รักเสือดำอย่างมีสติ อย่าขี่กระแส
  AREA แถลง ฉบับที่ 96/2561: วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            การรักษาชีวิตสัตว์ป่าเป็นสิ่งที่ดี การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นบาป ผิดกฎหมาย ไม่ดี แต่การที่เสืออยู่ในป่า มีชีวิตอยู่เพียง 16 ปี แต่ถ้าอยู่ในสวนสัตว์เปิด จะอยู่ได้อีกเกือบเท่าตัว เราจะอนุรักษ์เสืออย่างไรดี

ดูวิดิโอ fb Live ได้ที่ลิงค์นี้: https://goo.gl/tdmwb2

            เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวเจ้าสัวท่านหนึ่งฆ่าเสือ ซึ่งยังไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่ แต่สังคมก็ตัดสินไปแล้ว แถมยังถูกตาม "เช็คบิล" ในกรณีอื่น ๆ อีกมากมาย  ข้อนี้ผมไม่ได้คิดมาแก้ตัวให้เจ้าสัว เพียงแต่ชี้ให้เห็นว่าในสังคมคนชั้นสูง หรือพวกเจ้าสัวนั้น ถ้าขุดกันออกมา แต่ละคนน่าจะทำผิดกฎหมายกันทั้งนั้น เพียงแต่ยังไม่มีใครขุดค้น นี่อาจเป็นกระบวนการในการโค่นล้มกันโดยอาศัยเสือก็เป็นได้

            อาจยังมีหลายเรื่องที่เราไม่รู้เกี่ยวกับเสือ เช่น ไม่มีเสือในป่าแอฟริกา {1} เสือผสมพันธุ์กันด้วยเวลาเพียง 15 วินาที {2}  แต่อีกอย่างที่หลายท่านไม่ทราบคือ เสือตัวหนึ่งมีพื้นที่หากินตั้ง 100 ตารางกิโลเมตร {3} ผมตกใจ นี่ถ้ายกพื้นที่กรุงเทพมหานครขนาด 1,568 ตารางกิโลเมตร คงให้เสืออยู่ได้แค่ 16 ตัวเท่านั้น แต่กรุงเทพมหานครมีคนอยู่ถึง 6 ล้าน ประเทศไทยที่มีพื้นที่ 513,120 ตารางกิโลเมตร สามารถให้เสืออยู่ได้แค่ 5,132 ตัวเท่านั้น แต่คนไทยอยู่กันเกือบ 70 ล้านคนเข้าไปแล้ว แต่ในสหรัฐอเมริกา มีเสือเลี้ยง (ไม่ได้อยู่ในป่า) มากกว่า 5,000 ตัว {4} เขาเลี้ยงไว้แบบนี้ รับรองว่าไม่สูญพันธุ์แน่ แต่อาจไม่ได้มีโอกาสวิ่งเล่นแบบไร้ขอบเขต และเที่ยวกัดกินคนเป็นแน่

            ประชากรเสือในทุกวันนี้อยู่ที่ไหนบ้างในธรรมชาติ (ไม่ใช่ในกรง) เช่น

            1. เสือโคร่งไซบีเรีย มีอยู่ในไซบีเรีย จีนที่ติดกับรัสเซีย และเกาหลีเหนือ ราว 200 ตัว

            2. เสือโคร่งเบงกอล อยู่ในเอเชียใต้และบางส่วนของพม่า มีอยู่ประมาณ 2,000 ตัว

            3. เสือโคร่งอินโดจีน อยู่ในป่าของพม่าที่ติดต่อกับไทย ทางตอนใต้ของจีนและภูมิภาคอินโดจีน คาดว่ามีอยู่ 1,200-1,800 ตัว ในไทยคาดว่าคงมีอยู่ 200-300 ตัว

            4. เสือโคร่งสุมาตรา พบได้เฉพาะบนเกาะสุมาตรา ประมาณ 250-300 ตัว

            5. เสือโคร่งจีนใต้ พบในประเทศจีนทางตอนใต้ ประมาณ 30 ตัว

            6. เสือโคร่งมลายู พบเฉพาะบนคาบสมุทรมลายู ประมาณ 490 ตัว

            ส่วนเสือโคร่งแคสเปียน เสือโคร่งชวา เสือโคร่งบาหลี ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ส่วนที่ว่าเมืองไทยเรามีเสืออยู่ถึงหลายร้อยตัวนั้น เคยมีใครเห็นซากเสือตายตามธรรมชาติบ้างไหม คงแทบไม่เคยเห็นหรือเป็นข่าว ทั้งนี้คงมีใครเอานำเอาซากไปขายหมดแล้วมากกว่าจะปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติ ถิ่นฐานของเสือกับของคนจึงอยู่ร่วมกันไม่ได้

            เราอาจจะกลัวเสือ แต่แท้จริงแล้วเสือชอบอยู่อย่างสงบ เร่ร่อน จึงไม่ได้นิยมอยู่ถ้ำเสือประจำอย่างที่เราเข้าใจ และไม่ระรานใคร ยกเว้นในยามหิวจึงจะคร่าชีวิตสัตว์อื่นรวมทั้งมนุษย์ที่บังเอิญหรือตั้งใจเข้าไปในพื้นที่ของเสือ ที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์ที่เสือโคร่งเข้ามาทำร้ายมนุษย์แต่ไม่บ่อยนัก เช่น ในปี 2541 เสือโคร่งเพศผู้ตัวหนึ่งเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ของอุทยานเขาใหญ่ และในปี 2519 เสือโคร่งตัวใหญ่อายุมากเขี้ยวหัก และไม่สามารถล่าเหยื่อตามธรรมชาติได้จึงมาล่ามนุษย์แทน {5} แต่เราก็ควรปราบปรามพวกตัดไม้ทำลายป่า พรานป่าอย่างจริงจังด้วยงบประมาณที่เพียงพอ รวมทั้งการจัดการปัญหาการบุกรุกทำลายป่าซึ่งเป็นการลดอาณาเขตของเสือลงไปอย่างมาก และทำให้เสือสูญพันธุ์ได้

            อันที่จริงเสืออายุสั้น เสือที่เราเห็นแข็งแรงกว่าคนเรามากมายนั้นมีอายุเพียง 16 ปีในป่า แต่ถ้าเลี้ยงไว้ในสวนสัตว์ (เปิด) ก็จะมีอายุได้ถึง 26-30 ปี {6} ดังนั้นหากจับเสือมาอยู่ในสวนสัตว์ปิด สวนสัตว์เปิด หรืออื่นใด ย่อมทำให้ชีวิตเสือยืนยาวกว่า ได้รับการคุ้มครองมากกว่านี้ แต่การพูดอย่างนี้พวกเอ็นจีโออาจเป็นเดือดเป็นแค้นใหญ่ อยากจับผมหรือใครใส่ในกรงบ้าง คือพวกนี้คงเห็นแก่เสือมากกว่าคน (ฮา)

            ที่เสืออายุสั้นก็เพราะเป็นสัตว์กินเนื้อต่างจากสัตว์กินพืช ลำไส้ของสัตว์กินเนื้อยาวเพียง 3 เท่าของร่างกาย เพื่อขับถ่ายเนื้อที่เน่าเสียออกได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่มนุษย์เหมือนกับสัตว์กินพืชอื่นคือมีลำไส้ยาวกว่าร่างกายถึง 10-12 เท่า เพราะพืชและผลไม้จะเน่าเสียช้ากว่า จึงผ่านการย่อยและดูดซึมเข้าผ่านลำไส้ได้ตามปกติไม่มีความจำเป็นต้องเร่งถ่ายออก {7} สำหรับเสือโคร่งส่วนใหญ่ในป่าของไทยประเทศไทยตายด้วยโรคพยาธิและโรคติดเชื้อ {3}

            จากการศึกษาเสือโคร่งในจิตวัน พบว่าลูกเสือโคร่งในปีแรกมีอัตราตายประมาณ 34% ในปีที่สองอัตราตายจะลดลงเหลือ 17% ดังนั้นการมีสวนสัตว์เปิดจึงดีกว่าการมีป่าธรรมชาติที่ขาดการดูแลเท่าที่ควร ปล่อยให้พรานป่าออกล่าสัตว์โดยขาดการป้องกันเท่าที่ควร ตัวอย่างที่ดีมากแห่งหนึ่งก็คือที่เขื่อนรัชประภา ปรากฏว่าหลังจากการสร้างเขื่อนแล้ว ปรากฏว่าสิงสาราสัตว์ขยายพันธุ์กันยกใหญ่ เพราะมีเขื่อนเป็นเหมือนปราการสำคัญในการป้องกันการล่าสัตว์ {8}

            ในแง่หนึ่ง เราไม่ควรไปล่าเสือในป่า เพราะการมีเสือแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า แต่ตามธรรมชาติของเสือก็คงไม่อาจแพร่พันธุ์ได้เท่าคน คงจำกัดจำนวนอยู่ไม่มากน้อยไปกว่าที่เป็นอยู่ การจะไม่ให้สูญพันธุ์ส่วนหนึ่งจึงอยู่ที่การเพาะเลี้ยง การสร้างสวนสัตว์ (เปิด) ไม่ใช่ปล่อยให้เสือเผชิญชะตากรรมตามมีตามเกิดเสียอย่างเดียว คงไม่ได้ โลกสมัยใหม่ไม่ใช่สังคมบุพกาลที่จะปล่อยให้เสือหรือสิงสาราสัตว์ทั้งหลายอยู่ตามยถากรรมและตายไปเพียงอายุ 16 ปี ทั้งที่ควรอยู่ได้ถึง 30 ปีนั่นเอง

            รักเสือ รักสัตว์ นั้นดี เป็นกุศล แต่การขี่กระแสเอาดีใส่ตัว ก็เป็นบาปอย่างหนึ่ง

อ้างอิง:

{1} Why Don't Tigers Live in Africa? www.livescience.com/32866-no-tigers-in-africa.html

{2} เสือโคร่ง http://goo.gl/xNBL9W

{3} ชีววิทยาของเสือโคร่ง www.dnp.go.th/wildlifednp/index.php?option=com_content&view=article&id=36:2010-07-22-09-05- และ Tigers' habitat http://www.lions.org/tiger-habitat.html

{4} More Tigers in American Backyards than in the Wild. www.worldwildlife.org/stories/more-tigers-in-american-backyards-than-in-the-wild

{5} เสือโคร่ง www.verdantplanet.org/catsoftheworld/cat_tiger.php?01&catid=17:2010-07-22-07-24-53&Itemid=8

{6} Tigers Life Cycle www.tigers.org.za/tigers-life-cycle.html#.VFrQDaI5Oic

{7} เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่มนุษย์ไม่ควรจะกินเนื้อสัตว์ !? www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000131186

{8} เขื่อน (รัชชประภา) มีประโยชน์อนันต์ www.area.co.th/thai/area_announce/area_anpg.php?strquey=area_announcement620.htm


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 1,880 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved