อภิสิทธิ์ไม่เข้าใจคำว่าประชาธิปไตย
  AREA แถลง ฉบับที่ 329/2561: วันพุธที่ 04 กรกฎาคม 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            AREA แถลงฉบับนี้ เป็นบทความซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวของ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th)

            นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าใจประชาธิปไตยจริงหรือไม่ มาดูกัน

ดูวิดิโอ Youtube คลิกที่ลิงค์นี้: https://youtu.be/8mnibvMd80E

 

            สืบเนื่องจากการอภิปรายของนายอภิสิทธิ์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561 บอกว่าตนไม่แน่ใจว่าสิงคโปร์และจีนเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ (https://bit.ly/2ldjVg5) นายอภิสิทธิ์กำลังบอกว่าประเทศเผด็จการก็เจริญได้อย่างนั้นหรือ การกล่าวแบบนี้อาจทำให้เข้าใจไปได้ว่านายอภิสิทธิ์ชอบระบอบรัฐประหารหรืออย่างไร  มาถกกันให้ชัดๆ ว่าสิงคโปร์เป็นประชาธิปไตยหรือไม่

            สิงคโปร์เป็นประชาธิปไตยเพราะมีการเลือกตั้งอย่างเสรีมาโดยตลอดโดยไม่มีการซื้อเสียง แต่ถ้าลีกวนยิวทำรัฐประหารอ้างว่าทำเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (สิงคโปร์ไม่มี) คนสิงคโปร์คงลุกฮือแน่ สิงคโปร์ได้รับการพิสูจน์ชัดว่าเป็นประเทศที่แทบจะไร้ทุจริต มีความโปร่งใสติดอันดับสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก ความสุจริตเกิดขึ้นได้ในสมัยประชาธิปไตยที่โปร่งใสเท่านั้น ไม่อาจเกิดขึ้นในยุคเผด็จการ เช่น สฤษดิ์ มากอส ซูฮาร์โต หรือกระทั่ง รสช. คมช. คสช. ที่เราเคยเห็น

            รัฐบาลสิงคโปร์รักษาสิทธิประชาธิปไตยของคนส่วนใหญ่ ไม่ให้ถูกละเมิด ดังนั้นใครจะมาชุมนุม Shutdown สร้างความเดือดร้อนแก่คนอื่นไม่ได้ ที่อ้างว่าสื่อไม่มีเสรีภาพนั้น เขาคุมไม่ให้สื่อยั่วยุต่างหาก สื่อยังมีเสรีภาพเต็มที่ เช่น ครั้งหนึ่งลีกวนยิวและครอบครัวแค่ซื้อห้องชุดสุดหรูใจกลางเมืองโดยได้ส่วนลด 5-12% ก็ถูกสื่อถล่มหนัก (แต่ไม่ได้ด่าหยาบคายเช่นสื่อไทย) แต่ของไทยผู้นำกลับ "จาบจ้วง" สื่อได้บ่อยๆ สื่อตรวจสอบไปก็ไม่มีผลอะไร เช่น กรณีนาฬิกายืมเพื่อน เป็นต้น สิงคโปร์ก็ไม่มีรัฐบาลทรราชที่สั่งฆ่าหมู่ประชาชนนับสิบๆ คน กลางถนนกลางวันแสกๆ  (อ่านเพิ่มเติมที่ http://bit.ly/1MKUzhT)

            ส่วนจีน นายอภิสิทธิ์พึงทราบว่าจีนโค่นล้มนายทุน ขุนศึก ศักดินา โดยพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งถือเป็นตัวแทนของชนชั้นกรรมาชีพซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ เผด็จการของคนส่วนใหญ่คือประชาธิปไตยนั่นเอง แต่เป็นประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์ (Democratic Centralism: https://bit.ly/29bE3v8) ซึ่งคนในพรรคต้องมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง เมื่อได้ข้อสรุปและมีการลงมติแล้ว เสียงส่วนน้อยที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องปฏิบัติตามเสียงส่วนใหญ่โดยเคร่งครัด (https://bit.ly/2MvVmHn) จะออกมาเย้วๆ เล่นการเมืองข้างถนนแบบบางพรรคย่อมไม่ได้

            จีนมีประชาธิปไตยมากกว่าไทยหรือไม่ เพราะจีนมีการเลือกตั้งโดยตรงสำหรับผู้นำท้องถิ่นทุก 3 ปี (https://bit.ly/2JVsOZC) แม้พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะสามารถส่งผู้ว่าราชการมณฑลหรือเทศบาลขนาดใหญ่พิเศษไปปกครองได้ แต่ถ้าสภาประชาชนท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนไม่เห็นชอบด้วย ก็ไม่สามารถส่งไปได้ (https://bit.ly/2JFgUUc) ดังนั้นประเทศไทยที่ส่งผู้ว่าฯ นายอำเภอไปปกครองในราชการส่วนภูมิภาค ถือว่าเป็นเผด็จการกว่าจีนหรือไม่

            ในทางตรงกันข้ามพวกกลุ่มนายทุน-ขุนศึก-ศักดินาที่กดขี่ขูดรีดประชาชน ก็ใช้กลไกประชาธิปไตย เช่นตั้งพรรคการเมืองเก่าแก่ขึ้นมาคอยสนับสนุนระบอบเผด็จการทรราช ปล้นชิงโกงอำนาจของประชาชนอยู่เป็นระยะๆ คณะคนในเครื่องแบบของไทยจะ "สะเออะ" คิดว่าตนเองเป็นเสมือนพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จะเป็น "ประชาธิปไตยรวมศูนย์" ปกครองประเทศ สร้างโรดแมปมาให้คนอื่นเดิมตามคงไม่ได้ เพราะคณะคนในเครื่องแบบไทย ไม่เคยคิดรับใช้หรือต่อสู้เพื่อประชาชน แต่ต่อสู้เพื่อนายทุน ขุนศึก ศักดินาเป็นสำคัญ

            ความล้มเหลวของระบอบประชาธิปไตยเกิดจากพวกเผด็จการทรราชที่พยายามกีดขวางการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืน เช่น การออกมาชุมนุมขัดขวางการเลือกตั้ง การสร้างวาทกรรมกรอกหูอุปโลกน์ ‘คนดี’ มาปกครองโดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งหรือผ่านเฉพาะการสรรหาแบบปาหี่ การโพนทะนาว่าคนส่วนใหญ่อาจบีฑาคนส่วนน้อย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ การโมเมว่าฮิตเลอร์ก็มาจากเสียงส่วนใหญ่ซึ่งเป็นความเท็จ (http://bit.ly/1PrBeEb) หรือกระทั่งการบิดเบือนว่าเสียงส่วนใหญ่ เป็น "เผด็จการรัฐสภา" แต่ทีเผด็จการทรราชกลับไม่กล้าแตะ

            ทัศนะแบบนี้ของนายอภิสิทธิ์ที่แลดูไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้ง จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยได้จริงหรือไม่ เป็นสิ่งที่พึงจับตามอง


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,660 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved