ผังเมืองอีอีซี สุดวิตถาร
  AREA แถลง ฉบับที่ 514/2561: วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            มาถกกันให้ชัด ๆ ว่าการผังเมืองอีอีซี มีความไม่ชอบมาพากลอย่างไร ทำไมเขตเศรษฐกิจพิเศษใหญ่โตของชาติ กลับไม่มีผังเมืองอะไรเลย ไม่ได้กำหนดอะไรเป็นชิ้นเป็นอันออกมา หรือหวังจะเอื้อประโยชน์กับภาคเอกชนกันเสียก่อน

            วิตถาร แปลว่า "นอกแบบ, นอกทาง, (เกินวิสัยปรกติ)" ทั้งนี้ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ที่ว่าผังเมืองอีอีซีสุดวิตถารก็เพราะว่าในการทำโครงการอะไรก็ตาม โดยเฉพาะเมืองใหม่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ เราต้องมีผังเมืองมาเป็นจุดเริ่มต้น ว่าอะไรจะอยู่ตรงไหน ทำสิ่งใดบ้าง หรืออะไรก่อนหลัง  อย่างเช่น เราวางผังเมือง แม้เมืองมีมาก่อนผังเมือง เราก็พยายามที่จะวางผังเมืองให้เป็นการนำการพัฒนา (Guided Development) ไม่ใช่ปล่อยให้เมืองเติบโตไปส่งเดชโดยขาดการควบคุมเท่าที่ควร ยกตัวอย่างหนึ่งก็คือ

            1. ตอนที่เราสร้างเมืองใหม่บางพลี หรือเมืองชี้นำต่างๆ เราก็จะมีผังเมืองกำหนดก่อนว่า ตรงไหนจะเป็นเขตอุตสาหกรรม เป็นเขตพาณิชยกรรม เป็นเขตที่อยู่อาศัย เป็นพื้นที่สีเขียว ฯลฯ ไม่ใช่ปล่อยให้สร้างกันเปะปะสับสนปนเปนั่นเอง

            2. เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้งหลาย ซึ่งเดี๋ยวนี้คงเลิก "ฮิต" ไปแล้ว เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว (https://bit.ly/2zVqAnh) ก็ยังมีการวางผังหรือกำหนดพื้นที่เขตอุตสาหกรรมต่างๆ ไว้ชัดเจน เขตเศรษฐกิจพิเศษตากก็มีการกำหนดการใช้ที่ดินไว้ชัดเจน (https://bit.ly/2Qz7Gbk) เป็นต้น

            จะสังเกตได้ว่า "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" ทั้งหลายนั้น มักกินพื้นที่ขนาดเท่าโครงการขนาดใหญ่โครงการหนึ่ง หรือตำบล หรือบางส่วนของอำเภอหนึ่ง เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงรายที่มี 3 อำเภอที่เกี่ยวข้อง (https://bit.ly/2BYWCAa) ไม่ใช่เลอะเปรอะเปื้อนลามไปถึง 3 จังหวัด (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง) แบบอีอีซีและสามารถประกาศเป็น 6-7 จังหวัด (สระแก้ว ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด หรืออาจรวมถึงนครนายกด้วย) แค่ 3 จังหวัดก็ถือว่าเป็นภูมิภาคไปแล้ว ไม่ใช่เขตเศรษฐกิจพิเศษอะไร

            เราคงยังจำได้ว่าไม่กี่เดือนมานี้มีการเดินขบวนของประชาชนเวียดนามทั้งในฮานอย โฮจิมินห์ซิตี้และอื่นๆ ต่อต้านการที่รัฐบาลเวียดนามจะให้ประกาศให้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง โดยแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนจีน คือที่อำเภอวันโด่น (Vân Đồn) จังหวัดก๋วงนินห์ (Quảng Ninh) ในครานั้นชาวเวียดนามถูกตำรวจจับไปนับพันคน แต่รัฐบาลก็ทานเสียงชาวบ้านไม่ไหว เลยเลื่อนการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ออกไป อย่างไรก็ตามหากเราดูแผนที่ จะเห็นได้ว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้เป็นส่วนหนึ่งของอำเภอหนึ่งเท่านั้น

            คนเวียดนามเขาไม่ถูกมอมเมา มองออกและมองขาดว่า ขืนให้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ มหาอำนาจจีนคงเป็นรายเดียวที่มาลงทุน เพราะติดชายแดนจีน คงไม่มีชาติอื่นมาแหยมแน่นอน และด้วยเหตุนี้ ชาวเวียดนามคงเห็นแล้วว่าจีนคงมาครอบงำชาติแน่นอน แต่รัฐบาลเวียดนามอาจเห็นแก่ตัวเลขความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อความมั่นคงของเก้าอี้ของตัวเองหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ

            แต่สำหรับในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ปรากฏมีข่าวว่า "ประชาพิจารณ์ผังอีอีซี พ.ย. (2561) นี้ กรมโยธาฯ เร่งเต็มสูบก่อนประกาศใช้ปลายปีหน้า" ซึ่งก็แปลว่า

            1. เรามีเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ไม่มีผังเมือง

            2. ที่ว่าปลายปีหน้า ก็ไม่แน่ว่าจะได้ ทุกอย่างก็เคยเลื่อนไปได้เรื่อยๆ

            3. ผังอีอีซี จะรวมแค่ 3 จังหวัด หรือ 7-8 จังหวัดในภาคตะวันออก เพราะอีกสักพักอีอีซีก็คงมีประกาศเพิ่มเป็น 7-8 จังหวัดเข้าไปแล้ว ผังนี้จะล้าสมัยหรือไม่

            ในอีกด้านหนึ่งก็มีข่าว “‘ซีพี' กว้านที่นา 2 อำเภอ ขึ้นเมืองใหม่ 'แปดริ้ว'” (http//bit.ly/2wRI5ml) ระบุว่า “ปิดพิกัดที่ดินหมื่นไร่ 'เจ้าสัวซีพี' ผุดสมาร์ทซิตี ระหว่างบ้านโพธิ์ไปแปลงยาว . . .อีกจุดสถานีจอมเทียน เตรียมขึ้นเมืองมิกซ์ยูส ด้าน 'สุรพงษ์' มือขวา 'คีรี' ระบุ ไร้ปัญหามาก ปตท. วิ่งซบซีพี มั่นใจชนะประมูล. . .เป้าหมายประมาณ 10,000 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นเมืองใหม่และนิคมอุตสาหกรรม ทำเลตั้งอยู่ระหว่าง อ.บ้านโพธิ์ ไปทาง อ.แปลงยาว ห่างจากสถานีรถไฟความเร็วสูงประมาณ 20 กิโลเมตร ล่าสุด ได้ซื้อที่ดินซึ่งเป็นที่นาจากชาวบ้านแล้วบางส่วน ราคาเฉลี่ย 1 ล้านบาทต้น ๆ ต่อไร่ และแปลงด้านในต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อไร่ ซึ่งที่ตั้งของแปลงที่ดินสามารถเชื่อมระหว่างเมืองอีอีซี ทั้งไปทาง จ.ชลบุรี ระยอง และเข้า อ.แปลงยาว เขตที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมได้สะดวก”

            นี่คงให้คำตอบว่าทำไมจึงไม่มีการวางผังเมืองล่วงหน้า ทำไมจนป่านนี้ผังเมืองยังไม่เกิด ก็เพราะพวก ‘เจ้าสัว’ ยังรวบรวมที่ดินไม่เสร็จ ขืนออกผังเมืองออกมาให้เป็นพื้นที่สงวนเพื่อเกษตรกรรม เหล่า ‘เจ้าสัว’ ก็เจ๊งนั่นเอง ปกติแล้วในเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งหลาย เขากำหนดเป็นเขตเล็กๆ คล้ายกับเมืองใหม่หรือนิคมอุตสาหกรรม แต่นี่เรากำหนดทั้ง 3 จังหวัด และสามารถขยายได้ทั้ง 6-7 จังหวัดในภาคตะวันออกโดยไม่ต้องออกพระราชบัญญัติใหม่และยังอาจลามทั่วประเทศ

            ถ้าคิดให้ดี จะมีความต้องการเมืองใหม่หรือ ตามแผนคร่าวๆ ในอีอีซี ระบุว่าจะมีเมืองใหม่ฉะเชิงเทรา พัทยา และระยอง ซึ่งเมืองใหม่ฉะเชิงเทราก็กำลังจะได้รับการปั้นโดยกลุ่มเจ้าสัว ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือในเมืองใหม่เหล่านี้ต่อไปมหาอำนาจทั้งหลายโดยเฉพาะจีน จะสามารถมาซื้อได้ทั้ง 100% ภาษีก็ไม่ต้องเสีย (แต่คนไทยในพื้นที่อื่นทั่วประเทศต้องเสียภาษี) ต่อไปก็ใช้เงินตราต่างประเทศได้โดยใช้เงินบาทแค่เศษเงินทอนแบบในกัมพูชา ต่อไปจึงถือว่ามีเขตเช่า อาณานิคมจีนบนแผ่นดินไทยแน่นอน

            ในนานาอารยประเทศ การวางผังเขตเศรษฐกิจพิเศษ รัฐบาลควรกำหนดไว้เลยว่าตรงไหนจะทำอะไร เพื่อให้เกิดการประสานสัมพันธ์กับแผนและผังอื่นๆ การจะเวนคืนที่นับหมื่นนับแสนไร่ก็จะต้องมีการจ่ายค่าทดแทนที่เป็นธรรมตามมาตรฐานสากล ที่เวนคืนตรงไหนจะนำมาทำอะไร โดยในบริเวณนั้นๆ ก็จะต้องจัดให้มีการประมูล เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ไม่ใช่ปล่อยให้ ‘เจ้าสัว’ ไปกว้านซื้อตามชอบใจแล้วค่อยมาบรรจุลงไปในแผน อย่างนี้จะเป็นการเอื้อนายทุน เอื้อต่างชาติ โดยคนไทยแทบไม่ได้อะไรหรือไม่

            ฤาบางประเทศชอบแต่ทำโครงการใหญ่ๆ ที่นายทุนใหญ่ๆ ได้ประโยชน์ และมีบางคนได้เงินทอน เจริญพวงแน่พี่น้องงง

คลิกดูภาพใหญ่


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,647 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved