ด่วน อสังหาฯ มิถุนายน 64 ฟื้นสวนกระแส
  AREA แถลง ฉบับที่ 533/2564: วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม 2564

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส sopon@area.co.th https://www.facebook.com/dr.sopon4

           ในเดือนมิถุนายน 2564อสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 แต่ก็ยังมีโครงการเปิดตัวใหม่กันค่อนข้างมากถึง 25 โครงการ มีจำนวนหน่วยขายรวมกันถึง 6,112 หน่วย และมีมูลค่าการพัฒนาโครงการรวม 27,683 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยหน่วยละ 4.529 ล้านบาท อุปทานปี 2564 อาจลดกว่าปีก่อน 21%

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) เปิดเผยว่าในเดือนมิถุนายน 2564 มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่รวมกันถึง 25 โครงการ 25 โครงการ ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 จำนวน 6 โครงการ แต่มีหน่วยขายรวมทั้งหมด 6,112 หน่วย เพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมาจำนวน 1,414 หน่วย (เดือนพฤษภาคม 2564 มีจำนวน 4,698 หน่วย) หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เนื่องจากมีการเปิดขายที่อยู่อาศัยอาคารชุดมากขึ้น จึงทำให้จำนวนหน่วยขายของเดือนนี้เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ยังไม่พบอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นยกเว้นโครงการที่อยู่อาศัย

            ประเภทที่มีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่มากที่สุดในเดือนนี้ คืออาคารชุด มีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ 2,876 หน่วย (47.1%) รองลงมาคือ ทาวน์เฮ้าส์ 1,755 หน่วย (28.7%) ส่วนอันดับ 3 คือ บ้านเดี่ยว 962 หน่วย (15.7%) ของจำนวนหน่วยขายที่เปิดขายใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้พบว่าจำนวนหน่วยขายของบ้านเดี่ยวและอาคารชุดมีการเปิดขายเพิ่มขึ้น โดยอาคารชุดมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากสุด 2,374 หน่วย (473%) และบ้านเดี่ยวมีจำนวนเพิ่มขึ้น 214 หน่วย (29%) แต่ทาวน์เฮ้าส์กลับมีจำนวนหน่วยขายลดลงจำนวน 913 หน่วย (-34%) ซึ่งทำเลที่มีการเปิดขายใหม่ สำหรับอาคารชุดที่เปิดขายจะตั้งอยู่ในบริเวณย่านแหล่งงาน เช่นนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และตามแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ที่เริ่มเปิดให้บริการ

            ประเภทที่มีมูลค่าการพัฒนาสูงสุดคือบ้านเดี่ยว 12,282 ล้านบาท (44.4%) รองลงมาคือ อาคารชุด 6,289 ล้านบาท (22.7%) ส่วนอันดับ 3 คือ ทาวน์เฮ้าส์ 3,186 ล้านบาท (12.1%) ของมูลค่าการพัฒนาทั้งหมดตามลำดับ ดังนั้นภาพรวมของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเดือนนี้ส่วนใหญ่หากเป็นบ้านเดี่ยวจะเน้นที่ระดับราคา5-10 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์จะเน้นราคา 2-3 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดจะเน้นที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทเป็นสำคัญ

            หากพิจารณาระดับราคาขายจะพบว่าที่ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีจำนวน 1,022 หน่วย (16.7%) มีมูลค่าโครงการ 1,015 ล้านบาท (3.7%) ที่ระดับราคา 1-2 ล้านบาท มีจำนวน 465 หน่วย (7.6%) มีมูลค่าโครงการ 754 ล้านบาท (2.7%) ที่ระดับราคา 2-3 ล้านบาท มีจำนวน 2,594 หน่วย (42.4%) มีมูลค่าโครงการ 6,384 ล้านบาท (23.1%) ระดับราคา 3-5 ล้านบาท มีจำนวน 1,055 หน่วย (17.3%) มีมูลค่าโครงการ 3,837 ล้านบาท (13.9%) ส่วนที่มีระดับราคาเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไปจำนวน 976 หน่วย (16.0%) และมีมูลค่าโครงการ 15,694 ล้านบาท (56.7%) ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดขายใหม่ทั้งหมดในเดือนนี้

            สำหรับอัตราการขายได้ จะพบว่าในเดือนแรกของการเปิดขายมีอัตราการขายได้เฉลี่ยที่ 24% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมาที่มีอัตราการขายได้ที่ 17% ต่อเดือนโดยประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่มีอัตราการได้สูงสุด และมีจำนวนหน่วยขายเป็นส่วนใหญ่ของตลาดคืออาคารชุดระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 1,022 หน่วย ขายได้แล้ว 608 หน่วย (47%) รองลงคือ บ้านเดี่ยวราคา 10-20 ล้านบาท จำนวน 114 หน่วย ขายได้แล้ว 38 หน่วย (33%) และอันดับ3 คืออาคารชุดระดับราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 107  หน่วย ขายได้แล้ว 28 หน่วย (26%)

            ผู้ประกอบการที่เปิดตัวโครงการใหม่ในเดือนนี้จะพบว่าเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (มหาชน) มีจำนวน 9 บริษัทคือ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)  และบริษัท ออริจิ้นพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)  นอกจากนี้ก็ยังมีบริษัททั่วไปอีกจำนวนหนึ่ง หากเปรียบเทียบการพัฒนาระหว่างบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทในเครือ และบริษัททั่วไป

            หากพิจารณาจำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดตัวในเดือนมิถุนายนของปีนี้เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา จะพบว่าในปีนี้มีจำนวนโครงการเปิดใหม่มากกว่าปีที่ผ่าน ทั้งในด้านจำนวนหน่วยขายและมูลค่าโครงการด้วย โดยมูลค่าโครงการเพิ่มขึ้น 6,720 ล้านบาท (32.1%) และจำนวนหน่วยขายเพิ่มขึ้น 1,902 หน่วย (45.2%) กรณีนี้แสดงถึงการเติบโตสวนกระแสของตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครท่ามกลางวิกฤติโควิด-19

            เมื่อเปรียบเทียบจำนวนโครงการที่เปิดใหม่ครึ่งปีแรกของปี 2564 กับปีที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนโครงการเปิดใหม่ในปี 2564 มีจำนวนรวม 116 โครงการ น้อยกว่าปีที่ผ่าน 47 โครงการ (-29%) มีจำนวนหน่วยขายรวม 23,893 หน่วย ลดลง 6,283 หน่วย (-21%) มีมูลค่าโครงการจำนวน 133,937 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,968 ล้านบาท (2%) (เนื่องจากมีสินค้าราคาแพงโดยเฉพาะในโครงการ the Forestias) ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้นจาก 4.066 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 5.606 ล้านบาท (เพิ่ม 29.2%) ในปี 2564  องค์ประกอบของตลาดที่อยู่อาศัยที่เปิดขายมากสุดในปี 2564 คืออาคารชุดจำนวน 9,235 หน่วย (38.7%) รองลงมา คือ ทาวน์เฮ้าส์ 8,602 หน่วย (36.0%) และอันดับ 3 คือ บ้านเดี่ยว 2,984 หน่วย (12.5%)

 

แผนที่โครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่มิถุนายน 2564

 


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,290 คน
2021 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved