อัศจรรย์แห่ง 10 อันดับอภิมหาเศรษฐีไทย
  AREA แถลง ฉบับที่ 518/2561: วันพุธที่ 31 ตุลาคม 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ยิ่งที่ 10 อันดับแรกของอภิมหาเศรษฐีไทยมีสินทรัพย์มากพอๆ กับงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย แต่เสีย "ภาษีสังคม" น้อยกว่าสามัญชน และหากมีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะได้เงินจากพวกนี้นับหมื่นล้านต่อปีเลยทีเดียว

            ตามที่มีข่าว "10 อันดับเศรษฐีไทยปี 2561 เจียรวนนท์ยังครองเบอร์ 1 ผู้บริหารแบรนด์ SNAILWHITE ติดด้วย" (https://goo.gl/9gpvn8) ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) จึงขอนำมาวิเคราะห์ให้เห็นถึงความอัศจรรย์ของ 10 อันดับแรกของอภิมหาเศรษฐีไทย

            1. ทรัพย์สินของ 10 อันดับแรกของอภิมหาเศรษฐีไทยมีมูลค่ารวมกัน 3,534,462 ล้านบาท มากกว่างบประมาณแผ่นดินไทยปี 2562 ที่ 3,000,000 ล้านบาทเสียอีก นี่แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำเป็นอย่างมากระหว่างประชากรของประเทศไทย เคยมีผลศึกษาระบุว่า "ไทยติดอันดับ 3 ประเทศเหลื่อมล้ำที่สุดในโลก" โดยฐานะของคนรวยกับคนจนห่างกันถึง 22 เท่า คนรวย 0.1% หรือ 65,000 คน จากประชากร ทั้งประเทศ 65 ล้านคน มีเงินฝากธนาคารเท่ากับ 49.2% ของเงินฝากทั้งหมด. . .หรือ 5.51 ล้านล้านบาท ขณะที่ประชาชนอีก 64.93 ล้านคน มีเงินฝาก รวมกันเท่ากับ 5.69 ล้านล้านบาท" (https://bit.ly/2DaEWDb)

            2. ถ้าสมมติให้รายได้ต่อปีของอภิมหาเศรษฐีเหล่านี้เป็น 10% ของมูลค่าทรัพย์สิน ก็จะเป็นเงิน 353,446 ล้านบาท และหากเทียบการทำการกุศลของประชาชนทั่วไปที่ 2.69% ของรายได้ อภิมหาเศรษฐีเหล่านี้คงต้องบริจาคเงินเป็นเงิน 9,508 ล้านบาท หรือถ้าอย่างน้อยแค่ 1% ก็จะเป็นเงินราว 3,534 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเชื่อว่าอภิมหาเศรษฐีเหล่านี้คงไม่ได้บริจาคเงินมากมายถึงเพียงนี้ ในขณะที่ประชาชนทั่วไปบริจาคเงินปีละประมาณ 96,361 ล้านบาท (ณ ปี 2548 https://bit.ly/2yGmqPc)

            3. สมมติให้ทรัพย์สินของอภิมหาเศรษฐีเหล่านี้ เป็นอสังหาริมทรัพย์ 30% นอกนั้นอาจเป็นสังหาริมทรัพย์ หุ้นหรืออื่น ๆ ก็จะประมาณการได้ว่าอภิมหาเศรษฐีเหล่านี้ถือครองอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 1,060,339 ล้านบาท และถ้าต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเช่นอารยประเทศ ประเทศก็น่าจะได้ภาษีจากอภิมหาเศรษฐีเหล่านี้ถึง 21,207 ล้านบาท ภาษีที่พึงเสียน่ายังมากกว่าเงินบริจาคที่ควรจะเป็นเสียอีก แต่ทุกวันนี้ประเทศไทยไม่มีระบบภาษีนี้ ดังนั้นตลอดชั่วนาตาปีที่ผ่านมาท่านเหล่านี้เลยไม่เคยเสียภาษีนี้เลย

            4. ทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ 1,060,339 ล้านบาทนี้ ถ้ามีการเก็บภาษีมรดกที่ 20% ประเทศก็จะได้ภาษีถึงประมาณ 212,068 ล้านบาท แต่ประเทศไทยก็ไม่มีระบบภาษีมรดกเช่นอารยประเทศ จึงทำให้อภิมหาเศรษฐีไม่ต้องเสียภาษี หรือแทบไม่เคยเสียภาษีมรดกนี้เลย ดังนั้นจึงยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนมีมากขึ้นนั่นเอง

            จะสังเกตได้ว่ามูลค่าทรัพย์สินของอภิมหาเศรษฐี 10 อันดับแรกนี้ส่วนมากเพิ่มขึ้น มีรายงานข่าวว่า "รอบ 4 ปี 'เศรษฐีไทย 10 อันดับแรก' รวยพุ่งกว่า 1.2 ล้านล้านบาท" (https://bit.ly/2qkNXkg) ในขณะที่ประชาชนทั่วไป กลับขยับรายได้น้อยมาก โดยเฉพาะค่าแรงขั้นต่ำแทบไม่ขยับเลย ในขณะที่ค่าครองชีพและเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ำก็จะมากยิ่งขึ้น ความไม่สงบสุขในประเทศก็จะเกิดขึ้น บ้านเมืองในอนาคตก็อาจขาดเสถียรภาพหนักข้อขึ้นได้

            ระบบภาษีที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้คนรวยและคนจนอยู่ด้วยกันได้ เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับประเทศไทย


ที่มาของรูปประกอบ https://bit.ly/2ACzfey


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 3,616 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved