เลิกอ้างประเพณีไทยมาใช้ในระบบราชการ
  AREA แถลง ฉบับที่ 552/2561: วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            ภาพของกลุ่มข้าราชการหญิงนับสิบคน ทำพิธีคล้าย "เชียร์ลีดเดอร์" ต้อนรับอธิบดีกรมบัญชีกลาง ดูแล้วก็น่ารักดี แต่นี่เป็นขบวนการ "เชลียร์" หรือไม่

            ในหน้า FB ของอำเภอขุขันธ์ แสดงคลิปการต้อนรับอธิบดีกรมบัญชีกลางโดยมีคณะข้าราชการสาวออกมาล้อมวงต้อนรับแบบเชียร์ลีดเดอร์ (https://bit.ly/2FRYE8H) บ้างก็แสดงความเห็นว่าเป็นการ "อวยขนาดนี้เลยหรือ" อีกท่านก็ว่า "ไม่ต้องต้อนรับดีอะไรหรอก ขอแค่พวกคุณทำงานให้มันดีๆ คุ้มเงินเดือนที่ได้รับก็พอละ" ส่วนข้าราชการก็แสดงว่าเห็นว่า "ข้าราชการก็คน มีพลังสร้างสรรค์ มีผ่อนคลาย มีเครียด มีทำงาน ...ท่านที่เป็นประชาชน ก็เอาเวลาที่วิจารณ์ มาสร้างสรรค์สังคมดีกว่าครับ" ซึ่งก็จริงที่ข้าราชการก็เป็นคน แต่สิ่งที่ทำถูกต้องตามกาลเทศะหรือไม่

            สำหรับคนไทย ประเพณีไทยเราพึงแสดงความเคารพผู้อาวุโส แต่ควรห้ามประเพณีการต้อนรับ การรดน้ำดำหัวตามตำแหน่งเพื่อป้องกันการหวังไต่เต้าตำแหน่งทางลัดด้วยการ 'เลีย' ความโปร่งใสจะทำให้ข้าราชการดีๆ มีกำลังใจทำงานเพื่อชาติ ขจัดการทุจริต ด้วยเหตุนี้ ถ้าประเทศไทยมุ่งหวังที่จะปราบปรามการทุจริตจริง เราไม่ควรปล่อยให้ใครมาแอบอ้างวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามที่ควรรักษาไว้ในบ้านและชุมชนมาเป็นเครื่องมือในการไต่เต้าในที่ทำงาน

            ในปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันดีว่าโอกาสการเติบโตในวงราชการของข้าราชการในแต่ละหน่วยงานนั้น ขึ้นอยู่กับ ‘ดวง’  อันได้แก่ว่าเป็น ‘เด็ก’ ของใคร ได้ ‘วิ่ง’ เพียงพอและต่อเนื่องหรือไม่ และสุดท้ายคือ ‘เงิน’ ถึงเพี่อการซื้อตำแหน่งหรือไม่ ตำแหน่งที่ต้องใช้เงินซื้อนั้น ต้องเป็นตำแหน่งที่มีโอกาสกระทำการทุจริต ‘ถอนทุน’ นั่นเอง วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทยจึงถูกบิดเบือนมาเพื่อการประกอบการทุจริตอย่างเป็นกระบวนการ

            ดังนั้นเพื่อตัดโอกาสการประจบสอพลอ รัฐบาลจะต้องประกาศห้ามการรดน้ำดำหัวข้าราชการเนื่องในประเพณีสงกรานต์โดยเฉพาะห้ามดำเนินการในวันราชการ บุคคลสำคัญต้องไม่จัดงานวันเกิดที่เชิญแขกมามากมายเช่นที่เห็นอยู่ทั่วไป ทั้งนี้ตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการทุกระดับ ยกเว้นการจัดงานในครอบครัวนอกเวลาราชการ ข้าราชการผู้ใหญ่รายใดไม่สามารถปฏิบัติได้ก็ควรลาออกจากราชการหรือไปอยู่ในภาคธุรกิจ

            ยังมีประเพณีเกี่ยวเนื่องที่ทางราชการควรยกเลิกเพื่อตัดตอนการประจบสอพลอที่จะนำไปสู่การทุจริตและประพฤติมิชอบได้แก่:
            1. ยกเลิกประเพณีการตบเท้าอวยพรข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในโอกาสเลื่อนยศ เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง
            2. ห้ามการเลี้ยงส่งไปรับตำแหน่งใหม่ ฯลฯ  
            3. ห้ามการเกณฑ์ข้าราชการและประชาชนมาจัดขบวนรับหรือ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะเดินทางไปหรือกลับจากต่างประเทศ
            4. ห้ามการแห่แหนให้มีริ้วขบวนมาต้อนรับในโอกาสที่ผู้หลักผู้ใหญ่เดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่ต่าง ๆ อีกด้วย ทั้งนี้เพราะกิจกรรมเหล่านี้นอกจากจะเป็นการส่งเสริมการกทำงานด้วยลิ้นแล้ว ยังสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินและเสียเวลาการปฏิบัติราชการของข้าราชการเพื่อรับใช้ประชาชนอีกด้วย

            ทางราชการต้องให้การศึกษาแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงว่า การทำงานด้วยลิ้นหรือการเลียนาย เป็นหนทางไต้เต้าที่น่าอัปยศอดสู เป็นบ่อเกิดการทุจริต โกงกิน เป็นการบ่มเพาะเชื้อร้ายในวงราชการ หากสามารถตัดโอกาสการอ้างประเพณีอย่างแนบเนียนมาเพื่อการเลีย และเพื่อการเติบโตในวงราชการทางลัดแล้ว ระบบราชการก็จะได้ข้าราชการที่มีความรู้ ความสามารถจริงมาปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง และในขณะที่รณรงค์ให้ประชาชนไม่ร่วมมือกับการบิดเบือนประเพณีอย่างผิด ๆ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือทางราชการยังต้องสั่งยกเลิกหรือห้ามการรดน้ำดำหัวและการตบเท้าอวยพรโดยเด็ดขาดและทันที และจะต้องจัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาสอดส่องและตรวจจับการฝ่าฝืน มีบทลงโทษที่เข้มงวด รวมทั้งดำเนินการลงโทษอย่างจริงจังเมื่อพบการฝ่าฝืน การยกเลิกประเพณีการโกงจึงต้องดำเนินการไปพร้อม ๆ กันทั้งการป้องกัน การให้การศึกษาและการปราบปรามอย่างเอาจริงเอาจัง

            สิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้นำการทำสงครามกับการบิดเบือนประเพณีข้างต้นอันเป็นส่วนหนึ่งของการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจัง ถ้าราชการไทยสามารถทำได้ บางทีประเทศไทยอาจแทบไม่ต้องมีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรามการทุจริตแห่งชาติ แต่หากวัฒนธรรมการทุจริตข้างต้นยังอยู่ การดำรงอยู่ของสำนักงานฯ ดังกล่าว ก็คงเป็นแค่ “หัวหลักหัวตอ”

            แต่ข้าราชการประจำในยุคข้าราชการประจำเป็นใหญ่ จะยิ่งส่งเสริมระบอบศักดินาหรือไม่ ก็คงต้องมาดูกัน

คลิป: https://www.facebook.com/dr.sopon4/videos/2253600074884163/

 


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,282 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved