ทำเลอันตราย
  AREA แถลง ฉบับที่ 174/2561: วันอังคารที่ 27 มีนาคม 2561

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
sopon@area.co.th

            ดร.โสภณ เปิดเผยถึง "หลุมดำ" ทำเลอันตรายสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยแยกออกเป็นทำเลๆ ตามพื้นฐานของเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ทำเล ประเภทที่อยู่อาศัยและระดับราคาที่ขายยาก โปรดสังวร
ทำเล ประเภท ระดับราคา (ล้าน) รวม ขายแล้ว เหลือ อัตราการขาย/เดือน
A1: นวนคร-คลองรพีพัฒน์ ตึกแถว 2.001-3.000 256 75 181 0.49%
  บ้านเดี่ยว 5.001-10.000 101 0 101 0.00%
A2: บางขัน-คลองหลวง ทาวน์เฮาส์ 2.001-3.000 287 15 272 0.52%
A5: รังสิต-คลอง 7-16 ทาวน์เฮาส์ 1.001-2.000 733 304 429 0.36%
B4: ชินเขต-ท่าทราย ห้องชุด 1.001-2.000 729 286 443 0.46%
D6: นวมินทร์ ห้องชุด 0.500-1.000 1260 1104 156 0.30%
E2: นิมิตใหม่ ทาวน์เฮาส์ 1.001-2.000 478 228 250 0.34%
E3: หนองจอก บ้านเดี่ยว 2.001-3.000 139 41 98 0.57%
H8: บางนา-ตราด กม.10-30 ที่ดินจัดสรร 1.001-2.000 121 77 44 0.23%
    2.001-3.000 869 365 504 0.28%
H9: บางนา-ตรมด กม. 30 ขึ้นไป ที่ดินจัดสรร 3.001-5.000 300 215 85 0.26%
  บ้านเดี่ยว 5.001-10.000 113 102 11 0.33%
J1: ป้อมพระจุล ทาวน์เฮาส์ 2.001-3.000 433 59 374 0.52%
K1: พระรามที่ 2 กม.1-10 บ้านแฝด 5.001-10.000 104 1 103 0.03%
  บ้านเดี่ยว >20.000 179 36 143 0.59%
K3: มหาชัย-เศรษฐกิจ ตึกแถว 2.001-3.000 124 9 115 0.26%
M1: ตลิ่งชัน ที่ดินจัดสรร 3.001-5.000 190 167 23 0.31%
N1: พระรามที่ 5 - บางกรวย ตึกแถว 3.001-5.000 150 8 142 0.44%
N4: บางบัวทอง บ้านเดี่ยว 2.001-3.000 486 280 206 0.38%
N7: ลาดหลุมแก้ว บ้านเดี่ยว 2.001-3.000 289 167 122 0.40%
ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th)

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) เปิดเผยว่าทำเลประเภทบ้านและดับราคาที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพระขายได้ช้า มีดังต่อไปนี้:

            ทำเล A1: นวนคร-คลองรพีพัฒน์ สินค้าที่ขายยากก็คือ ตึกแถว ที่ขายในระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 256 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 75 หน่วย ยังเหลือขายอีก 181 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.49% ถือว่าขายได้ค่อนข้างน้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะเป็นตึกแถวในทำเลที่ไม่ดีนัก ราคาจึงย่อมเยา แต่กลับขายได้ยาก

            ทำเล A1: นวนคร-คลองรพีพัฒน์ สินค้าที่ขายยากก็คือ บ้านเดี่ยว ที่ขายในระดับราคาประมาณ 5.001-10.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 101 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 0 หน่วย ยังเหลือขายอีก 101 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.00% นับว่าขายไมได้เลย ทั้งนี้คงเป็นเพราะตั้งราคาสินค้าสูงเกินไปในทำเลที่อาจมีความสามารถในการซื้อจำกัด

            ทำเล A2: บางขัน-คลองหลวง สินค้าที่ขายยากก็คือ ทาวน์เฮาส์ ที่ขายในระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 287 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 15 หน่วย ยังเหลือขายอีก 272 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.52% ถือว่าขายได้ค่อนข้างน้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะเป็นสินค้าที่มีราคาสูงกว่าทั่วไปในพื้นที่นี้

            ทำเล A5: รังสิต-คลอง 7-16 สินค้าที่ขายยากก็คือ ทาวน์เฮาส์ ที่ขายในระดับราคาประมาณ 1.001-2.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 733 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 304 หน่วย ยังเหลือขายอีกถึง 429 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.36% ถือว่าขายได้น้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะยังอยู่ในทำเลที่ตั้งอยู่ห่างไกลเป็นพิเศษ

            ทำเล B4: ชินเขต-ท่าทราย สินค้าที่ขายยากก็คือ ห้องชุด ที่ขายในระดับราคาประมาณ 1.001-2.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 729 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 286 หน่วย ยังเหลือขายอีก 443 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.46% ถือว่าขายได้ค่อนข้างน้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะสินค้านี้ยังออกแบบได้ไม่เหมาะสมกับความต้องการนัก

            ทำเล D6: นวมินทร์ สินค้าที่ขายยากก็คือ ห้องชุด ที่ขายในระดับราคาประมาณ 0.500-1.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 1260 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 1104 หน่วย ยังเหลือขายอีก 156 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.30% ถือว่าขายได้น้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะคุณภาพของสินค้าอาจยังไม่เหมาะสมนัก

            ทำเล E2: นิมิตใหม่ สินค้าที่ขายยากก็คือ ทาวน์เฮาส์ ที่ขายในระดับราคาประมาณ 1.001-2.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 478 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 228 หน่วย ยังเหลือขายอีก 250 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.34% ถือว่าขายได้น้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะเป็นเพราทำเลที่ตั้งที่อาจไม่เหมาะสม

            ทำเล E3: หนองจอก สินค้าที่ขายยากก็คือ บ้านเดี่ยว ที่ขายในระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 139 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 41 หน่วย ยังเหลือขายอีก 98 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.57% ถือว่าขายได้ค่อนข้างน้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะคงตั้งอยู่ห่างไกรเกินไปนั่นเอง

            ทำเล H8: บางนา-ตราด กม.10-30 สินค้าที่ขายยากก็คือ ที่ดินจัดสรร ที่ขายในระดับราคาประมาณ 1.001-2.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 121 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 77 หน่วย ยังเหลือขายอีกเพียง 44 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.23% ถือว่าขายได้น้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะไม่ใช่สินค้ายอดนิยม

            ทำเล H8: บางนา-ตราด กม.10-30 สินค้าที่ขายยากก็คือ ที่ดินจัดสรร ที่ขายในระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 869 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 365 หน่วย ยังเหลือขายอีกถึง 504 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.28% ถือว่าขายได้น้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะเป็นสินค่าที่ไม่มีในตลาด สถาบันการเงินไม่สนับสนุน

            ทำเล H9: บางนา-ตราด กม. 30 ขึ้นไป สินค้าที่ขายยากก็คือ ที่ดินจัดสรร ที่ขายในระดับราคาประมาณ 3.001-5.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 300 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 215 หน่วย ยังเหลือขายอีก 85 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.26% ถือว่าขายได้น้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะราคาสูงเกินไป

            ทำเล H9: บางนา-ตราด กม. 30 ขึ้นไป สินค้าที่ขายยากก็คือ บ้านเดี่ยว ที่ขายในระดับราคาประมาณ 5.001-10.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 113 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 102 หน่วย ยังเหลือขายอีกเพียง 11 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.33% ถือว่าขายได้น้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะราคาสูงเกินจริง

            ทำเล J1: ป้อมพระจุล สินค้าที่ขายยากก็คือ ทาวน์เฮาส์ ที่ขายในระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 433 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 59 หน่วย ยังเหลือขายอีกถึง 374 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.52% ถือว่าขายได้ค่อนข้างน้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะอาจไม่เหมาะกับพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล

            ทำเล K1: พระรามที่ 2 กม.1-10 สินค้าที่ขายยากก็คือ บ้านแฝด ที่ขายในระดับราคาประมาณ 5.001-10.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 104 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 1 หน่วย ยังเหลือขายอีก 103 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.03% ถือว่าขายได้น้อยมากหรือแทบไม่ได้เลย ทั้งนี้คงเป็นเพราะการตั้งราคาที่สูงเกินจริง

            ทำเล K1: พระรามที่ 2 กม.1-10 สินค้าที่ขายยากก็คือ บ้านเดี่ยว ที่ขายในระดับราคาประมาณ >20.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 179 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 36 หน่วย ยังเหลือขายอีก 143 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.59% ถือว่าขายได้ค่อนข้างน้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะการตั้งราคาที่สูงเกินจริงเมื่อเทียบกับบ้านเดี่ยวในระดับเดียวกัน

            ทำเล K3: มหาชัย-เศรษฐกิจ สินค้าที่ขายยากก็คือ ตึกแถว ที่ขายในระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 124 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 9 หน่วย ยังเหลือขายอีก 115 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.26% ถือว่าขายได้น้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะเป็นตึกแถวในทำเลที่ไม่ดีนัก ราคาจึงย่อมเยา แต่กลับขายได้ยาก

            ทำเล M1: ตลิ่งชัน สินค้าที่ขายยากก็คือ ที่ดินจัดสรร ที่ขายในระดับราคาประมาณ 3.001-5.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 190 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 167 หน่วย ยังเหลือขายอีกเพียง 23 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.31% ถือว่าขายได้น้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะสถาบันการเงินไม่ค่อยอำนวยสินเชื่อให้กับการซื้อที่ดินเปล่า

            ทำเล N1: พระรามที่ 5 - บางกรวย สินค้าที่ขายยากก็คือ ตึกแถว ที่ขายในระดับราคาประมาณ 3.001-5.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 150 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 8 หน่วย ยังเหลือขายอีก 142 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.44% ถือว่าขายได้ค่อนข้างน้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะทำเลไกลเกินไป

            ทำเล N4: บางบัวทอง สินค้าที่ขายยากก็คือ บ้านเดี่ยว ที่ขายในระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 486 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 280 หน่วย ยังเหลือขายอีก 206 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.38% ถือว่าขายได้น้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะทำเลที่อยู่ห่างออกไปเกินไป

            ทำเล N7: ลาดหลุมแก้ว สินค้าที่ขายยากก็คือ บ้านเดี่ยว ที่ขายในระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีทั้งหมดอยู่ราว 289 หน่วย ณ สิ้นปี 2560 ขายได้จำนวน 167 หน่วย ยังเหลือขายอีก 122 หน่วย หรือขายได้เพียงเดือนละ 0.40% ถือว่าขายได้น้อย ทั้งนี้คงเป็นเพราะคงตั้งอยู่ห่างไกรเกินไปนั่นเอง

            ในทำเลเหล่านี้การขายค่อนข้างอืด ขายได้ช้า ผู้ประกอบการและผู้ซื้อพึงสังวร


ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

อ่าน 4,022 คน
2018 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved