เลี้ยงข้าราชการประจำไว้กดขี่ขูดรีดประชาชน?
  AREA แถลง ฉบับที่ 305/2561: วันพุธที่ 13 มิถุนายน 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            แปลกใจไหม ทำไมเมืองหลวงใหญ่ๆ ในยุโรปที่มีอายุนับพันปี ก็ไม่เห็นมีการสร้างศูนย์ราชการใหม่ กระทรวงทบวงกรมยังอยู่ครบในเขตใจกลางงเมือง ในขณะที่ไทยต้องสร้างศูนย์ราชการใหม่กันใหญ่โต แถมย้ายส่วนราชการกระจายออกนอกเมือง คนรับเคราะห์คือประชาชนใช่หรือไม่

ดูวิดิโอ fb Live คลิกที่ลิงค์นี้: https://fb.com/dr.sopon4/videos/1620569688055611/

 

ดูวิดิโอ Youtube คลิกที่ลิงค์นี้: https://youtu.be/mZOn4y9JJkA

 

            ลองตรองดู ทำไมไทยเราต้องสร้างศูนย์ราชการใหญ่โต ทั้งในกรุงและต่างจังหวัด มีความพยายามจะสร้างเมืองใหม่อยู่ร่ำไป ทำไมสถานที่ราชการหลายแห่งสวยงามมีสง่าราศรีมากกว่าสำนักงานใหญ่ของธนาคารหลายแห่งเสียอีก ทุกวันนี้งบประมาณเลี้ยงข้าราชการสูงขึ้น เราคงต้องเลี้ยงข้าราชการไว้ "กดขี่-ควบคุม" ประชาชนใช่ไหม เพราะถ้า "ดุน" ข้าราชการออก ก็เท่ากับสั่นคลอนอำนาจรัฐเหมือนสมัย ร.7 ใช่หรือไม่

            ลองมาเทียบกรุงเทพมหานครกับกรุงลอนดอนกันดูเพื่อให้เห็นข้อแตกต่าง กล่าวคือกรุงลอนดอนมีอายุราว 2,000 ปีแล้ว มีขนาดประมาณ 1,572 ตารางกิโลเมตร ซึ่งพอๆ กับประเทศไทย (1,568 ตารางกิโลเมตร) มีประชากร 8,787,892 คน หรือมีความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ยประมาณ 5,590 คนต่อตารางกิโลเมตร ในขณะที่กรุงเทพมหานครมีความหนาแน่นของประชากรอยู่ที่ 3,827 คนต่อตารางกิโลเมตร ยิ่งหากนับรวมปริมณฑล ซึ่งก็คล้ายกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก็จะมีประชากรราว 14 ล้านคน ในขนาดประมาณ 8,382 ตารางกิโลเมตร (https://bit.ly/1tTir8a)

            ขนาดว่ากรุงลอนดอนมีอายุนับพันปี แต่เชื่อหรือไม่ กระทรวงทบวงกรมต่างๆ แทบทั้งหมด อยู่ในใจกลางกรุงลอนดอน เขาไม่มีการสร้างบ้านพิษณุโลกไว้ให้เป็นที่พักของนายกรัฐมนตรีแบบในประเทศไทย หรือไม่ได้สร้าง “บ้านนรสิงห์” (ทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบัน) ให้เจ้าพระยารามราฆพพักอาศัย (https://bit.ly/2y6FmZm) ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งทุกท่านทราบดีก็คือบ้านเลขที่ 10 ถ.ดาวนิ่ง ในใจกลางกรุงลอนดอน (https://bit.ly/1BrSq4b) ซึ่งใช้กันมาตั้งแต่ พ.ศ.2278 หรือ 283 ปีมาแล้ว

            มาดูที่ตั้งกระทรวงทบวงกรมต่างๆ เอาที่หลักๆ ในกรุงลอนดอน โดยกระทรวงส่วนมากใช้คำว่า Department แต่ก็มีบางแห่งใช้คำว่า Ministry เช่นกัน ถ้ากดที่ตั้งของกระทรวงต่าง ๆ แล้วลากเส้นให้เดินไปในแต่ละแห่ง ซึ่งใน google สามารถเดินต่อๆ กันได้ไม่เกิน 10 แห่ง จึงแสดงไว้แค่ 10 กระทรวง จะเห็นได้ว่าการเดินใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 31 นาทีก็ครบทุกกระทรวงแล้ว อันที่จริงใช้เวลามากกว่านี้ แต่ในที่นี้ได้กำหนดจุดของกระทรวงหลายแห่งสลับไปมา ทำให้ต้องเดินกลับไปกลับมา ถ้าเดินเป็นวงตามๆ กันไป ก็จะใช้เวลาน้อยกว่านี้อีก

            แต่หากดูในกรณีกรุงเทพมหานคร แต่เดิมก็อยู่รวมกันในเกาะรัตนโกสินทร์ หรืออย่างมากกว่าไม่เกินคลองผดุงกรุงเกษมเป็นหลัก หรือออกมาตามถนนศรีอยุธยาและถนนพระรามที่ 6 บางส่วน แต่ในภายหลัง เรากลับมีความคิด "พิเรนทร์" ที่จะรักษาเกาะรัตนโกสินทร์ตลอดจนพื้นที่ชั้นในรอบคลองโอ่งอ่าง (คลองบางลำพู) หรือคลองผดุงกรุงเกษมบ้าง ให้เป็นแหล่งวัฒนธรรม แล้วย้ายสถานที่ราชการต่าง ๆ ออกไป ไทยเราจึงมีกระทรวงสาธารณสุขออกไปนนทบุรี กระทรวงพาณิชย์ออกไปสนามบินน้ำ และอีกหลายกระทรวงออกไปรอบนอก รวมทั้งมีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ถ้าให้เดินเหมือนกับการเดินไปตามกระทรวงต่างๆ ในกรุงลอนดอน ต้องใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมง 33 นาทีในกรณีของกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว

            การสร้างส่วนราชการในชานเมืองแบบนี้ หรือการสร้างศูนย์ราชการในต่างจังหวัด ทำให้ประชาชนยากลำบากในการติดต่อราชการ เสียทั้งเงินทั้งเวลาในการวิ่งไปหลายๆ ที่ รถยิ่งติดหนัก แทนที่จะสร้างระบบขนส่งมวลชนให้วิ่งกันแต่ในกรุงเทพมหานคร ถ้าส่วนราชการอยู่ในใจกลางเมือง เมืองจะได้ไม่ขยายตัวออกไปรุกพื้นที่เกษตกรรมอย่างไร้ขีดจำกัดเช่นทุกวันนี้ การสร้างส่วนราชการต่าง ๆ ในปัจจุบันหลายแห่งก็สร้างไว้อย่างสวยงามใหญ่โต สวยกว่าสำนักงานใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเสียอีก เราต้องเสียงบประมาณได้รับการใช้ไปอย่างขาดประสิทธิภาพ ไหนยังต้องเสียงบประมาณอีกมากมายผูกพันไปกับการดูแลรักษาสมบัติของแผ่นดินอีก

            ปรากฏการณ์ "หมู่บ้านป่าแหว่ง" ที่เชียงใหม่ (https://bit.ly/2qSPFcK) ที่ใช้เงิน 1,000 ล้านบาท สร้างบ้านพักให้ข้าราชการตุลาการ 200 คน (ถ้าหากรวมค่าที่ดินด้วย ก็คงเป็นเงิน 3,000 ล้านบาท) ก็ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ยิ่งเราส่งข้าราชการจากส่วนกลางไปส่วนภูมิภาคเพื่อปกครองควบคุมประชาชน ยิ่งใช้จ่ายมากเป็นพิเศษ ทางที่ดีควรจะเพิ่มข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีบ้านพักแถวนั้นอยู่แล้ว

            ด้วยเหตุนี้ ไทยเราจึงควรเลิกราชการส่วนภูมิภาค (http://bit.ly/2b53LRC) ยิ่งกว่านั้นเราควรลดจำนวนข้าราชการส่วนกลาง 1.2 ล้านคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (http://bit.ly/2xYuOLP) ประเทศไทยเลี้ยงข้าราชการประจำมากเกินไป และนี่เองที่ทำไมจึงปรากฏว่าประเทศไทยมีจำนวนนายพลมากกว่ากองทัพสหรัฐอเมริกาอันเกรียงไกรที่มีจำนวนประชากรมากกว่าเรา 5 เท่าเสียอีก (https://bit.ly/2xsMbnO)

            แต่ประเทศไทยของเรากลับกำลังพยายามสวนทางกับอารยสากล โดยให้ "ข้าราชการชั้นผู้น้อยเฮ บิ๊กตู่ สั่งปรับเงินเดือน ให้มีความเหมาะสม" (https://bit.ly/2JM2kK1) ข้าราชการไทยยังมีโบนัส มีการขยับขึ้นเงินเดือน เปลี่ยนกระบอกเงินเดือนให้เพิ่มขึ้นอีก แถมมีสวัสดิการเหนือว่าประชาชนทั่วไปมากมาย  หรือในกรณีงบประมาณแผ่นดินปี 2562 ก็ปรากฏว่างบประมาณที่ 3 ล้านล้านบาทนั้น 2.26 ล้านบาทจะใช้เป็น "รายจ่ายประจำ" หรือเท่ากับ 75.3% (https://bit.ly/2l3Lfxc) ดังนั้นจึงมีเหลือไม่มากสำหรับการพัฒนาประเทศ เราเลี้ยงข้าราชการไว้ "กดขี่-ขูดรีด" ประชาชนหรือไม่ ปรัชญา "ข้าราชการต้องรับใช้ประชาชน" หายไปไหนหมดแล้ว

            ประเทศไทยจึงควร "รุเก่า รับใหม่" ข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ใครไม่ต้องการทำราชการเพราะอ้างว่าเงินน้อย ก็ให้ออกไป ยังมีคนอยากทำราชการเพื่อรับใช้ประชาชนอีกมาก หลายส่วนต้องยกให้เอกชนทำบ้าง เพราะถ้าเอกชนทำ นอกจากจะได้บริการที่ดีกว่า ประหยัดงบประมาณมากกว่า ยังสร้างรายได้เป็นภาษีคืนสู่ราชการเพื่อนำไปพัฒนาประเทศอีกต่างหาก แต่ปัญหาก็คือรัฐอาจต้องการรักษาข้าราชการไว้เพื่อเป็น "มือไม้" ในการควบคุมประชาชน เพราะถ้าขืนปฏิรูประบบราชการด้วยการ "ดุน" ข้าราชการออกไป อาจเกิดผลร้ายต่อผู้มีอำนาจเองก็ได้

            แต่สำหรับภาคประชาชน การปฏิรูประบบราชการจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่มี "ปลิง" ประเทศไทยจะพัฒนาไปไกลกว่านี้มาก

            ปล. ข้าราชการดีๆ ก็มี แต่. . .

ภาพที่ 1: ส่วนราชการกระทรวงทบวงกรมในอังกฤษ ล้วนอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน


ภาพที่ 2: ส่วนราชการไทยย้ายออกรอบนอกหมด ไม่เห็นใจประชาชนผู้ติดต่อเลย

 


(ภาพที่ 3 ที่มา: https://bit.ly/2l3Lfxc)

 


(ภาพที่ 4 ที่มา: https://bit.ly/2l3Lfxc)


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 2,021 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved