บิ๊กตู่อาจต้องใช้เงินส่วนตัวชดใช้ค่าเสียหายนับหมื่นล้านแก่อัครา
  AREA แถลง ฉบับที่ 493/2559: วันพุธที่ 28 ธันวาคม 2559

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

           ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ ม.44 สั่งปิดเหมืองทองอัครา คงต้องใช้เงินส่วนตัวชดใช้นับหมื่นล้าน เงินมหาศาลขนาดนี้อาจรวมนับสิบชาติจึงใช้หมด !

           เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี "กล่าวถึงบริษัท คิงส์เกต สัญชาติออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส จะยื่นฟ้องรัฐบาลไทย เพื่อเรียกร้องค่าชดเชย ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองชาตรี ทั้งที่ไม่มีการแจ้งเหตุผลเพียงพอว่า บอกแล้วว่าอย่าเพิ่งฟ้องร้องตอนนี้เลย รัฐบาลไม่ได้ไปหยุดเพียงแต่ชะลอไปก่อนให้มีความชัดเจนเกิดขึ้น เพื่อรอร่าง พ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ และมีการจัดตั้งคณะกรรมการเกี่ยวกับเรื่องเหมืองแร่ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ โดยจะมีการพิจารณากรณีบริษัทอัครา รีซอร์สเซสให้เกิดความเป็นธรรม ว่ามีผลกระทบอะไรหรือไม่ ประชาชนว่าอย่างไร ต้องทบทวนอีกครั้งและให้ความเป็นธรรม จะได้หรือไม่ก็เป็นเรืองของคณะกรรมการ แต่อย่าเพิ่งฟ้องร้องตอนนี้เสียเวลาเปล่าๆ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต้องดูแลประชาชน ผู้ประกอบการ ดูทั้ง 2 ทางรัฐบาลมีหน้าที่ตนนี้" (http://bit.ly/2iCWrO3)

           สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือคำสัมภาษณ์ของท่านนายกฯ

           1. บอกว่าแค่ไปชะลอ ทั้งที่สั่งปิดไปแล้ว ถือว่าขัดแย้งกันเอง จน บมจ.อัครา ต้องให้พนักงานออกนับพันคน
           2. ยังไม่มีความชัดเจนก็สั่งปิด แสดงว่าขาดเหตุผลและวิจารณญาณเท่าที่ควร
           3. บอกว่าต้องดูแลประชาชน ทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่ถึง 78% เห็นด้วยกับการมีอยู่ของเหมือง แสดงว่ารัฐบาล ไม่ได้ทำตามความต้องการของประชาชน

           ดังนั้น การใช้อำนาจตาม ม.44 ของ คสช. อาจอ้างได้ในราชอาณาจักรไทย แต่ไม่เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ในระดับนานาชาติหรือในเวทีโลก ศาลระหว่างประเทศคงไม่พิจารณาเป็นคุณต่อท่านนายกฯ โอกาสที่ท่านจะต้องชดใช้ค่าเสียหายโดยใช้เงินส่วนบุคคลเพราะป็นผู้ออกคำสั่งด้วยตนเองเพียงผู้เดียวอาจสูงมาก เพราะไม่ได้ทำตามผลประโยชน์ของประชาชน เช่น การจำนำข้าวที่ชาวนาได้ประโยชน์

           กรณีเหมืองทองคำนี้น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ปีหนึ่งๆ รัฐบาลได้ภาษีมหาศาล ประชาชนนับพันๆ มีงานทำ ส่งผลดีต่อชุมชนหลายพันคน ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่น เฟื่องฟูเป็นอย่างมาก ประชาชนไม่ต้องหนีเข้าเมืองไปทำงาน ชุมชนไม่แตกสลาย สิ่งแวดล้อมก็ไม่เสียหาย พืชผักน้ำก็ยังดื่มกินได้ ต่างจากที่กลุ่มเอ็นจีโอโพนทะนา แถมอาจจะต้องเสียค่าปรับนับหมื่นล้านอีกต่างหาก

           ทีมกฏหมายของรัฐบาลควรต้องเตรียมรับมือให้ดีกับการฟ้องร้องนี้ ซึ่งอาจกระทบเกียรติภูมิของชาติไปด้วย


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 34,311 คน
2019 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved