คลองเปรมประชากรสร้างในสมัย ร.5 บำรุงรักษาตั้งแต่สมัย ร.6 บัดนี้กลับถูกนำที่ดินมาจัดสรรให้บุคคลบางกลุ่มเสียแล้ว เราต้องร่วมกันแก้ไข ไม่มีที่ไหนในโลกให้ “อภิสิทธิ์” ใดปลูกบ้านริมคลอง ริมคลองควรเป็นสมบัติของส่วนรวม สร้างถนน ทำเขื่อนและขุดคลองคลอง
เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2568 ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะนายกสมาคมผู้ซื้อบ้าน ได้ไปประชุมร่วมกับกลุ่มชาวบ้านปกป้องคลองเปรมประชากร ได้ข้อคิดที่น่าสนใจเพื่อการปกปักรักษาคลองเปรมประชากร เพื่อประชาชนผู้อยู่ใกล้เคียง และสังคมโดยรวม ดังนี้:
- การสร้างโครงการ "บ้านเพื่อคนไทย" ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่คลองเปรมประชากรและคลองอื่นๆ ในกรุงเทพมหานคร ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการบ้านมั่นคง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมริมคลองให้ดีขึ้นสำหรับประชาชนโดยเฉพาะประชาชนผู้บุกรุก โดยรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลองและก่อสร้างบ้านใหม่กลายเป็นบ้านที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ถูกกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงภูมิทัศน์และระบบสาธารณูปโภค
- การก่อสร้างโครงการนี้ไม่ต้องผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพราะเป็นไปตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งหากมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เชื่อว่าโครงการนี้จะไม่ผ่านการศึกษาอย่างแน่นอน
- ด้วยการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ข้างต้น ทำให้การร้องเรียนไปยังศาลปกครอง ไม่เป็นผลเนื่องจากมาตรา 44 อาจอยู่เหนืออำนาจศาลในการพิจารณา และต่อมาประชาชนโดยรอบก็ไปขอความเมตตากับศาลปกครอง แต่ศาลเห็นว่าประชาชนเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน ทั้งที่การก่อสร้างบ้านเพื่อคนไทยนี้ ทำให้ประชาชนเดือนร้อน ชุมชนโดยรอบเดือดร้อน และสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง
- อย่างไรก็ตามการสร้างโครงการนี้ได้ถมคลองเปรมประชากรให้แคบลง รับน้ำได้น้อยลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควร และสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคลองที่ใช้ในการระบายน้ำในกรณีน้ำท่วม ป้องกันปัญหาน้ำท่วมในบริเวณใกล้เคียงและกรุงเทพมหานคร การก่อสร้างบ้านรุกเข้าไปในคลองเช่นนี้ เป็นการสร้างความเสียหายให้กับชุมชนโดยรอบและสังคมโดยรวม ยิ่งกว่านั้นการสร้างบ้านชิดติดถนนเช่นนี้ ทำให้ประชาชนจอดรถริมถนน ทำให้การจราจรไม่สะดวก และน่าจะเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยด้วย
- อันที่จริงที่ดินริมคลองเปรมประชากรนี้ กรุงเทพมหานครก็เคยมีดำริที่จะใช้ก่อสร้างถนน ขยายเส้นทางการจราจรเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และในการบริหารที่ดินริมคลองของมหานครทั่วโลก ไม่มีที่ใดจะอนุญาตให้สร้างบ้านอยู่ติดลำคลองเช่นนี้ เพราะถือว่าเป็น “อภิสิทธิ์ชน” และทำลายสภาพของคลองและทำลายสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
- หากดูจากภาพถ่ายดาวเทียมในช่วงที่ผ่านมา มีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมคลองมีจำนวนน้อยมาก บางหลังก็ไม่มีคนอยู่ แต่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กลับก่อสร้างที่อยู่อาศัยในจำนวนมากกว่าความเป็นจริงหลายเท่าตัว โดยสร้างรวมกันเกือบ 300 หน่วย
- การสร้างเกินจำนวนเป็นอันมาก ทำให้มีบุคคลภายนอกเข้ามาอยู่ ซึ่งหากเป็นกลุ่มข้าราชการ ก็ควรได้รับการร้องเรียนเพื่อไม่ให้เข้ามาครอบครองบ้านเช่นนี้ และข้อนี้อาจแสดงว่า พอช. ขาดประสิทธิภาพในการตรวจสอบสิทธิ์ให้ดีเพียงพอหรือไม่
- โดยที่โครงการนี้ให้ประชาชนผ่อนชำระ 25 ปี ปรากฏว่าหลายครัวเรือนก็เริ่มผ่อนไม่ไหว มีการเซ้งสิทธิ์ไปแล้ว และบ้างก็มีการใช้สอยผิดประเภทโดยทำกิจการเปิดบริษัทในบ้านพัก ทำให้เห็นว่าการพัฒนานี้ล้มเหลว ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้แต่อย่างใด
- ผู้แทนชาวบ้านพบว่าประชาชนบางส่วนไปเช่าที่ดินวัดนาวง ซึ่งมีนับร้อยไร่ไว้ปลูกบ้านอยู่อาศัย ซึ่งทางวัดก็ยินดีให้เช่า ผู้แทนชาวบ้านเสนอไปยัง พอช. แต่ พอช.กลับบอกว่าไม่สามารถเจรจากับเจ้าอาวาสวัดได้ ทั้งที่ประชาชนทั่วไปก็สามารถไปเจรจาสำเร็จได้มาแล้ว ยิ่งกว่านั้นหากต้องการสร้างบ้านให้ประชาชนอยู่โดยไม่ต้องย้ายไปไกล ที่ดินบริเวณนั้นก็ยังมีของภาคเอกชนอยู่เป็นอันมาก น่าจะเจรจาขอซื้อในราคาตลาด เพื่อนำมาก่อสร้าง ดีกว่าจะนำที่หลวงมาพัฒนาและสร้างปัญหาแก่ชุมชนโดยรอบ สังคมโดยรวมและสิ่งแวดล้อมเช่นนี้
- สิ่งที่พึงตรวจสอบอีกประการหนึ่งก็คือ พอช.ไปกู้เงินจากสถาบันการเงินมา ณ อัตราดอกเบี้ย 2% แต่กลับให้ชาวบ้านผ่อน ณ อัตราดอกเบี้ย 4% โดย 2% เป็นส่วนกำไรหรือค่าใช้จ่ายของ พอช. และสหกรณ์ ข้อนี้เป็นจริงหรือไม่ เป็นสิ่งที่พึงเปิดเผยให้ชัดเจน
- การตั้งสหกรณ์เคหสถานของ พอช. ในพื้นที่นั้น เป็นการตั้งที่ถูกต้องตามกระบวนการหรือไม่ จำนวนสมาชิกมีเพียงพอตามเกณฑ์หรือไม่ ผลการดำเนินงานของสหกรณ์ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวหรือไม่ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่พึงตรวจสอบ
- ทางออกของปัญหานี้ก็คือราชการควรรื้ออาคารที่สร้างรุกล้ำริมคลองนี้ออกให้หมด แล้วขยายถนน ก่อสร้าง ขุดลอกคลองรวมทั้งเขื่อนริมน้ำเพื่อใช้คลองนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ สำหรับผู้ที่บุกรุกอยู่อาศัย ก็ควรจัดหาที่อยู่อาศัยให้ เช่น ซื้อที่เอกชนมาจัดการ หรือเช่าที่ดินของวัดก็ได้ และควรมีระบบการจัดสรรที่มีประสิทธิภาพ รายใดย้ายออกก็ต้องคืนให้ทางราชการเพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยอื่นมาอยู่ ไม่ใช่นำสมบัติของส่วนรวมมากลายเป็นสมบัติส่วนตัวที่ขายหรือเช่าต่อได้
ช่วยกันคิดเพื่อพัฒนาคลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าวและคลองอื่นๆ ให้เป็นสมบัติของชาติ ของประชาชนโดยรวม ไม่ใช่นำไปจัดสรรให้กับผู้บุกรุก และผู้บุกรุกก็ควรได้รับการจัดหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมใกล้เคียง โดยไม่สร้างความเดือดร้อนแก่สังคมโดยรวม
