Terminal 2: จะไปตัดไม้ทำลายป่าจากไหน
  AREA แถลง ฉบับที่ 469/2561: วันพุธที่ 26 กันยายน 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            ขณะนี้มีข่าวการออกแบบ Terminal 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิว่าจะใช้ไม้มากมาย ดร.โสภณถาม จะไปตัดไม้ทำลายป่าจากไหน

            ดร. โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ค้านการใช้ไม้มาทำ Terminal 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิโดยให้เหตุผลสำคัญว่า ไม้เป็นทรัพยากรหายากของชาติในขณะนี้ ถ้าต้องใช้ไม้มากมาย ก็เท่ากับต้องทำลายป่ามากมาย ถ้าไม้ในประเทศไม่พอก็ต้องไปตัดไม้ทำลายป่าในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรส่งเสริม ยิ่งกว่านั้นการใช้ไม้ยังอาจก่อให้เกิดการลุกลามของไฟเปิดไฟใหม่อีกด้วย

            บางท่านอาจให้ความเห็นว่าไม้มีไว้ตัดมาใช้สอย แต่นั่นเป็นกรณีที่เกิดขึ้นในอดีตที่ชาวบ้านตัดไม้จากป่ามาปลูกบ้านเมื่อราว 60 ถึง 100 ปีที่แล้วแต่ในปัจจุบันที่ป่าไม้สูญหายไปปีละ 1,000,000 ไร่ (https://bit.ly/2s0ov3Y) หรือขนาดพอๆ กับขนาดของกรุงเทพมหานคร การตัดไม้มาสร้างสนามบิน จึงเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง ควรจะเก็บรักษาไม้โดยไม่ใช้ไปอีกนับ 100 ปีทีเดียว

            อย่างไรก็ตามแม้การใช้ไม้จะไม่เหมาะสมกับสนามบิน แต่ก็มีแห่งหนึ่งที่ใช้ไม้นั้นก็คือ Terminal 2 ที่กรุงออสโล (https://bit.ly/2xZvcGT) ที่ใช้ไม้เช่นกัน แต่ไม่ได้ใช้มากมายเข่นที่สุวรรณภูมิ ที่สำคัญ ไม้เป็นอุตสาหกรรมใหญ่ที่ส่งออกมากโดยประเทศนอรเวย์ (https://bit.ly/2IgtIMZ) รวมถึงส่งมาประเทศไทยเป็นเฟอร์นิเจอร์ด้วยเช่นกัน แต่ในประเทศไทยที่กำลังมีการตัดไม้ทำลายป่ามากมายจึงไม่ควรส่งเสริมการใช้ไม้ทำ Terminal 2 เป็นอย่างยิ่ง

            อนึ่ง ดร.โสภณเคยค้านในกรณีอาคารรัฐสภา ซึ่ง ดร.โสภณเคยค้านว่า “รัฐสภาอำมาตย์ผลาญสัก 5,000 ต้น” (http://bit.ly/2bdMSRj) การที่อ้างว่าไทยอยู่คู่กับไม้สักมานานแล้ว จะได้ให้ช่างไทยได้แสดงฝีมือ และจะได้ทำให้รัฐสภาไทยแลดู "อลังการ" ในสายตาชาวโลกนั้น หากมองในอีกแง่หนึ่ง ก็แสดงถึงการยึดติดอดีตที่มีป่ามากมาย ถ้าอยากแสดงฝีมือในการฉลุเฉลาตกแต่ง ก็ใช้แค่ต้นหรือสองต้นหรือ 50 ต้นก็ได้ ไม่ต้องใช้ถึง 5,000 ต้นที่มีขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 1.2 เมตร ซึ่งแต่ละต้นคงใช้เวลาปลูกนับร้อยปี ยิ่งกว่านั้นถ้าเห็นแก่ฝีมือของช่างยังสามารถใช้ไม้อื่นได้ หรือใช้ปูนปั้นหรืออื่นใด แสดงฝีมือได้

            การตัดไม้สักขนาดใหญ่ถึง 5,000 ต้นมาทำเช่นนี้ น่าจะทำให้เสียเกียรติภูมิชาติ ที่ยังรักษาความ "ด้อยพัฒนา" ที่ยังไม่เห็นคุณค่าของป่าไม้อยู่ร่ำไป คงไม่ได้ทำให้ประเทศชาติดูมีความศิวิไลซ์เพียงเพราะไม้สัก และถ้าเราพัฒนาประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยจริงๆ ต่างหากที่จะทำให้ประเทศชาติได้รับการยกย่อง ดีกว่าจะมีอาคารรัฐสภาที่เป็นแค่สัญลักษณ์ประชาธิปไตยแต่ในนามเท่านั้น


 


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 3,051 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved