เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568 ผมได้ไปงานฌาปนกิจศพคุณปิยะ กุลทา รปภ.ที่ผมนับถือดั่งน้อง ดั่งลูกของผมเอง
ผม ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ได้ไปร่วมงานฌาปนกิจศพคุณปิยะ ณ วัดด่าน ถ.พระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้คุณปิยะ เป็นหนึ่งใน รปภ.ประจำอาคารร่วมสิบคนของเรา ถือเป็นผู้ที่ทำงานได้ดีที่สุดท่านหนึ่งของพวกเราโดยได้ทำงานกันมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปีแล้ว
อดีตนายกสมาคมบริหารทรัพย์สินท่านหนึ่งบอกผมว่า ปกติคนทำงาน รปภ.มักจะเป็นคนที่ “ใช้ไม่ค่อยได้” ถือเป็นอาชีพสุดท้ายที่หาอาชีพอื่นทำไม่ค่อยได้แล้ว แต่นี่ไม่ใช่คุณปิยะ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบ มีความรอบรู้ แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าต่างๆ ได้ และยังดูแลหลายอย่างในอาคารของเรา จึงนับเป็นสุดยอด รปภ.ของเราท่านหนึ่ง และเราก็ดูแลคุณปิยะและ รปภ.ท่านอื่นดุจญาติมิตรและด้วยค่าตอบแทนที่สูงกว่าที่อื่นๆ มาก คุณแม่ของคุณปิยะก็มีอายุ 67 ปีเช่นเดียวกับผม จึงถือได้ว่าคุณปิยะเป็นเสมือน “ลูกชาย” ของผมเอง
คุณปิยะอายุเพียง 46 ปี เสียชีวิตด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตกทั้งที่ไม่ได้ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ แต่อาจเป็นเพราะติดหวานมากเป็นพิเศษ รวมทั้งชอบดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง พักผ่อนน้อย จึงเป็นอุทาหรณ์สำหรับเพื่อนร่วมงานอื่นๆ ทั้งนี้คุณปิยะมีอาการอ่อนเพลียตั้งแต่ตี 2 ของเช้าวันที่ 30 สิงหาคม ผมมาพบเข้าเมื่อราวตี 5 กว่า จึงให้ รปภ.อีกท่านหนึ่งแจ้ง 1669 รับไปโรงพยาบาลเลิดสินที่ทำประกันสังคมไว้ และเข้ารับการผ่าตัด แต่หลังจากนั้นอาการก็ยังไม่ดีขึ้นและเสียชีวิตในวันอังคารที่ 2กันยายน ยังความเศร้าโศกแก่พวกเราเป็นอย่างมาก
คุณปิยะทำงานอยู่คนเดียวในครอบครัว 5 คน โดยเลี้ยงดูภริยา และลูกสาวที่เกิดกับภริยา 1 คนซึ่งเป็นลูกที่คุณปิยะรักยิ่งนักและทั้งสองก็ผูกพันกันมา และยังมีลูกติดกับภริยาอีก 2 คน แม้บริษัทให้ค่าตอบแทนสูงแต่บางครั้งก็อาจติดขัดบ้าง แต่ก็อดทนอย่างถึงที่สุด ไม่เคยปริปากหยิบยืมเงินผู้ใด นับเป็นผู้ที่มีสปิริตแรงกล้า ผมก็ให้พิเศษเป็นครั้งคราวเพราะเห็นมีภาระหนัก แต่คุณปิยะก็ไม่เคยเอ่ยปากขอหรือขอยืมเงินเลย ยกเว้นล่าสุดที่ค้างค่าเช่าบ้านไว้ จึงต้องยืมไปแก้ปัญหาเฉพาะก่อนเท่านั้น
บริษัทของเรามีนโยบายสวัสดิการหลายอย่าง แต่สวัสดิการหนึ่งที่ไม่อยากให้ใครก็คือ เพื่อนร่วมงานท่านใดเสียชีวิต บริษัทก็จะช่วยเป็นเงิน 100,000 บาท โดยเป็นความสมัครใจของบริษัทไม่ได้ตามกฎหมายแรงงาน ในกรณีคุณปิยะ บริษัทก็จ่ายให้โดยมิชักช้าแต่ให้เป็นงวดๆ ให้กับลูกสาวไว้ใช้เพื่อการศึกษาต่อไป ค่าโรงแรมที่ญาติของคุณปิยะมาพักระหว่างจัดงานศพ ผมก็ไม่คิด ถือเป็นการช่วยเหลือกัน เพื่อนร่วมงานอื่นๆ ทั้งในส่วน รปภ. และเพือนร่วมงานในโรงแรม อาคารสำนักงานและอะพาร์ตเมนต์ก็ยังช่วยกันสมทบทุนด้วย
คุณปิยะไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ที่ไหน แต่พวกเรามีความรักความผูกพันกันมา และเห็นถึงความมีสปิริตที่น่ายกย่อง ผมจึงขออนุญาตสรรเสริญคุณปิยะมา ณ ที่นี้
