ในช่วงปลายสิงหาคมถึงกันยายน 2569 ผมคงไม่ได้อยู่กรุงเทพมหานครพบมิตรสหาย เพราะมัวแต่เดินทางไปบรรยายและสานสัมพันธ์นานาชาติเพื่อเครือข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นการทำการขายอย่างหนึ่ง เผื่อจะได้ลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น ไม่ใช่ได้ลูกค้าจากการพาไปตีกอล์ฟ “หลุม 19”
ในระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 27-วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เมียนมาก็ได้เชิญผมไปร่วมงานประชุม Asia Pacific Real Estate Convention ณ นครย่างกุ้ง งานนี้มีคนไทยไปหลายคนเช่นกัน ผมในฐานะกรรมการสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์สากล (International Real Estate Federation: FIABCI) เป็นแขกสำคัญ เขามีขบวนต้อนรับถึงสนามบิน รวมทั้งขากลับด้วย เขาจัดที่พักโรงแรม Novotel อย่างดีให้ พร้อมมอบค่าวิทยากรให้อีกต่างหาก ผมต้องไปร่วมกล่าวเปิดงาน นอกจากนี้ยังได้บรรยายเกี่ยวกับทักษะการประเมินค่าทรัพย์สินสำหรับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย
มีผู้เข้าร่วมประมาณ 400 คน สิ่งที่ได้จากงานนี้ก็คือการได้สานสัมพันธ์กับนักลงทุน นายหน้า นักพัฒนาที่ดินของเมียนมา ดังนั้นหากต่อไปมีงานประเมินค่าทรัพย์สิน สำรวจวิจัยอสังหาริมทรัพย์และอื่นๆ ทั้งในไทยและเมียนมา ก็มีโอกาสที่ผมและคณะ จะได้ไปให้บริการ โดยหวังว่าหากมีงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขาจะได้มาติดต่อเพื่อร่วมงานกันต่อไป การสร้างเครือข่ายแบบนี้จึงมีความสำคัญกับธุรกิจในระยะยาว
หลังจากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 6-วันพฤหัสบดี10 กันยายน 2569 ก็มีการประชุม the Passport Global Summit 2026 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยงานนี้มีพวกนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่วนมากมีเชื้อสายเป็นชาวเอเชียหลากหลายประเทศ มาชุมนุมกันทุกปีประมาณ 150 คน เมื่อปีที่แล้วก็มีงานนี้ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2570 เขากะจะมาจัดงานที่ประเทศไทยโดยผมคงจะได้มีส่วนสนับสนุนพวกเขา
กิจกรรมของงานนี้ก็ได้แก่การดูงานโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเกาหลีใต้ การประชุมและบรรยายต่างๆ ซึ่งผมก็ได้บรรยายเกี่ยวกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนต่างชาติในไทย และทุกคืนก็มีงานเลี้ยงต้อนรับ เลี้ยงสังสรรค์ เลี้ยงอำลา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมทั้งหลายได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกัน และเมื่อได้สานสัมพันธ์กันแน่นหนาขึ้นแล้ว โอกาสทางธุรกิจก็จะตามมา
แม้เป็นงานใหญ่ เขาเชิญไปร่วมงานและบรรยายแต่ไม่ได้จัดหาที่พักให้ โดยที่ผมไปผู้เดียว ก็กินอยู่อย่างประหยัด ไม่สนหน้าตาอะไร แม้คราวนี้จะเดินทางโดยการบินไทยเพราะต้องต่อเครื่องไปภูเก็ตในเวลาที่เหมาะสม แต่ที่พักก็พักโรงแรมถูกๆ เพียงราวหนึ่งในห้าของห้องพักที่โรงแรมจัดงาน (Sofitel Ambassador Hotel) เรียกได้ว่าพัก 3 คืนยังถูกกว่าพักที่โรงแรมใหญ่ 1 คืน แถมอยู่ใกล้โรงแรมใหญ่ เดินเท้าเพียง 6 นาที
พอถึงวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน ผมก็เดินทางไปภูเก็ต เพื่อเตรียมบรรยายและจัดสัมมนาอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต อันที่จริงมีเที่ยวบินตรงจากกรุงโซลมาภูเก็ต แต่มาถึงดึก เลยใช้บริการการบินไทย พอวันรุ่งขึ้น ศุกร์ที่ 11 กันยายน ก็จัดสัมมนาเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 80 คน ก็นับว่าประสบความสำเร็จด้วยดี มีโอกาสพบปะกับนักลงทุน นายหน้า นักพัฒนาที่ดิน เผื่อจะได้ให้บริการประเมินค่าทรัพย์สิน สำรวจวิจัยอสังหาริมทรัพย์ต่อไป
กลับมาคืนนั้นก็ไม่ได้พบเพื่อนร่วมงานที่บริษัทเลย และในค่ำวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ผมก็ต้องเดินทางอีกแล้ว คราวนี้ไปเมืองไทจงซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของนครไทเป ไต้หวันเพื่อประชุมคณะกรรมการ FIABCI และบรรยายในงาน FIABCI International Trade Mission 2026 ซึ่งมีประเทศต่างๆ เข้าร่วม 200 คนจาก 25 ประเทศ และนักลงทุนไต้หวันอีกราว 300 คน และเช่นเดิม ผมก็ไปบรรยายเกี่ยวกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของคนต่างชาติในไทย
ผมเดินทางไปกลับไต้หวันด้วยสายการบินราคาถูกเช่นเดิม เน้นประหยัด ไม่สนหน้าตา หน้าตาจะมาจากการนำเสนอข้อมูลดีๆ เป็นที่ยอมรับของผู้เข้าร่วมต่างหาก งานนี้ยังจัดขึ้นที่โรงแรม Intercontinental Taichung ซึ่งแพงระยับคืนละ 10,000 บาท แต่ผมพักที่ Star Hostel Taichung Parklane ซึ่งอยู่ห่างกันแค่เดิน 2 นาที สนนราคาก็เพียงหนึ่งในหกของโรงแรมจัดงานเท่านั้น
ในบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ผมก็เดินทางกลับมากรุงเทพมหานคร ถึงดอนเมืองในเวลาประมาณ 19:00 น. และต่อรถไปสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางไปกรุงธากา ประเทศบังคลาเทศ ในเวลาประมาณ 23:00 น. และถึงที่นั่นในเวลาประมาณตีหนึ่งของวันศุกร์ที่ 18 กันยายน และเขาจัดให้พักในโรงแรมสุดหรูในฐานะวิทยากรคนสำคัญอีกเช่นเคยคือที่ Radisson Blu Dhaka Water Garden โดยเจ้าภาพจัดให้พัก 3 คืน
ไปเที่ยวนี้ได้ไปดูงานอสังหาริมทรัพย์ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน บรรยายในวันที่ 19 กันยายน และเดินทางกลับในวันอาทิตย์ที่ 20 กันายน นับว่าเป็นการเดินทางที่ยาวนานอีกเช่นกัน ทั้งนี้ผมเคยเดินทางไปบังคลาเทศแล้ว เมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อรับจ้างประเมินค่าทรัพย์สินให้กับรัฐบาลแห่งหนึ่ง และได้พบปะกับนักลงทุนต่างๆ หลายราย ครั้งนี้คงได้สร้างเครือข่ายที่ดีอีกเช่นกัน
สิ้นเดือนกันยายน ยังต้องเดินทางไปนครดานัง ประเทศเวียดนาม ในระหว่างวันพุธที่ 30 กันยายน – วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 พอดีผมเคยเป็นกรรมการของสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งอาเซียน และไปร่วมกิจกรรมกับสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินจาก 8 ประเทศในอาเซียน (ยกเว้นเมียนมาและลาวซึ่งยังไม่มีสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สิน) การไปประชุมคราวนี้ก็จะได้สร้างเครือข่ายเช่นเดิม การที่ผมได้งานประเมินค่าทรัพย์สินต่างๆ ในภูมิภาคนี้ก็มาจากการมีมิตรภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมวิชาชีพจากประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้เช่นกัน
เป็นอันจบการเดินทางตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม-กันยายน รวม เมียนมา เกาหลี ไต้หวัน และบังคลาเทศ อันที่จริงในเดือนตุลาคม ยังมีบรรยาย ณ นครเซบู ฟิลิปปินส์ รวมทั้งการสัมมนาใหญ่ที่กรุงโตเกียวอีกด้วย เอาไว้จะได้เล่าให้ฟังต่อไป
การไปต่างประเทศเพื่อสร้างเครือข่ายให้ได้งานที่กว้างขวางกว่าทั่วไป เป็นสิ่งที่พึงดำเนินการ (แม้จะเหนื่อยยากบ้าง)
