บรรทัดทองนับเป็นย่านการค้าสำคัญ ที่ในปัจจุบันมีร้านรวงต่างๆ เป็นแหล่งอาหารที่คล้ายกับย่านถนนเยาวราช มีควมเป็นมาอย่างไร อนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th)
ภายหลังการจัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์หลังการปฏิวัติ 2475 นั้น กระทรวงการคลัง (สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์-ของสถาบันไม่ใช่ส่วนพระองค์) ก็เป็นผู้ถือครองที่ดินนี้ และในวันที่ 12 ธันวาคม 2483 กระทรวงการคลังฯ ก็ “ให้” ที่ดินแปลงนี้แก่จุฬาฯ ในปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งหมด 1,153 ไร่ (หลังจากหักแบ่งเป็นถนน) โดยแบ่งออกเป็น พื้นที่เขตการศึกษา 595 ไร่ พื้นที่ส่วนราชการเช่าใช้ 184 ไร่ และพื้นที่เขตพาณิชย์ 374 ไร่
โดยก่อนหน้านี้วันที่ 23 มีนาคม 2459 รัชกาลที่ 6 ได้ทรงออกโฉนดที่ดินให้กับพระองค์เองเป็นโฉนดที่ดินฉบับที่ 2057 2058 และ 2059 ที่ดินทั้ง 3 โฉนดนี้ มีผู้เช่าครอบครองอยู่แล้ว ดังจะเห็นได้จากแผนที่หลังโฉนดที่วางแปลงผักเรือกสวนเพื่อการเกษตรต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังมีวังวินเซอร์ (สนามศุภชลาศัยในปัจจุบัน) ตั้งอยู่โดยก่อนหน้านี้โดยไม่มีโฉนด
โฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับนี้ตกทอดมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 8 ปรากฏหลักฐานสารบัญจดทะเบียนว่าเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2478 พระองค์ทรงให้จุฬาฯ เช่าที่ดินเป็นเวลา 30 ปี แต่พอถึง 12 ธันวาคม 2483 รัฐบาลจอมพล ป. ก็โอนเปลี่ยนนามผู้ถือเป็นกระทรวงการคลัง (สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) และในวันเดียวกันจุฬาฯ ก็ทำสัญญาเลิกเช่าและกระทรวงการคลังก็ “ให้” ที่ดินสองแปลงนี้แก่จุฬาฯ
โดยที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีที่ดินจำนวนมาก ก็จึงมีการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ เช่น บริเวณสยามสแควร์ ก็ถูกบุกรุกเป็นชุมชนแออัด ต่อมาก็เกิดเพลิงไหม้ นิสิตก็พร้อมใจกับคล้องแขนไม่ให้ผู้อยู่อาศัยเดิมเข้าไปใช้สอย และต่อมาในสมัยที่จอมพลประภาสเป็นอธิการบดี (วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2506 ถึงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2512) ก็เริ่มมีการพัฒนาพื้นที่ “สยามสแควร์” และอื่นๆ เช่น บริเวณสามย่าน บรรทัดทอง โดยพัฒนาเป็นตึกแถว
บรรทัดทองถือเป็นย่าน “เซียงกง” แห่งถนนบรรทัดทอง โดยเป็นแหล่งขายอะไหล่รถยนต์และเครื่องจักร จากการพัฒนาตึกแถวที่มีอายุมาแล้วประมาณ 60 ปี โดยเกิดมีชุมชนสวนหลวง มีตลาด มีศาลเจ้า มีแหล่งค้าขายเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาก็มีการไล่รื้อชาวบ้านในย่านเซียงกงบรรทัดทอง โดยมีบริษัทเอกชนได้เข้าประมูลทำโครงการใหญ่ๆ โดยโครงการในระยะแรกๆ ก็เช่น อาคารของบริษัทมั่นคงเคหะการเป็นต้น
ในระหว่างการรื้อย้ายย่านบรรทัดทอง มีการปิดกั้นอาคารตึกแถวสองฝั่งถนนไว้ จนถึงวันที่ 17 มกราคม 2557 เวลา 13:00 น. ขบวนประท้วงของกลุ่มการเมือง กปปส ในสมัยนั้นก็พาคนเดินผ่านถนนบรรทัดทองซึ่งตอนนั้นมีสภาพเป็นตึกร้าง และก็ทำให้เกิดกรณีคนร้ายปาระเบิดใส่ขบวน ทำให้มียอดบาดเจ็บ 36 คน จวบจนมีการปรับปรุงอาคารแล้วเสร็จจึงได้พัฒนาเป็นย่านบรรทัดทองในปัจจุบัน
ในแผนการพัฒนาที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในย่านถนนบรรทัดทองด้วย โดยต้องการสร้างให้พื้นที่ย่านนี้เป็นสตรีทฟู้ด รวมร้านดังหลากหลายให้กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาย่านบรรทัดทองมีทุนจีนเข้ามามากมาย ทั้งๆ เมื่อก่อนเป็นย่านชุมชนที่มีคนทำมาหากินอาศัยอยู่ ไม่ได้คึกคักอะไรเลย ในแง่ดีก็คือมีคนมาเดินในพื้นที่บรรทัดทองนี้มากขึ้น แต่ในแง่ลบก็คือถือเป็นการเบียดบังคนที่อาศัยอยู่ที่นี่มาก่อน โดยพวกเขาไม่สามารถอยู่ได้ ร้านค้าเล็กๆ ที่ไม่ได้เป็นร้านที่มีเครือข่ายใหญ่โด ไม่ได้มีทุนมากก็อยู่ไม่ได้ หลายร้านก็ไม่ได้ต่อสัญญา
ร้านดังๆ ในย่านนี้ ได้แก่ 1. ป้านี กุ้งแช่น้ำปลา 2. เสน่ห์ ลาบก้อย 3. HAAB ขนมไข่เตาถ่าน 4. เจ๊โอว 5. จูนปัง 6. วังหลวง 7. Jeju BBQ บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างเกาหลี 8. ตุ้งแฉ่เตาถ่าน 9. สเต็กอาม่า สาขาบรรทัดทอง 10. น้ำเต้าหู้เจ๊วรรณ 11. มันส์แท้ 12. เอ๋ ซีฟู้ด (Aey Seafoods) 13. คุณนายทะเลดอง บุฟเฟ่ต์พรีเมี่ยม 14. CQK Mala Hotpot 15. เจ๊เกียง บรรทัดทอง 16. ทองเนื้อเก้า 17. ข้าวต้มสันติภาพ 18. หนึ่ง นม นัว 19. 71 mookata สาขา บรรทัดทอง 20. เล็กใหญ่ นมสด 21. ข้าวต้มแห้งริมหนน 22. ถ้วยถังไอติม จุฬา 12 23. เจ๊หุยสุกี้โบราณ 24. MUNDAY มันเดือยกะทิสดหาดใหญ่ 25. ข้าวต้มปลากิมโป้ สาขาบรรทัดทอง 26. ส้มตำเจ๊อ้อย โต๊ะแดง 27. Layers 28. ข้าวมันไก่เจ้โบว์ 29. ตั้งใจจุ่ม Tang Jai Joom 30. ฝันที่เป็นจริง - FTPJ 31. อีเปีย Epia ยำสามย่าน 32. Black Sesame House by SWC 33. Ginger Bowl จินเจอร์โบวล์ 34. อี้จาสุกี้หม่าล่า 35. หลุยส์วาณิชย์ 36. หมูสะเต๊ะนายซ้ง 37. ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน 38. The CockleX Premium Buffet 39. Pasta(จุฬา) Pasta & Hamburg 40. กล้วยทอด 9 นิ้ว
จะสังเกตได้ว่าร้านเหล่านี้ส่วนมาจะเปิดเวลา 16:00 น. หรือ 17:00 น. และปิดราวเที่ยงคืนถึงตีหนึ่งเท่านั้น มีบ้างที่เปิดทั้งวันแต่เป็นส่วนน้อยมาก แสดงว่าย่านนี้เน้นเป็น Street Foods ในช่วงกลางคืนเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตามในช่วงปัจจุบัน มีหลายปัจจัย ได้แก่:
1. ที่ประเทศจีน ประชาชนก็มีรายได้ลดลง เพราะเศรษฐกิจจีนก็ย่ำแย่ลงเช่นกัน (แต่ตัวเลขอย่างเป็นทางการของจีนมักบอกว่าดีขึ้น คล้ายกรณีโควิด-19 ที่ในจีนติดกันนับล้านๆ คนแต่ทางการจีนรายงานแค่หลักแสน)
2. นักท่องเที่ยวจีนก็ลดลงโดยเฉพาะในไทยที่เป็นแหล่งใหญ่
3. นักท่องเที่ยวเบนไปที่อื่นบ้าง
4. หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อ 28 มีนาคม 2568 นักท่องเที่ยวจีนยิ่งลดลงไปอีก
5. มีกระแสข่าวว่าในไทยติดโควิด-19 มากเป็นพิเศษกว่าประเทศอื่นในย่านนี้
6. เหตุพิพาทตามชายแดนกับกัมพูชา ก็ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวลดลง
7. ช่วงกลางปีนี้ถือเป็นช่วงตกต่ำของการท่องเที่ยวในทุกปีอยู่แล้ว
ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงลดลง ประกอบกับสำหรับคนไทยเองก็รู้สึกว่าสินค้าอาหารที่นี่แม้จะเรียกว่า Street Foods แต่ก็มีราคาที่สูง คงอาจเนื่องจากเช่าหรือเซ้งร้านมาในราคาสูงก็เป็นได้ทั้งที่เป็นซุ้มอาหารและตึกแถว 2 คูหา เป็นต้น โดยค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกตามตลาดทั่วไป ตารางเมตรละประมาณ 50 บาทต่อวัน แต่ที่บรรทัดทองอาจตกตารางเมตรละประมาณ 100 บาทต่อวัน ทำให้ต้นทุนค่อนข้างสูง ร้านอาหารจึงขายอาหารในราคาที่สูงกว่าปกติ
กรณีนี้อาจต้องลดราคาค่าเช่าลงบ้าง ก็อาจจะอยู่รอดได้ ทั้งนี้เชื่อว่าค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกน่าจะสูงกว่าบริเวณถนนเยาวราช ซึ่งค่อนข้างจะมีความคึกคักและเก่าแก่มากกว่าในฐานะ China Town ของกรุงเทพมหานคร
