณะเดียวกันเราต้องหาสิ่งใหม่ๆ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเชื่อมโยงไปในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่ผมเรียกระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ" ดร.โสภณเห็นว่านี่ก็เป็นคำพูดหรูๆ แต่ไม่ได้มีประสิทธิผลอะไร  ในฐานะที่ ดร.โสภณ เคยทำงานในโครงการที่ปรึกษาของกระทรวงการคลังกัมพูชา บรูไน เวียดนาม อินโดนีเซีย เห็นการลงทุนข้ามชาติมากมาย แต่รัฐบาลไทยเรายัง "มะงุมมะงาหรา" ไม่ได้สนับสนุนภาคเอกชนเท่าที่ควร ได้แต่ "ดีแต่พูด" อีกเช่นเคย

            4. ดร.สมคิด กล่าวว่า "จากจีดีพีโตแค่ 0.8% (ในปีทำรัฐประหาร) กลายเป็นโต 3.5% ได้ (ในสิ้นปี 2559)" ดร.โสภณกล่าววา ดร.สมคิดไม่ควร "ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ" โดยไม่กลับไปมองว่า เมื่อปี 2555 รัฐบาลยิ่งลักษณ์สามารถทำให้เศรษฐกิจเติบโตถึง 7.1% หลังจากที่ได้มาบริหารประเทศเพียงปีเดียว ซึ่งขณะเข้ามามี GDP อยู่ที่ 0.8% เช่นเดียวกัน แต่ GDP ในปี 2556 และ 2557 กลับตกต่ำลงไปเพราะการก่อความไม่สงบเพื่อโค่นล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนประเทศชาติพังพินาศต่างหาก (http://bit.ly/2cElj5u)

            ดร.โสภณ กล่าวว่า สิ่งง่าย ๆ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ ดร.สมคิดกลับไม่ทำ เช่น

            1. การลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงสัก 1% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การลดดอกเพียง 1% ก็จะทำให้ภาระการผ่อนชำระของลูกหนี้ลดไปเกือบ 9% ระบบธนาคารก็ได้กำไรหลายแสนล้านต่อปีอยู่แล้ว แถมมีค่าธรรมเนียมทางอื่นมากมาย สมควรกระตุ้นให้ช่วยชาติบ้าง (http://bit.ly/2dm96oL)

            2. กระตุ้นการซื้อบ้านมือสอง โดยให้ผู้ที่จะขายบ้านที่มีราคาตลาดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท มาเสนอผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย แล้วให้มีการประเมินค่าอย่างยุติธรรม แล้วจัดตลาดให้มีการซื้อขายที่ศูนย์สิริกิติ์ โดยให้แต่ละรายลดราคาลงมาสัก 5-10% ของราคาที่ประเมินได้เป็นราคาเริ่มต้นขาย คาดว่าจะมีผู้มาซื้อกันนับหมื่น ๆ ราย กระตุ้นทั้งคนจะซื้อบ้านถูก และคนจะขายบ้านเพื่อเอาทุนมาลงทุนเป็นต้น ดีกว่าสร้างใหม่มากมาย (http://bit.ly/1hZEzf2)

            ลองคิดดูนะครับ ถ้าข้อมูลที่คิดผิด หลักการที่คิดผิด เข้าไม่ถึงความจริง อาศัยประสบการณ์เดิมๆ สมัยทำงานกับรัฐบาลทักษิณ มา "ย้ำคิดย้ำทำ" แก้ไขปัญหาในมิติของวันนี้ เศรษฐกิจชาติก็มีสิทธิจะ "หนาว" หนักแน่นอน มาช่วยชาติ ช่วย ดร.สมคิด คิดต่างไปบ้างครับ จะได้ไม่ฟังแต่พวก "เชลียร์" ชงข้อมูลผิดๆ


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 17,998 คน
2019 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved