ตลาดอสังหาฯ ก.ค. หดตัว แต่มูลค่าเพิ่ม เน้นขายของแพง
  AREA แถลง ฉบับที่ 405/2561: วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส sopon@area.co.th https://www.facebook.com/dr.sopon4

            ด่วนมาก จำนวนหน่วยและโครงการที่เปิดใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2561 ลดลงมาก แต่มูลค่ากลับเพิ่มขึ้นเพราะมีโครงการราคาแพงเกิดขึ้นหลายแห่ง

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) แถลงว่าในเดือนกรกฎาคม ภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการเปิดตัวโครงการลดลงค่อนข้างมาก โดยในเดือนนี้ มีจำนวนโครงการเปิดขายใหม่ทั้งหมด 28 โครงการ ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 จำนวน 15 โครงการ ทำให้จำนวนหน่วยขายและมูลค่าลดลงตาม โดยเป็นการพัฒนาในกลุ่มที่อยู่อาศัยทั้งหมด 28 โครงการ มีจำนวนหน่วยขายรวม 8,705 หน่วย และมีมูลค่าการพัฒนาโครงการรวม 41,690 ล้านบาท

            ประเภทที่มีมูลค่าการพัฒนาสูงสุด คืออาคารชุด 31,441 ล้านบาท (75%) รองลงมาคือ ทาวน์เฮ้าส์ 5,617 ล้านบาท (14%) ส่วนอันดับ 3 คือ บ้านเดี่ยว 2,487 ล้านบาท (6%) ของมูลค่าการพัฒนาทั้งหมดตามลำดับ ดังนั้นภาพรวมของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเดือนนี้ส่วนใหญ่หากเป็นบ้านเดี่ยวจะเน้นที่ระดับราคา 3-5 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์ราคา 2-3 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดจะเน้นที่ราคา 5-10 ล้านบาท

            ในเดือนกรกฎาคมนี้ถึงแม้จะมีจำนวนหน่วยขาย และมูลค่าโครงการที่ลดลง แต่เนื่องจากมีสินค้าแพงเข้าสู่ตลาดในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยในเดือนนี้เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น (ประมาณ 15%) เนื่องจากการพัฒนาในเดือนนี้มีจำนวนหน่วยขายที่มีราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปมีประมาณ 38% จึงทำให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยโดยรวมของเดือนนี้เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับราคาขายเฉลี่ยของเดือนมิถุนายน ซึ่งราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของเดือนนี้มีราคาเฉลี่ยที่ประมาณ 4.789 ล้านบาท แต่เดือนที่ผ่านมามีราคาขายเฉลี่ยที่ 4.176 ล้านบาท ซึ่งแสดงถึงแนวโน้มการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับปานกลางถึงค่อนข้างสูงเป็นสำคัญ

            เมื่อพิจารณาอัตราการขายได้ จะพบว่าในเดือนแรกของการเปิดขายมีอัตราการขายได้เฉลี่ยที่ 38% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมาที่มีอัตราการขายได้ที่ 37% ต่อเดือน โดยประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่มีอัตราการได้สูงสุด และมีจำนวนหน่วยขายเป็นส่วนใหญ่ของตลาด อันดับ 1 คือ อาคารชุดระดับราคา 1-2 ล้านบาท จำนวน 345 หน่วย ขายได้แล้ว 258 หน่วย (75%) รองลงคือ อาคารชุดระดับราคาต่ำกว่า 0.5-1.0 ล้านบาท จำนวน 868 หน่วย ขายได้แล้ว 616 หน่วย (71%) และอันดับ 3 คืออาคารชุดระดับราคา 2-3 ล้านบาท จำนวน 1,1.06 หน่วย ขายได้แล้ว 670 หน่วย (61%) ตามลำดับ

            ผู้ประกอบการที่เปิดตัวโครงการใหม่ในเดือนนี้ จะพบว่าเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (มหาชน) จำนวน 9 บริษัท คือ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (มหาชน) และบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตามลำดับ นอกจากนี้ก็ยังมีบริษัทในเครือ และบริษัททั่วไปอีกจำนวนหนึ่ง

            ในด้านทำเลที่ตั้ง จะพบว่าในเดือนนี้มีโครงการที่เปิดตัวใหม่และตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพชั้นในจำนวน 7 โครงการ ตั้งอยู่ในเขตเมืองชั้นกลางและส่วนต่อขยายของเมือง (intermediate area) จำนวน 17 โครงการ เช่น ถนนราชพฤกษ์ ถนนติวานนท์ ถนนประชาอุทิศ ถนนศรีนครินทร์ ถนนพระราม 2 ถนนลาดพร้าว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีก 4 โครงการที่อยู่ในพื้นที่รอบนอกซึ่งเป็นย่านชุมชนที่อยู่อาศัยในย่านนั้น เช่น ย่านรังสิต-ปทุมธานี ย่านถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี เป็นต้น 

            ในเดือนกรกฎาคมนี้ทาง REI ได้พบโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่รอเปิดขายใหม่ในอนาคตอีก 460 โครงการตามโดยได้แสดงชื่อโครงการ และที่ตั้งโดยสังเขปไว้ ซึ่งความคืบหน้าจะได้นำเสนอต่อไป จะสังเกตได้ว่ามีโครงการหลายแห่งที่ได้ประกาศตัวหรือเปิดตัวทางหน้าหนังสือพิมพ์ อย่างไรก็ตามในการเปิดขายจริง (ที่มีโบรชัวร์และสำนักงานขายที่พร้อมต้อนรับผู้สนใจซื้อไปเยี่ยมชม) ยังไม่มี จึงถือเป็นโครงการที่ยังไม่เปิดตัวและเมื่อเปิดตัวจริงแล้ว จะได้ดำเนินการสำรวจต่อไป

อ่าน 2,294 คน
2024 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved