จิตใจสูงส่งของชาวอเมริกันที่ไทยพึงสังวร
  AREA แถลง ฉบับที่ 649/2562: วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2562

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

          ตอนนี้ไทยกำลังโปรจีน และมองสหรัฐอเมริกาเป็นสังคมที่ไม่ดี เรามามองต่างมุมบ้าง ท่านรู้ไหม ใครๆ ก็อยากไปซื้อบ้านอยู่ในอเมริกา  ที่นั่นทุกคนเท่าเทียมกัน ผู้คนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่อยู่อย่างแบ่งชั้นวรรณะ (แต่ที่นั่นก็ใช่สวรรค์ที่ทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบ 100%)

          จากผลสำรวจของผู้เขียน สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศยอดนิยมที่สุดสำหรับเป้าหมายในการไปเลือกซื้อบ้านของประชาชนจากประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่อย่างจีน อินเดีย รวมทั้งฟิลิปปินส์ เวียดนามที่นิยมไปซื้อบ้านในประเทศนี้เป็นอันดับหนึ่ง  แม้กัมพูชา ไทย มาเลเซีย เมียนมา และอินโดนีเซียจะนิยมไปซื้อน้อยกว่า แต่คงเป็นเพราะไม่มีกำลังซื้อและอยู่ห่างไกล  อย่างไรก็ตามแทบจะหาใครคิดจะไปซื้อบ้านอยู่อาศัยหรือตั้งรกรากในประเทศจีนไม่ได้เลย (https://bit.ly/32KckJ2)

          หลายคนเห็นประเทศสหรัฐอเมริกาเจริญกว่าไทย ก็บอกว่าเพราะมันเป็นปีศาจเศรษฐกิจ  เป็นจักรวรรดินิยมที่สะสมทรัพย์มาจากการขูดเลือดเนื้อของประเทศตะวันออกในศตวรรษก่อน  แต่แท้จริงแล้ว สังคมสหรัฐอเมริกาที่เจริญมากก็เพราะการมีวิญญูชนจำนวนมากกว่าต่างหาก  ที่เข้าใจผิดร้ายแรงไปกว่านั้นก็คือการมองว่าสังคมสหรัฐอเมริกาเลวร้ายทางศีลธรรมโดยมักดูจากภาพยนตร์แนวอาชญากรรมของฮอลลีวูดมากกว่าจะเข้าใจสภาพที่เป็นจริง ว่าโดยเฉลี่ยแล้ว สังคมสหรัฐอเมริกาสงบสุขกว่าและมีอาชญากรรมน้อยกว่าสังคมไทย  นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ ทำไมคนไทยที่ไปอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกานานๆ  ส่วนมากไม่กลับหวนมาใช้ชีวิตบั้นปลายในแผ่นดินเกิด

          ดังนั้นคนไทยที่กลับมาตายบ้านเกิดก็คงเพราะล้มเหลว มีญาติมิตรอยู่ในประเทศไทย หรืออาจมีสำนึกรักบ้านเกิดมากเป็นพิเศษ  เพราะปกติคนไปอยู่เมืองนอกมากว่าค่อนชีวิต ก็คงมีใจผูกพันกับเมืองนอกไม่น้อย  ก็คงคล้ายคนจีนโพ้นทะเล คงได้แค่คิดไปเยี่ยมบ้านเกิด คงไม่กลับไปตายบ้านเกิดที่เมืองจีนแน่นอน   ยิ่งลูกหลานที่เกิดในประเทศสหรัฐอเมริกายิ่งไม่ต้องพูดถึง คงแทบไม่มีใครกลับมาอยู่เมืองไทยแน่นอน

          ในเมืองเล็ก ๆ ของรัฐออรีกอน ผู้เขียนพบคนไทยคนหนึ่งทำงานในร้านอาหารไทย  เขาบอกว่าที่นี่มีความสงบสุขและปลอดภัยสูงมาก  ต่างจากเมืองไทยมากมาย  แต่ที่เราคนไทยในประเทศไทยไม่รู้สึกรู้สาอะไรมาก ก็เพราะเราเคยชินกับสภาพแวดล้อมแบบไทย ๆ นั่นเอง  อาจกล่าวได้ว่าสหรัฐอเมริกาที่เป็นประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวสูงกว่าไทยถึง 5 เท่านั้น  สังคมมีความเป็นอยู่ที่เพียงพอ-พอเพียง (ไม่ใช่แค่ทำใจพอเพียง)

          คนไทยในนิวยอร์กคนหนึ่งบอกว่าอยู่ที่นี่ดีกว่าเมืองไทย เพราะทุกคนเท่าเทียมกัน ทำให้เห็นถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  ไม่ใช่อยู่อย่างแบ่งชั้นวรรณะแบบในประเทศไทย  แน่นอนใช่ว่าในสหรัฐอเมริกาจะเท่าเทียมกันทุกกระเบียดนิ้วจนไร้ที่ติ ก็ต้องมีช่องโหว่บ้าง  แต่โดยนัยนี้ เมืองไทยเราเจริญไม่ได้มาก ไม่ใช่เพราะคุณภาพคนไม่ดี  แต่เป็นเพราะมีพวกนายทุน ขุนศึก ศักดินา มันใหญ่คับฟ้า  คนดีมีความสามารถอยู่ไม่ได้  ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ “ดวง” ซึ่งไม่ใช่แปลว่าดวงดีหรือไม่ดี  แต่เป็นคำย่อมาจาก “เด็กใคร วิ่งหรือไม่ และเงินถึงไหม” นั่นเอง            

          ในเกาะแมนฮัตตันอันแสนสับสนและดูมีภัย “ไอ้มืด” อยู่ทั่วไป (ตามหนังฮอลลีวูด) แต่กลับปรากฏว่าเด็กนักเรียนที่นั่นถูกสอนให้โกหกไม่เป็น  ใครเป็นคนโกหกก็จะถือถูกตราหน้าเสียผู้เสียคนไปเลย  เด็กก็ไม่โกหก  การเป็นคนโกหกพกลม จึงเป็นเรื่องเสื่อมเสียศักดิ์ศรีเป็นอย่างยิ่ง  แต่เมืองไทยเรา โรงเรียนไทยสอนศีลธรรมเรื่องการไม่โกหกมากน้อยแค่ไหน เราสอนให้ “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” ใช่ไหม เพราะชีวิตไทย ๆ มันเสี่ยงเหลือเกินกับการพูดความจริงกับผู้มีอิทธิพลตั้งแต่สมัยศักดินา นายทุน ขุนศึก ฯลฯ

          สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่มักพร่ำสอนกรอกหูลูกก็คือ “ทำตัวให้พ่อแม่ชื่นใจ/ภาคภูมิใจนะลูก”  ดังนั้นลูกเด็กเล็กแดงจึงถูกปลูกฝังให้เป็นพลเมืองดีของสังคม  ไม่ขี้ขโมย ไม่เอาสมบัติของส่วนรวมมาเป็นของส่วนตัว  ขนาดว่าจะตกปลาในแม่น้ำลำคลองสาธารณะ หรือจะเก็บหอยนางรมตามชายหาด ก็ยังต้องได้รับใบอนุญาตและเสียค่าธรรมเนียม เพราะถือเป็นสมบัติของส่วนรวม  จะถือแบบไทย ๆ ที่ “มือใครยาว สาวได้สาวเอา” ไม่ได้

          เพราะคติไทย ๆ ที่ “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” เราจึงเห็นการบุกรุกทำลายป่ามากมาย  เช่นกรณีเขายายเที่ยง  ขนาดว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ยังต้องคืนที่ดินให้หลวง  แต่ขณะนี้กลับมีผู้คนบุกรุกไปซื้อตากอากาศบ้าง ทำรีสอร์ทบ้างมากมาย และไม่แต่เฉพาะที่เขายายเที่ยง ที่ดินเชิงเขาหรือบนเขาแทบทุกที่ แม้ไม่มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย ก็ยังมีการจำหน่ายจ่ายโอนอ่านผิดกฎหมายแทบทุกวัน

          คุณลักษณะข้อหนึ่งของวิญญูชนทั่วโลกก็คือการตรงต่อเวลา จะเห็นได้ว่าผู้คนในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือแม้แต่วิญญูชนในโลกตะวันออกที่เจริญแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ฯลฯ ต่างให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง  คุณลักษณะข้อนี้เป็นเครื่องชี้วัดความเจริญทางใจหรือมีอารยธรรมของบุคคลในสังคม เพราะแสดงถึงการรักษาคำพูดและความซื่อสัตย์ที่เริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ

          วิญญูชนในประเทศสหรัฐอเมริกามักไม่งมงาย หรือคิดอย่างไม่เป็นวิทยาศาสตร์  แม้จะมีความเชื่อแบบโบราณ เช่น เรื่องตัวเลขบ้างก็ตาม เช่น ชาวจีนไม่ชอบเลข 4 (ออกเสียงคล้ายตาย)  คนญี่ปุ่นไม่ชอบเลข 9 (ออกเสียคล้ายลำบาก)  หรือฝรั่งไม่ชอบเลข 13 ก็ตาม  แต่ก็ไม่ถึงขั้นงมงาย  บางคนอาจบอกว่าคนที่ไม่จบปริญญาตรีในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ไทย มักงมงาย  แต่คนไทยที่จบปริญญาตรีขึ้นจำนวนมากมายก็อาจงมงายยิ่งกว่า เช่น ถูกหลอกซื้อหุ้น ทำแชร์ลูกโซ่ ขายตรง หลงซื้อของตามโฆษณา รวมทั้งคนระดับดอกเตอร์ ยังหลงเปรตกู้ เป็นต้น

          เพื่อนเกาหลีผมคนหนึ่งไปเรียนปริญญาเอกและตั้งรกรากอยู่สหรัฐอเมริกา เขาบอกว่า การลงทุนที่สำคัญที่สุดก็คือการลงทุนให้การศึกษาที่ดีที่สุดแก่ลูก ไม่ใช่การลงทุนในทรัพย์สินเงินทอง  เพราะในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก โดยถือเป็นหน้าที่พลเมือง  แต่ขณะที่ประเทศไทยมีภาษีเหล่านี้แต่แทบไม่ต้องเสีย มีทางหลบเลี่ยงมากมายเพราะชนชั้นสูงไม่ยอมเสียภาษี  โดยนัยนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงมีประชากรที่มีคุณภาพจำนวนมากยิ่งขึ้นกว่ากรณีประเทศไทย  เช่นนี้แล้ว ประเทศของพวกเขาจึงยิ่งเจริญยิ่ง ๆ ขึ้น

          คุณลักษณะของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกอย่างหนึ่งก็คือ การบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดเสมอหน้ากัน  ไม่ใช่กรณีประเทศไทยที่ขึ้นอยู่กับเส้น หรือลูกท่านหลานเธอ อย่างกรณี “แพรวา”  เมืองไทยเรามักเอาจริงเป็นพักๆ เช่น การสวมหมวกกันน็อก การข้ามทางม้าลาย เป็นต้น  ประเทศสหรัฐอเมริกามีความสงบเรียบร้อยก็เพราะการลงโทษรุนแรง  เจ้าของตึกใหญ่บนเกาะแมนฮัตตัน หรือดาราฮอลลีวูด ก็ติดคุกได้เพราะไม่เสียภาษี  แต่ผู้รู้ไทยกลับคิดว่าการลงโทษรุนแรง จะทำให้อาชญากรฆ่าเจ้าทุกข์บ้าง  หรือกลัวว่าจะเป็นช่องทางหากินของผู้รักษากฎหมายบ้าง  และเพราะ “เส้น” จึงไม่อาจตรวจสอบผู้รักษากฎหมาย  การบังคับใช้กฎหมายจึงลุ่มๆ ดอนๆ  ประเทศจึงพัฒนายาก

          ที่กล่าวมานี้ไม่ใช่ว่าเมืองไทยไม่ดี แต่ความจริงประการหนึ่งก็คือ คนดีมีคุณภาพอยู่ยากในสังคมไทย เพราะเราไม่ค่อยยึดถือกฎหมาย  มักใช้หลักรัฐศาสตร์ปล่อยปละละเลยกันไปเรื่อย ไม่ใช้หลักนิติศาสตร์อย่างเสมอหน้ากันทุกคน  คนที่ชอบอยู่เมืองไทยจึงเป็นคนที่เคยชินกับสภาพแวดล้อมลุ่ม ๆ ดอน ๆ แบบนี้  ผู้ที่ไม่อินังขังขอก ผู้ที่หวังดีหวังพัฒนาชาติให้ดีกว่านี้ พวกไม่มีที่ไป ฯลฯ และที่ลืมไม่ได้ก็คือ พวกที่กำลังเอารัดเอาเปรียบในสังคมไทยที่ไม่อาจย้ายไปอยู่ในสังคมอารยะใดได้ เพราะเป็นที่รังเกียจและไม่มีทางทำมาหากินเช่นในประเทศไทยนี้

          ตอนนี้ถือได้ว่าไทยอยู่ระหว่างเขาควายคือจีนและสหรัฐอเมริกา ประเทศในภูมิภาคนี้ทั้งหมด ไม่ได้ทุ่มเทไปทางจีน วางตัวเป็นกลาง แต่ดูไทยเราจะเอนเอียงไปทางจีน  ขณะนี้มีกระแสต้านสหรัฐอเมริกา และโปรจีน เราควรมองความจริงให้ชัดเจน อย่าให้ใครลวงเราเพราะ บางทีผู้นำไทยรักจีนเพราะจีนไม่ต่อต้านระบอบเผด็จการ ในขณะที่สหรัฐอเมริกาไม่สนับสนุนระบอบเผด็จการ

          สหรัฐอเมริกาไม่ใช่แดนสวรรค์ ย่อมไม่ได้ดี 100% ย่อมมีข้อบกพร่องเช่นกัน  แต่แม้ในประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มีนักบวชมากมายมาเป่ากระหม่อม ไม่มีนักเทศน์มากมายมาพร่ำสอนซ้ำๆ ซากๆ  แต่เขาก็สร้างอารยชนมาพัฒนาประเทศได้โดยการยึดถือกฎหมายโดยเคร่งครัด เสมอหน้า และมีการตรวจสอบที่จริงจัง


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 3,522 คน    
2020 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved