10 เมืองที่น่าย้ายไปอยู่ที่สุด
  AREA แถลง ฉบับที่ 339/2564: วันพุธที่ 05 พฤษภาคม 2564

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            ตอนนี้มีกระแส “ย้ายประเทศกันเถอะ” ซึ่งคงเป็นกระแสทำนอง “ประชดประชัน” เพราะความไม่เป็นธรรมในสังคมเป็นหลัก โดยเห็นได้จากความเหลื่อมล้ำในสังคม การตัดสินความที่ไม่เป็นธรรม การกลั่นแกล้งผู้เห็นต่างทางการเมือง ฯลฯ

            มีคนถามผมบ่อยมากว่าเมืองไหนน่าอยู่ที่สุดในโลก แม้ผมจะเดินทางไปเยือนทั่วโลกกว่า 200 เมืองมาแล้ว แต่เรื่องแบบนี้ตอบยากครับ วันนี้เรามาดูก่อนหน่อยว่าเมืองไหนน่าอยู่ที่สุดบ้าง เผื่อจะพัฒนาเมืองของเราให้น่าอยู่เฉกเช่นอารยประเทศบ้าง  แต่การพิจารณาว่าเมืองไหนน่าอยู่นั้นขึ้นอยู่กับความเคยชิน เราอยู่ที่ไหนก็เคยชินที่นั่น แม้ที่นั่นจะไม่น่าอยู่นักก็ตาม เช่น เราอยู่ในกรุงเทพมหานคร เมืองที่ผู้คนมีโอกาสตกท่อ หรือเจอจี้ปล้น ผู้คนอาจเสียชีวิตเพราะความมักง่ายและความประมาทของผู้อื่นก็ตาม แต่ก็น่าอยู่ เพราะเราอยู่จนเคยชิน ให้ย้ายไปอยู่ในมหานครที่ดี ๆ อื่น ๆ เราก็คงไม่ไป เพราะเราไม่เคยชินนั่นเอง

            แต่ก่อนที่เราจะไปค้นหาดูว่าเมืองไหนน่าอยู่ เราต้องดูกระเป๋าของเราด้วย ถ้าเราไม่มีเงินสักอย่างเดียว ทุกที่ก็คือ "นรก" ดีๆ นี่เอง เพราะเราคงอยู่อย่างอดอยาก ฝืดเคืองไม่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเราต้องมีเงินถุงเงินถังเพียงพอที่จะไปใช้ชีวิตที่นั่น หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องมีงานทำอยู่ที่นั้น ๆ จึงจะสามารถไปอยู่อย่างปรกติสุขได้ หาไม่ก็จะอยู่อย่างไร้ค่า แร้นแค้นและอะไร ๆ ก็ไม่น่าอยู่ไปหมดนั่นเอง

            การอยู่ในนครที่ดีกว่าไทย ย่อมทำให้ไม่อยากกลับประเทศไทย ลองดูอย่างคนไทยที่ไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา ก็คงไม่คิดย้ายกลับประเทศไทย ยกเว้นจะล้มเหลว หรือพอแก่ตัวลงยังมีสมบัติอยู่ในไทย หรืออาจกลับมาพักผ่อนเป็นครั้งคราว แต่ความสะดวกสบายคงสู้ในสหรัฐอเมริกาไม่ได้  หลายคนก็บอกว่าในสหรัฐอเมริกามีการเหยียดผิว แต่ถ้าเราอยู่ไปนานๆ ความเคยชินก็เยียวยาเราได้  แต่กรณีนายอานนท์ ที่อยู่นิด้า ก็เพิ่งไปเรียนปริญญาเอกและทำงานได้ปีเดียว ก็คงย้ายกลับเมืองไทยเพราะอยู่นิวยอร์กก็อาจไม่เห็นทางรุ่งของตนเอง

            ที่นี้มาดูเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกจากการจัดอันดับล่าสุดโดยวารสาร the Economist ที่เว็บไซต์ Travelandleisure ได้นำมาลงเมื่อเดือนธันวาคม 2563 (https://bit.ly/3vGpA0f) พบว่า เมืองที่น่าอยู่ที่สุดเรียงตามลำดับดังนี้:

            อันดับที่ 1 กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

            อันดับที่ 2 นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

            อันดับที่ 3 นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

            อันดับที่ 4 นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น

            อันดับที่ 5 นครแคลเกอรี ประเทศแคนาดา

            อันดับที่ 6 นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

            อันดับที่ 7 นครโตรอนโต ประเทศแคนาดา

            อันดับที่ 7 ร่วม กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

            อันดับที่ 9 กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

            อันดับที่ 10 นครอะดีเลด ประเทศออสเตรเลีย

            แต่ในนครที่น่าอยู่เหล่านี้ก็ยังมีคนไร้บ้านหรือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บขยะ หรือในนครเหล่านี้ก็ยังมีย่านที่น่าจะอันตรายในระดับหนึ่ง และยิ่งถ้ามีแหล่งท่องเที่ยว ก็ยังจะพบมิจฉาชีพประจำถิ่นอีกด้วย ซึ่งผู้อยู่อาศัยก็ยังต้องมีความระมัดระวังในการอยู่อาศัย ไม่ใช่จะปลอดภัย 100%  ใครอยากไปอยู่เมืองไหนก็แล้วแต่อัธยาศัย จากประสบการณ์ของผมเอง ผมเชื่อว่าเมืองหลายๆ แห่งในเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์และสแกนดิเนเวียน่าอยู่มาก

            แต่ถึงแม้เมืองที่น่าอยู่ทั้งหลาย จะเป็นเหมือนสรวงสวรรค์ก็ตาม แต่บางครั้งก็เป็นเหมือนสวรรค์ที่ไม่ค่อยมีความสุข (unhappy paradise) เพราะกฎระเบียบต่าง ๆ มีชัดเจนตามอารยประเทศ จะมานั่งร้องรำทำเพลง กินเหล้ารบกวนเพื่อนบ้าน คงต้องถูกตำรวจจับ/ปรับกันบ้าง บางครั้งชีวิตก็อาจจะเรียบง่ายและพอเพียงมาก ไม่มีชีวิตกลางคืน ต่างจากกรุงเทพมหานคร หรือเมืองในประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่แม้บางครั้งจะเป็นเสมือน "นรก" แต่ก็กลับเป็นนครที่มีความสุข (happy hell)

            สำหรับผู้ได้เปรียบในสังคมไทย เช่น ข้าราชการโดยเฉพาะในระดับสูง และระดับที่สามารถฉ้อราษฎร์บังหลวงได้ หรือพ่อค้าที่มีเส้นสาย คนทำผิดกฎหมาย เช่น เปิดบ่อนเถื่อน ขายยาบ้า เปิดซ่องเถื่อน ทำหวยใต้ดิน คงรักเมืองไทยมากเป็นพิเศษ เพราะเปิดโอกาสให้พวกเขาร่ำรวยโดยปราศจากการตรวจสอบ และถึงแม้ทำผิดกฎหมายแต่มีเงิน ก็สามารถ “ลอยนวล” ได้อย่างหน้าตาเฉยเป็นที่ขัดหูขัดตาประชาชนในมากหลายกรณี

            เราคงต้องเลือกเอาเอาล่ะครับว่า อยากจะอยู่ happy hell หรือ unhappy paradise!!!


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,131 คน
2021 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved