ทำบ่อนให้ถูกกฎหมายเถอะ
  AREA แถลง ฉบับที่ 452/2563: วันพุธที่ 05 สิงหาคม 2563

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

 

            กาสิโนดีต่อสังคมไทยจริงหรือ ทั้งที่เป็นอบายมุขประเภทหนึ่ง  ก็คล้ายบุหรี่ ซึ่งต้องเก็บภาษีให้มากเพื่อนำมาใช้รณรงค์การลดหรือการเลิกการสูบบุหรี่ เป็นต้น  เราควรมีกาสิโนถูกกฎหมายเสียที


ที่มา: https://image.komchadluek.net/webp/1200?url=https://media.komchadluek.net/img/size1/2020/08/04/baae7kaaffdckk7c79dki.jpg

 

            เมื่อวานนี้ (4 สิงหาคม 2563) มีข่าวว่ามีการยิงกันตายถึง 4 ศพ ที่ “บ่อนพระราม 3” ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพระราม 3 ซอย 64 -66 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร (https://bit.ly/3frJW4Y) จนมีผู้เสียชีวิต 4 คน โดยเป็นตำรวจยศพันตำรวจตรี 1 นายรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้บ่อนดังกล่าวเป็นอาคาร 4 ชั้น 10 คูหา มีกล้องวงจรปิดติดรอบตึกภายในเปิดเป็นบ่อนการพนัน เบื้องต้นพบศพผู้เสียชีวิต  การที่บ่อนเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ย่อมมีโอกาสเกิดเหตุร้ายได้ง่าย หากทำบ่อนหรือมีกาสิโนให้ถูกกฎหมาย ย่อมเป็นสิ่งที่ดี

            ที่ผ่านมารัฐมนตรีบางท่าน หรือแม้แต่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ก็ออกมาค้านการเปิดกาสิโน  ในแง่หนึ่งผลพลอยได้จากการค้านนี้ ก็คือ การทำให้ภาพพจน์ดูดีในฐานะที่ไม่เอาอบายมุข  อย่างไรก็ตามการมีกาสิโน ก็อาจเป็นสิ่งที่ดี ด้วยเหตุผลดังนี้:

            1. ปัจจุบันมีบ่อนอยู่มากมายอยู่แล้ว  การคงสถานะที่ผิดกฎหมาย ทำให้เกิดการส่งส่วย เงินทองที่ได้จากการประกอบธุรกิจนี้นับแสน ๆ ล้าน คงเข้ากระเป๋าผู้มีอิทธิพลโดยไม่มีใครแตะต้อง  ดังนั้นในทางตรงกันข้าม ผู้ที่ออกมาคัดค้านการเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย อาจกำลังรักษาผลประโยชน์ของนายบ่อนอยู่

            2. บางคนอ้างว่าหากมีบ่อนหรือกาสิโนถูกกฎหมาย ทำให้มีคนเล่นมากขึ้น จะก่อให้เกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้น  มีผลการศึกษาในทำนองนี้ แต่ก็มีผลการศึกษาที่แตกต่างออกไปเช่นกัน (http://goo.gl/IP8k81)  แต่ที่แน่ชัดประการหนึ่งก็คือจำนวนการฆาตกรรมในประเทศที่มีกาสิโน ก็ใช่ว่าจะมากกว่าประเทศที่ไม่มีกาสิโนเช่นในประเทศไทย  สิ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์ชัดประการหนึ่งก็คือในบรรดาบ่อนใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมหานคร ชุมชนที่อยู่โดยรอบก็คงไม่ได้เข้าไปเล่น คนเล่นมักเป็นคนจากพื้นที่อื่น  ไม่อาจกล่าวได้ว่าคนในพื้นที่ติดการพนันเมื่อมีบ่อนใหญ่อยู่ใกล้ๆ แต่อย่างใด

            3. ประเด็นสำคัญคงอยู่ที่การจัดการให้เหมาะสม เช่น ในสิงคโปร์ กำหนดให้คนท้องถิ่นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าไปเล่นการพนัน  มีการควบคุมจำนวนเงินในการเล่น  การควบคุมรายได้และการเสียภาษีของกาสิโน  การนำรายได้จากการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับสถานกาสิโนนี้มาใช้รณรงค์ให้คนเลิกเล่นการพนัน  คล้ายกับการนำเงินภาษีจากยาสูบมารณรงค์การลดการสูบบุหรี่ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี เป็นต้น

            เราไม่ควรอ้างศาสนา  จริงๆ ก็คงไม่มีศาสนาไหนสนับสนุนให้คนไปเล่นการพนัน แต่การพนันนั้น ก็ไม่ได้ห้ามไว้ในศีล 5 หรือกระทั่งศีล 8!  สำหรับ "สาวก" ของพระพุทธเจ้าคือพระสงฆ์ ห้ามเล่นการพนันเด็ดขาด  อย่างไรก็ตามการพนันก็ดี อาชีพโสเภณีก็ดี มีมาก่อนสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็สอนสั่งให้สาวกห้ามยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้โดยเด็ดขาด แต่ไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์เป็นตัวบุคคล

            ไม่ว่าคนที่นับถือศาสนาไหน ก็รู้ว่าการพนันเป็นสิ่งที่ไม่ดีหากเราหลงกับมัน ในความเป็นจริงแล้ว อะไรที่ไปถึงขั้นหลงแล้ว ย่อมไม่ดีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรักจนหลง ศรัทธาจนหลง หรือหลงในบุญ ในนิมิตต่าง ๆ ในขณะนั่งสมาธิก็ตาม แต่สิ่งไม่ดีเหล่านี้ มักส่งผลให้กับตัวเราเองในเบื้องต้นก่อน และอาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่นบ้าง เพราะสรรพสิ่งล้วนสัมพันธ์กันหมด เข้าทำนอง "เด็ดดอกไม้ ย่อมสะเทือนถึงดวงดาว" แต่ก็ไม่ร้ายแรงขนาดผิดศีล เพราะการผิดศีลนั้นละเมิด สร้างความเสียหายแก่คนหรือสัตว์โดยตรง เช่น ไปฆ่าคนหรือสัตว์อื่น ไปลักทรัพย์ผู้อื่น ไปประพฤติผิดในกามต่อครอบครัวอื่น ไปโกหกคนอื่น หรือการดื่มสุราเมรัย ซึ่งทำให้ขาดสติจนละเมิดหรือทำร้ายผู้อื่น เป็นต้น

            ในเมื่อการพนันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงในสังคม การมีกาสิโนถูกกฎหมายจึงเป็นเพียงการจัดการให้เหมาะสมเท่านั้น คนเล่นก็ได้รับความคุ้มครอง ปลอดภัย ไม่ถูกโกง คนทำกิจการนี้ก็ไม่ต้องส่งส่วยให้ผู้มีอิทธิพล  ภาษีที่ได้ก็เอาเข้าหลวงมาพัฒนาประเทศ  ทำให้โปร่งใสก็คือเป็นการขจัดการทุจริตให้หมดไปนั่นเอง แถมยังสามารถสร้างงานได้มากมาย เป็นการกระจายรายได้อีกด้วย

            การมีกาสิโนเป็นสิ่งที่ดี นำเงินมาพัฒนาประเทศได้ ดูอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศเพื่อนบ้านของไทยเป็นเยี่ยงอย่าง  ยิ่งห้าม ก็ยิ่งผลักดันให้ (เฉพาะ) คนที่ชอบเล่น นำเงินออกไปเล่นนอกประเทศ ทำลายเศรษฐกิจไทยเสียอีก


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,613 คน
2020 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved