กรณีศึกษา "พุทธะอิสระ" กับการถือครองที่ดินป่า
  AREA แถลง ฉบับที่ 483/2559: วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2559

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของวัดอยู่เนือง ๆ บางแห่งก็ขึ้นไปอยู่ถึงบนยอดเขา กรณี "พุทธะอิสระ" ก็มีข่าวไปซื้อที่ไม่มีกระทั่งเอกสารสิทธิ์ในอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เรื่องนี้มีข้อสังเกตในแง่เอกสารสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์อย่างไรบ้าง ดร.โสภณ มาไขให้รับทราบโดยทั่วกัน

            ตามข่าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 (http://bit.ly/29BNSEf) "พุทธะอิสระ" กล่าวถึงกรณีที่มีการนำภาพที่อ้างว่าเป็นการครอบครองที่ดินป่าสงวน ที่บ้านใหม่วังผาปูน ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งระบุว่า เป็นของพระพุทธะอิสระ มาเผยแพร่ทางโลกสังคมออนไลน์ว่า "อาตมาได้ปรารภ. . .อยากให้ภาคเหนือมีป่า มีน้ำใช้ตลอดปี. . .ไปเจรจากับชาวบ้านบริเวณป่าที่ถูกบุกรุก ว่า ขอคืนพื้นที่ในส่วนของต้นน้ำ โดยจ่ายเงินให้กับคนที่ครอบครองที่ดิน ที่ส่วนใหญ่เป็นครู และข้าราชการ เพื่อดำเนินการปลูกป่าให้กับรัฐบาล. . . . ความจริงแล้วไม่ได้มี 3,000 ไร่ อย่างที่มีการออกข่าวมีเพียง 300 ไร่เท่านั้น และจ่ายไป 3 ล้านกว่าบาท . . . ได้มีการทำสัญญากับทางกรมป่าไม้ ว่าจะฟื้นฟูป่า. . . 10 ปีก็จะคืนที่ดินให้กับกรมป่าไม้ แต่ยอมรับว่าพื้นที่ป่าดังกล่าว ไม่มีเอกสารสิทธิจริงและเป็นป่าสงวนแห่งชาติ"

            กรณีข้างต้น ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) ให้ข้อสังเกตว่า:
            1. การได้มาซึ่งที่ดินของ "พุทธะอิสระ" นี้ มาจากการซื้อขายกับผู้ครอบครองรายก่อนที่บุกรุกมาเช่นกัน
            2. การซื้อขายนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีกระทั่งเอกสารสิทธิ์ใดๆ และเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
            3. กรณีที่ว่ามีสัญญากับกรมป่าไม้ ก็ไม่อาจตรวจสอบได้ หากมีสัญญาจริง ก็ควรนำมาแสดงให้เห็นชัดเจน

            ยิ่งกว่านั้น การอ้างว่าการปลูกป่านี้จะสามารถช่วยให้มีน้ำใช้ตลอดปีนั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่ได้สร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้ นอกจากนั้นบริเวณภูเขาหัวโล้นนี้ ไม่ได้มีสภาพเป็นป่าต้นน้ำที่ชัดเจน (คงต้องไปตรวจสอบ) เพราะเป็นที่ปลูกข้าวโพดและพืชไร่เดิมที่ซื้อมาจากชาวบ้าน สำหรับขนาดที่ดินที่ว่ามี 300 ไร่นั้น จากการดูจากวีดีทัศน์ของ "พุทธะอิสระ" (http://bit.ly/29ChbBv) น่าจะมีมากกว่านี้ ซึ่งข้อนี้ควรได้รับการตรวจสอบเช่นกัน

ภาพที่ 1: ที่ดินที่มีข่าวว่า "พุทธะอิสระบุกรุกป่า (ภาพที่ 1)

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/admin/upload/20160712/news_ubPEqBntql102927_533.jpg
 

ภาพที่ 2: ที่ดินที่มีข่าวว่า "พุทธะอิสระบุกรุกป่า (ภาพที่ 2)

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/admin/upload/20160712/news_VOmHhtCUkk102926_533.jpg

            กรณีนี้เข้าข่ายบุกรุกป่าสงวนหรือไม่ เจ้าหน้าที่คงต้องตรวจสอบในรายละเอียด แต่หากใช่ตามที่ "พุทธะอิสระ" กล่าว ก็จะต้องมีโทษจำคุก 2-15 ปีและปรับ 20,000 - 150,000 บาท ตามที่ระบุใน พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 31 ที่ว่า "ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 14. . .ถ้าได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่ หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ (1) ไม้สัก ไม้ยาง ไม้สนเขา หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. ตาม กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ หรือ (2) ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง รวมกันเกินยี่สิบต้น หรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร หรือ (3) ต้นน้ำลำธาร ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี และ ปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท" (แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2522 (http://bit.ly/29vSTJF)

            นอกจากที่ดินบนภูเขาประมาณ 300 หรือ 3,000 ไร่ที่กล่าวถึง "พุทธะอิสระ" ยังมี "บ้านพัก" ในบริเวณใกล้เคียง โดยมีข่าว "ชาวบ้านสุดทนบุกล้อมบ้าน พุทธะอิสระ กว้านซื้อที่ไม่มีโฉนดเป็นชื่อตัวเอง ปลูกบ้านหรู" (http://bit.ly/1ouzRKj) โดยตามข่าวเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 ระบุว่า "พุทธะอิสระกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากก็เพื่อนำที่ดินดังกล่าวมาปลูกสร้างวัด แต่ทำไมพื้นที่ดังกล่าวกลับไม่เป็นเหมือนวัดเลย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีแต่การปลูกสร้างบ้านและอาคารที่หรูหรา เสมือนเป็นที่พักผ่อนตากอากาศเสียมากกว่า" (http://bit.ly/1ouzRKj)

            และวันรุ่งขึ้น นายอำเภอแม่วาง ให้สัมภาษณ์ว่า "พุทธอิสระมอบให้มูลนิธิแห่งหนึ่งเข้ามาซื้อที่ดินจากชาวบ้านเพื่อสร้างสำนักปฎิบัติธรรม ขณะนี้พบว่ามีการปลูกต้นไม้ไว้แต่ยังไม่มีการเข้ามาดำเนินการสร้างสำนักปฎิบัติธรรมตามกระแสข่าวแต่อย่างใด โดยการซื้อขายครั้งนี้มีการซื้อต่อมาจากชาวบ้านที่เข้ามาจับจองที่ดินอยู่ก่อนหน้านี้โดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ เป็นที่ดินอยู่ตรงข้ามกับองค์การบริหารส่วนต.แม่วิน ในอ.แม่วาง ซึ่งการซื้อขายในลักษณะที่ซื้อขายกันเองทางราชการไม่รับรองอยู่แล้วเพราะไม่มีเอกสารสิทธิ์ และหากมีการสร้างสำนักปฎิบัติธรรมขึ้นจริงอำเภอก็คงต้องเข้าไปตรวจสอบ" (http://bit.ly/29OlDiF)

ภาพที่ 3: บ้านพัก "พุทธะอิสระ" ตรงข้ามที่ทำการ อบต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ตามข่าว ปี 2557

ที่มา: https://www.khaosod.co.th/online/2014/02/13920034681392004195l.jpg

 

ภาพที่ 4: ภาพการประท้วงของ "คนเสื้อแดง" หน้าบ้าน "พุทธะอิสระ" (บ้านริมธารโฮมสเตย์)

ที่มา: https://www.khaosod.co.th/show_image.html?image=online/2014/02/13920034681392004204l.jpg

 

            ในการใช้ที่ป่านั้น ในปัจจุบันที่ป่าเป็นจำนวนมาก ได้รับการออกเอกสารการครอบครองเป็น ส.ป.ก.4-01 และใบ ภ.บ.ท.5 ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรออก และไม่สมควรซื้อ เพราะจะยิ่งส่งเสริมให้มีการบุกรุกทำลายป่ายิ่งขึ้น ทั้งนี้ ดร.โสภณ เคยจัดประกวดเรียงความชิงโล่พระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง "อย่าซื้อที่ดิน ส.ป.ก.4-01 และ ภ.บ.ท.5 ผิดกฎหมายและทำลายป่า" โดย ดร.โสภณ ได้จัดพิมพ์รวมเล่มโดยรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการอีกด้วย  หนังสือเล่มนี้สามารถ download ได้ฟรีที่  http://goo.gl/S1yhGz


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 13,813 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved