ต้องเอาคนร่าง พรบ.ภาษีที่ดินฯ ไปประหาร
  AREA แถลง ฉบับที่ 22/2563: วันพุธที่ 15 มกราคม 2563

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าว “เนรมิตที่หมื่นล้าน‘เอกมัย’  ปลูกกล้วย ภาษีลดฮวบ 700%” <1> นี่เท่ากับจงใจทำให้ประเทศชาติเสียหายเก็บภาษีได้น้อยลง พัฒนาประเทศได้น้อยลง  สมควรนำไปประหาร อย่าให้เป็นเยี่ยงอย่าง

            ตามข่าวข้างต้นกล่าวว่า “ตัวอย่างที่เห็นชัด ที่ดินแปลงรัชดาฯ 2 แปลง ของ บริษัทแหลมทองค้าสัตว์ฯ และ ตระกูลวิทยากร เนื้อที่รวมกันประมาณ 50 ไร่ ราคาตารางวาละ 1 ล้านบาท มูลค่าแปลงละไม่ตํ่ากว่า 10,000-20,000 ล้านบาท เดิมเป็นที่รกร้าง แต่กลายเป็นสวนมะนาว ก่อนกฎหมายบังคับใช้เพียงแค่ 1 เดือนทั้งนี้หากเทียบอัตราที่ดินรกร้าง มูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาท จะเสียภาษีที่ 0.7% แต่หากเป็นที่เกษตร ที่ดินทั้ง 2 แปลงดังกล่าวจะเสียภาษีเพียง 0.1% ห่างกัน 7 เท่า หรือ 7,000% ทำให้ท้องถิ่นสูญเสียรายได้. . .นอกจากที่ดินแปลงรัชดาฯ แล้ว ยังมีที่ดิน ซานติก้า ผับเก่าย่านเอกมัย เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ปัจจุบัน เจ้าของที่ดินได้ปลูกกล้วยเต็มพื้นที่. . .ขณะราคาที่ดินตกตารางวาละ 1-2 ล้านบาท”

            บางคน (แสร้ง) มองปรากฏการณ์นี้ในแง่ดี เช่น

            1. กระตุ้นให้เจ้าของที่ดินนำที่รกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ แต่การใช้ประโยชน์อย่างนี้คือการเลี่ยงภาษีอย่างน่าละอายกลับไม่พูดถึง

            2. ไม่ปล่อยที่ให้รกร้างให้เป็นแหล่งบ่มเพาะอาชญากรรม แต่ในความเป็นจริงการป้องกัน ป้องปรามและแก้ไขเป็นอีกเรื่องหนึ่ง  ถ้ามีการจัดเก็บภาษีถูกต้อง มี “ไฟลนก้น” เจ้าของที่ดินก็ไม่ปล่อยปละละเลยที่ดินเช่นนี้อยู่แล้ว

            3. เพิ่มปอด พื้นที่สีเขียวให้กับเมือง แต่ความจริงนี่เป็นพื้นที่สีเขียวกำมะลอที่แค่ปลูกกล้วย ปลูกมะนาว ไม้ไม่คงทนถาวร ไม่ได้ช่วยเพิ่มปอดอะไรนักเลย

            4. ช่วยชะลอซัพพลายที่อยู่อาศัยใหม่ๆ ไม่ให้ออกมาจนล้นตลาดจากความตื่นกลัวภาษี  อันที่จริงเราไม่จำเป็นต้องพัฒนาเป็นแบบเดียวกันคือที่อยู่อาศัยก็ได้ แต่เราควรเอาที่ดินเปล่านี้มาพัฒนาเพื่อไม่ให้เมืองขยายไปในแนวราบไม่สิ้นสุด ถ้าตลาดที่ดินไม่ได้เป็นของผู้ขาย  แต่เป็นของผู้ซื้อ ราคาก็ไม่ขึ้นสูงอย่างรวดเร็วเช่นทุกวันนี้ ประชาชนส่วนใหญ่กลับได้ประโยชน์ที่ราคาอุปทานใหม่ๆ ไม่เพิ่มราคาขึ้นมากนักเสียอีก

            อย่างไรก็ตามการแสร้งทำการเกษตรนี้เท่ากับเป็นการเปิดช่องให้อภิมหาเศรษฐี สามารถหลบเลี่ยงภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ผลประโยชน์ของรัฐลดลง รายได้ที่ควรนำมาจากภาษีคนรวยมาช่วยคนจน มาช่วยพัฒนาประเทศก็ลดน้อยถอยลง  จึงถือว่าการร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี้ เป็นการกระทำที่ผิดพลาด (ด้วยความจงใจหรือไม่ก็ตาม) ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการร่างและการออกกฎหมายที่ทำร้ายชาติเช่นนี้ สมควรได้รับการลงโทษ ถ้าเป็นในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช ก็ควรนำไปประหารเจ็ดชั่วโคตร และในสังคมสมัยใหม่ คนที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ควรได้รับโทษส่งเดช จึงควรประหารเฉพาะคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง

            เราไม่ควรกลัวการเสียภาษีเพราะราคาที่ดินเพิ่มขึ้นปีละ 3-5% อยู่แล้ว ภาษีนี้ยิ่งเสียยิ่งดี ยิ่งให้ ยิ่งได้ ยิ่งทำให้ชุมชนมีคุณภาพจากผลพวงของภาษีบำรุงท้องถิ่น ราคาทรัพย์สินก็ยิ่งงอกงาม

 

อ้างอิง

<1> โปรดอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thansettakij.com/content/418550


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 914 คน    
2020 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved