วงจรเงามืด: รายงานตีแผ่ความเชื่อมโยงวิกฤตเงินปริศนา
  AREA แถลง ฉบับที่ 1029/2568: วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส sopon@area.co.th https://www.facebook.com/dr.sopon4

 

            มาตรวจสอบ วงจรเงามืด: รายงานตีแผ่ความเชื่อมโยงวิกฤตเงินปริศนา การโจรกรรมพลังงานและการฟอกเงินดิจิทัลในประเทศไทย ซึ่งแฟนคลับท่านหนึ่งของผมเขียนให้ แต่ไม่ประสงค์จะออกนาม ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ จึงขอนำเสนอ ณ ที่นี้

 

บทนำ: เงามืดในดุลการชำระเงิน

            ณ ใจกลางระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ปรากฏความผิดปกติเชิงสถิติขนาดมหึมาที่ซ่อนตัวอยู่ในบัญชีดุลการชำระเงินของประเทศ ตัวเลขดังกล่าวมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "รายการผิดพลาดและคลาดเคลื่อนสุทธิ" (Net Errors and Omissions: NEO) ซึ่งสะท้อนถึงเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศจำนวนมหาศาลที่ไม่สามารถระบุที่มาที่ไปได้อย่างชัดเจน ตัวเลขนี้ได้กลายเป็น "เงินปริศนา" หรือ "เงินผี" ที่สร้างคำถามสำคัญถึงธรรมชาติและต้นกำเนิดของมัน1

 

ขนาดของความผิดปกติ

            ในปี 2567 ตัวเลข NEO ที่ประกาศเบื้องต้นในเดือนมีนาคม 2568 สร้างความตกตะลึงด้วยมูลค่าสูงถึง 15.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5.5 แสนล้านบาท ต่อมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับปรุงตัวเลขดังกล่าวในเดือนกันยายน 2568 ทำให้ยอดคงเหลือลดลงมาอยู่ที่ 7.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.3 แสนล้านบาท 3 แม้ตัวเลขจะลดลงกว่าครึ่ง แต่การคงอยู่ของเงินปริศนามูลค่าหลายแสนล้านบาทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังการระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีค่าเป็นบวกติดต่อกันหลายไตรมาส ได้รับการตั้งข้อสังเกตจากนักเศรษฐศาสตร์ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติและเบี่ยงเบนไปจากความคลาดเคลื่อนทางสถิติทั่วไป8

 

คำอธิบายอย่างเป็นทางการและความกังขาที่ซ่อนอยู่

            ท่ามกลางความกังวลของสาธารณชน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุของตัวเลข NEO ที่สูงอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าปัจจัยหลักมาจากเหตุผลทางเทคนิค ไม่ใช่เงินทุนสีเทาทั้งหมด และไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 1 คำอธิบายของ ธปท. มุ่งเน้นไปที่:

  • ความล่าช้าในการรายงานข้อมูล: ข้อมูลการส่งกำไรกลับประเทศของบริษัทข้ามชาติ หรือข้อมูลจากกรมศุลกากรและสถาบันการเงินที่เข้ามาในระบบช้ากว่าธุรกรรมจริง3

  • สินเชื่อการค้า (Trade Credit) ที่เพิ่มขึ้น: การที่ภาคเอกชนได้รับการขยายระยะเวลาชำระค่าสินค้านำเข้า ทำให้ภาระการจ่ายคืนสินเชื่อในปี 2567 ลดลง ซึ่งส่งผลให้ตัวเลข NEO ลดลงในการปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุด 2

  • การเปรียบเทียบกับต่างประเทศ: ธปท. ย้ำว่าสัดส่วน NEO ของไทยเมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าระหว่างประเทศยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศเอเชียที่มีรายได้ปานกลาง3

            อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคำอธิบายอย่างเป็นทางการ แต่ขนาดและความต่อเนื่องของเงินปริศนาได้ก่อให้เกิดข้อสงสัยว่าตัวเลข NEO อาจทำหน้าที่เป็นม่านทางสถิติที่บดบังกระแสเงินทุนผิดกฎหมายจำนวนมหาศาล1 ข้อสังเกตนี้มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อ ธปท. เองก็ยอมรับว่าเงินบางส่วนใน NEO อาจเป็น "เงินสีเทา" หรือเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และกำลังทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบธุรกรรมที่น่าสงสัย เช่น การส่งออกทองคำไปยังประเทศเพื่อนบ้าน11

 

สมมติฐานหลักและโครงสร้างของรายงาน

            รายงานฉบับนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า คำอธิบายอย่างเป็นทางการแม้จะมีความถูกต้องในเชิงเทคนิคอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายขนาดของความผิดปกติในรายการ NEO ได้อย่างสมบูรณ์ รายงานจะนำเสนอข้อโต้แย้งว่า แหล่งที่มาสำคัญที่ยังไม่ถูกกล่าวถึงของเงินทุนเหล่านี้ สามารถสืบย้อนกลับไปยังองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ภายในประเทศ ซึ่งใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนเชิงโครงสร้างในภาคส่วนอื่นของระบบเศรษฐกิจ

            เพื่อพิสูจน์สมมติฐานนี้ รายงานจะเชื่อมโยงจุดต่างๆ ที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ปริศนาในระดับมหภาคนี้ ไปจนถึงปรากฏการณ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างการลักลอบใช้ไฟฟ้าในระดับอุตสาหกรรม ตลาดพลังงานที่บิดเบี้ยว และการเติบโตของโลกใต้ดินดิจิทัลที่ใช้ในการฟอกเงิน เพื่อตีแผ่ให้เห็นภาพรวมของ "วงจรเงามืด" ที่กำลังกัดกร่อนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

            การที่หน่วยงานกำกับดูแลพยายามลดทอนความสำคัญของ NEO โดยอธิบายว่าเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนทางสถิติ ได้สร้าง "ช่องว่างทางการรับรู้" ที่เปิดโอกาสให้กิจกรรมผิดกฎหมายเติบโตขึ้นโดยมีการตรวจสอบน้อยลง การมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาทางเทคนิค เช่น การปรับปรุงความรวดเร็วในการเก็บข้อมูล แทนที่จะเป็นการสืบสวนเชิงลึกเพื่อหาต้นตอของอาชญากรรมที่อาจเป็นแหล่งกำเนิดของเงินทุนเหล่านี้ ได้สร้างสภาวะแวดล้อมทางนโยบายที่ลดทอนความเร่งด่วนในการจัดการกับปัญหาที่แท้จริง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วกลับเอื้อประโยชน์ให้กับเครือข่ายอาชญากรรมที่มีความซับซ้อน หากเศรษฐกิจผิดกฎหมายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สามารถถูกซึมซับและอธิบายให้หายไปในฐานะ "ความล่าช้าของข้อมูล" ได้ ย่อมเป็นการลดแรงกดดันทางการเมืองและกฎระเบียบที่จำเป็นต่อการทลายองค์กรอาชญากรรมที่อาจเป็นผู้สร้างเงินทุนเหล่านั้นขึ้นมา

 

 

บทที่ 1: ยุคตื่นทองดิจิทัลและการปล้นไฟฟ้าครั้งมโหฬาร

            เพื่อทำความเข้าใจที่มาของเงินปริศนาในบัญชีดุลการชำระเงิน จำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองจากโลกนามธรรมของข้อมูลเศรษฐศาสตร์มหภาค มาสู่ความเป็นจริงที่เป็นรูปธรรมของอุตสาหกรรมอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่กำลังเฟื่องฟูทั่วประเทศ นั่นคือ "การทำเหมืองขุดคริปโทเคอร์เรนซีผิดกฎหมาย" หลักฐานจากการบุกทลายหลายครั้งชี้ให้เห็นว่านี่ไม่ใช่การกระทำของผู้ร้ายรายย่อยที่เกิดขึ้นอย่างกระจัดกระจาย แต่เป็นปฏิบัติการขององค์กรอาชญากรรมที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบและมีความซับซ้อนสูง13

 

กายวิภาคของการโจรกรรม: รูปแบบการกระทำที่สอดคล้องกัน

            จากการตรวจสอบการบุกจับกุมทั่วประเทศ พบรูปแบบการกระทำ (Modus Operandi) ที่มีความสอดคล้องกันอย่างน่าทึ่ง ซึ่งบ่งชี้ถึงการมีแบบแผนและการถ่ายทอดองค์ความรู้ในเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้

  • การเลือกสถานที่: เครือข่ายจะเลือกเช่าสถานที่ที่ไม่เป็นที่สังเกต เช่น โรงงานร้าง โกดังสินค้า หรืออาคารพาณิชย์ที่ปิดทึบ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากบุคคลภายนอกและเจ้าหน้าที่ 16

  • วิธีการทางเทคนิค: การลักลอบใช้ไฟฟ้าไม่ได้เป็นการต่อไฟตรงจากสายส่งอย่างหยาบๆ แต่เป็นการใช้เทคนิคขั้นสูงเพื่อดัดแปลงหรือบายพาสมิเตอร์ไฟฟ้าแรงสูง โดยมักใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนเพื่อควบคุมให้มิเตอร์บันทึกการใช้พลังงานน้อยกว่าความเป็นจริงอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นการหลบเลี่ยงโครงสร้างพื้นฐานระดับอุตสาหกรรมและต้องอาศัยความรู้ทางวิศวกรรมไฟฟ้าโดยเฉพาะ13 ในบางกรณี ยังพบการมีส่วนรู้เห็นของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่ทุจริต ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการดัดแปลงมิเตอร์และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ 21

  • ขนาดของปฏิบัติการ: การบุกทลายแต่ละครั้งมักพบเครื่องขุด (Mining Rig) จำนวนหลายร้อยเครื่องจนถึงเกือบหนึ่งพันเครื่องต่อหนึ่งแห่ง ซึ่งมีมูลค่าอุปกรณ์รวมหลายสิบล้านบาทไปจนถึงหลายร้อยล้านบาท14 การลงทุนในระดับนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมีนายทุนรายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง

 

ปริมาณความเสียหาย: หลุมดำมูลค่าหลายพันล้านบาท

            ความสูญเสียทางการเงินที่รัฐต้องแบกรับจากการโจรกรรมไฟฟ้ามีมูลค่ามหาศาล กรณีศึกษาจากการบุกจับกุมที่สำคัญหลายครั้งช่วยฉายภาพให้เห็นขนาดของปัญหาได้อย่างชัดเจน:

  • กรณีจังหวัดชลบุรี: เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บุกทลายเหมืองขุดบิทคอยน์ ยึดเครื่องขุดได้เกือบ 1,000 เครื่อง ประเมินความเสียหายจากการลักลอบใช้ไฟฟ้าเป็นมูลค่ากว่า 110 ล้านบาท20

  • กรณีจังหวัดกาญจนบุรี: กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 13 จุด พบเครื่องขุดกว่า 300 เครื่อง ประเมินความเสียหายต่อปีสูงกว่า 100 ล้านบาท15

  • กรณีจังหวัดสมุทรสาคร: DSI เข้าทลายเหมืองขุดบิทคอยน์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่รัฐเป็นมูลค่าสูงถึง 500 ล้านบาท23

  • กรณีอื่นๆ: ยังมีการบุกจับในอีกหลายจังหวัด เช่น พระนครศรีอยุธยา สุราษฎร์ธานี และแม่สอด ซึ่งล้วนมีรูปแบบความเสียหายคล้ายคลึงกัน โดยค่าไฟฟ้าที่ถูกขโมยไปในแต่ละแห่งมักมีมูลค่าหลายล้านบาทต่อเดือน14

 

ผลผลิต: สินทรัพย์ดิจิทัลผิดกฎหมายที่รอการฟอก

            ผลลัพธ์สุดท้ายของการโจรกรรมไฟฟ้าครั้งมโหฬารนี้ คือการผลิตสกุลเงินดิจิทัล (โดยเฉพาะบิทคอยน์) ออกมาอย่างต่อเนื่อง กระแสรายได้นี้เกิดขึ้นนอกระบบบัญชีทั้งหมด ไม่มีการเสียภาษี และดำรงอยู่นอกระบบการเงินแบบดั้งเดิม ทำให้มันกลายเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมสำหรับกระบวนการฟอกเงิน แม้ว่าโดยตัวของมันเองแล้ว การทำเหมืองขุดคริปโทฯ จะไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย แต่การลักทรัพย์สิน (กระแสไฟฟ้า) เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการ ถือเป็นความผิดทางอาญาอย่างชัดเจน26

            สิ่งที่น่าพิจารณาคือ อุตสาหกรรมเหมืองขุดคริปโทฯ ผิดกฎหมายในประเทศไทยได้พัฒนาจากการเป็นเพียงกิจกรรมรายย่อย ไปสู่รูปแบบขององค์กรอาชญากรรมที่มีการลงทุนมหาศาล มีความซับซ้อนทางเทคนิค และมีเครือข่ายปฏิบัติการครอบคลุมทั่วประเทศ การปรากฏขึ้นของการบุกจับกุมขนาดใหญ่ในหลายจังหวัดที่ห่างไกลกัน แต่กลับใช้รูปแบบการกระทำที่เหมือนกันอย่างน่าประหลาดใจ ชี้ให้เห็นถึงการมีองค์ความรู้ร่วมกันหรือการประสานงานเชิงกลยุทธ์ แทนที่จะเป็นการกระทำของกลุ่มคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน การลงทุนติดตั้งเครื่องขุดหลายร้อยเครื่องต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นจำนวนมาก ซึ่งเป็นลักษณะขององค์กรอาชญากรรม ไม่ใช่โจรลักเล็กขโมยน้อย ดังนั้น สิ่งที่เรากำลังเผชิญจึงไม่ใช่เพียงอาชญากรรมที่เกิดขึ้นตามโอกาส แต่เป็นร่องรอยของเครือข่ายอาชญากรรมที่มีเงินทุนหนา มีความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี และได้ค้นพบและกำลังใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานของชาติอย่างเป็นระบบ เครือข่ายนี้ได้กลายเป็น "ผู้ผลิต" เงินทุนผิดกฎหมายรายใหญ่ของประเทศไปแล้ว

 

 

บทที่ 2: ระบบไฟฟ้าภายใต้แรงกดดัน: ไฟฟ้าล้นเกิน ต้นทุนล่องหน และภาระที่แท้จริง

            การเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมเหมืองขุดคริปโทฯ ผิดกฎหมายไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เจริญเติบโตขึ้นได้ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยอย่างยิ่ง ซึ่งก็คือจุดอ่อนเชิงโครงสร้างของภาคพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย การทำความเข้าใจปัญหานี้จำเป็นต้องเจาะลึกไปที่ประเด็นการถกเถียงเรื่อง "กำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง" และกลไกของ "สัญญาซื้อขายไฟฟ้า" ที่ซับซ้อน

 

ข้อถกเถียงครั้งใหญ่: ไฟฟ้าสำรองล้นระบบจริงหรือ?

            ประเด็นเรื่องปริมาณไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) ของประเทศเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนระหว่างหน่วยงานภาครัฐและนักวิเคราะห์อิสระ

  • ตัวเลขจากภาครัฐ: กระทรวงพลังงานยืนยันว่ากำลังผลิตไฟฟ้าสำรองในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 25.5% ซึ่งเป็นระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยให้เหตุผลว่าการคำนวณกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่แท้จริง ไม่สามารถนำกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม มารวมได้เต็ม 100% เนื่องจากความไม่แน่นอนและความไม่สม่ำเสมอในการผลิต28

  • บทวิเคราะห์จากฝ่ายวิจารณ์: ในทางกลับกัน นักวิชาการและภาคประชาสังคมหลายส่วนโต้แย้งว่าตัวเลขที่แท้จริงนั้นสูงกว่ามาก อาจสูงเกินกว่า 50% หากนับรวมกำลังการผลิตตามสัญญาทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบ31 พวกเขามองว่าวิธีการคำนวณของภาครัฐมีลักษณะที่พยายามลดทอนความรุนแรงของปัญหาไฟฟ้าล้นระบบ34 แม้ในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ปริมาณสำรองอาจลดลงมาอยู่ที่ 20% แต่ค่าเฉลี่ยพื้นฐานของระบบยังคงอยู่ในระดับที่สูงเกินความจำเป็นอย่างมีนัยสำคัญ35

 

ภาระผูกพันจากสัญญา: ข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้า (PPA)

            หัวใจของปัญหาไฟฟ้าล้นระบบหยั่งรากลึกอยู่ในสัญญาระยะยาวที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ทำไว้กับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (Independent Power Producers: IPPs)

  • กลไกของสัญญา: สัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ Power Purchase Agreement (PPA) ส่วนใหญ่มีข้อกำหนดที่เรียกว่า "Take-or-Pay" (ไม่ซื้อก็ต้องจ่าย) หรือ "Availability Payment" (ค่าความพร้อมจ่าย) ซึ่งหมายความว่า กฟผ. มีภาระผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินให้กับโรงไฟฟ้าเอกชนสำหรับ "ความพร้อม" ในการผลิตไฟฟ้าของพวกเขา โดยไม่คำนึงว่าประเทศจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าในปริมาณนั้นจริงหรือไม่ หรือ กฟผ. จะเรียกรับไฟฟ้าจากโรงงานนั้นหรือไม่ก็ตาม 36

  • ผลกระทบที่ตามมา: ระบบสัญญานี้เป็นการ "ผลักภาระความเสี่ยง" ไปให้กับภาครัฐและสังคม ในขณะที่ "รับประกันผลกำไร" ให้กับนักลงทุนเอกชน ต้นทุนของกำลังการผลิตที่ไม่ได้ถูกใช้งานนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกผลักภาระมาให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนผ่าน "ค่าไฟฟ้าผันแปร" หรือค่า Ft ที่ปรากฏในบิลค่าไฟทุกเดือน33 กลไกนี้ได้นำไปสู่ภาวะไฟฟ้าล้นระบบเชิงโครงสร้าง ซึ่งมีกำลังผลิตส่วนเกินมากกว่า 10,000 เมกะวัตต์ และทำให้ประเทศไทยมีอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาค37

 

จากไฟฟ้าล้นเกินสู่อาชญากรรม: จุดอ่อนเชิงระบบ

            รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า ภาวะกำลังการผลิตไฟฟ้าล้นระบบเชิงโครงสร้างนี้ได้สร้าง "จุดอ่อน" ที่สำคัญขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ในระบบไฟฟ้าที่มีปริมาณไฟฟ้าที่ถูกจ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่ได้ถูกใช้งานอยู่เป็นจำนวนมหาศาล การลักลอบดึงไฟฟ้าจำนวนมากเพื่อป้อนให้กับเหมืองขุดคริปโทฯ มีโอกาสน้อยที่จะก่อให้เกิดความไม่เสถียรของกริดไฟฟ้าในทันที เช่น ไฟตกหรือไฟดับ ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุด ความซับซ้อนของระบบส่งและปริมาณไฟฟ้ามหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในระบบตลอดเวลา ทำให้การปกปิดการโจรกรรมไฟฟ้าในระดับหลายเมกะวัตต์ทำได้ง่ายขึ้น ในทางปฏิบัติ อาชญากรเหล่านี้กำลังลักลอบใช้ทรัพยากรที่ระบบได้ผลิตเกินความต้องการและประชาชนได้จ่ายเงินล่วงหน้าไปแล้ว

            โครงสร้างของตลาดพลังงานไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบสัญญา PPA ที่สร้างแรงจูงใจให้เกิดกำลังการผลิตส่วนเกิน ได้สร้างสภาวะแวดล้อมในการปฏิบัติการที่เกือบจะสมบูรณ์แบบให้กับการโจรกรรมไฟฟ้าในระดับอุตสาหกรรมโดยไม่ได้ตั้งใจ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่แค่การที่อาชญากรลักลอบใช้ไฟฟ้า แต่อยู่ที่โครงสร้างของระบบเองที่ทำให้การโจรกรรมนั้นง่ายต่อการลงมือและยากต่อการตรวจจับ การตัดสินใจเชิงนโยบายที่นำไปสู่ภาวะไฟฟ้าล้นระบบได้สร้างผลกระทบภายนอกเชิงลบ (Negative Externality) ที่ร้ายแรง ภาระทางการเงินที่ตกอยู่กับผู้บริโภคผ่านค่า Ft เป็นเพียงผลกระทบขั้นแรก แต่การสร้างจุดอ่อนที่เปรียบเสมือนการให้เงินอุดหนุนแก่องค์กรอาชญากรรม ถือเป็นผลกระทบขั้นที่สองและสามที่อันตรายกว่ามาก ประชาชนต้องจ่ายเงินสองครั้ง: ครั้งแรกสำหรับไฟฟ้าที่พวกเขาไม่ได้ใช้ และครั้งที่สองสำหรับความเสียหายของรัฐจากไฟฟ้าที่ถูกขโมยไป

 

 

บทที่ 3: พรมแดนใหม่ของการฟอกเงิน: จากพลังงานที่ถูกขโมยสู่ผลกำไรที่ไร้ร่องรอย

            บทนี้จะทำหน้าที่เชื่อมโยงรายได้ผิดกฎหมายที่เกิดขึ้นในบทที่ 1 เข้ากับความผิดปกติทางเศรษฐกิจมหภาคที่กล่าวถึงในบทนำ ผลกำไรมหาศาลจากการทำเหมืองขุดคริปโทฯ ผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่ในรูปของสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่สามารถนำไปใช้จ่ายหรือลงทุนในระบบเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายได้โดยง่าย เพราะจะถูกตั้งคำถามและตรวจสอบจากสถาบันการเงินทันที สิ่งนี้ได้สร้าง "ความจำเป็นเร่งด่วน" ที่จะต้องนำสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการฟอกเงิน เพื่อเปลี่ยนสถานะจากเงินร้อนให้กลายเป็นเงินเย็นที่สามารถนำกลับมาใช้ได้

 

การหลีกเลี่ยงระบบที่ถูกกำกับดูแล

            โดยธรรมชาติแล้ว องค์กรอาชญากรรมจะหลีกเลี่ยงการใช้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในประเทศไทยอย่างเด็ดขาด39 เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในการทำความรู้จักลูกค้า (Know-Your-Customer: KYC) ซึ่งผู้ใช้บริการต้องยืนยันตัวตนด้วยเอกสารราชการ และมีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยให้กับ ปปง. ตามกฎหมาย42 การทำธุรกรรมผ่านช่องทางเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนการเดินเข้าไปให้เจ้าหน้าที่จับกุม

 

โลกใต้ดินดิจิทัล: ตลาด P2P และ OTC

            ช่องทางหลักที่ถูกใช้ในการฟอกเงินคริปโทฯ คือแพลตฟอร์มที่อยู่นอกเหนือการกำกับดูแลของไทย หรือแพลตฟอร์มที่เอื้อให้เกิดธุรกรรมโดยตรงและไม่เปิดเผยตัวตน

  • การแลกเปลี่ยนแบบบุคคลต่อบุคคล (Peer-to-Peer: P2P): แพลตฟอร์ม P2P โดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีกับเงินบาทได้โดยตรงกับบุคคลอื่น โดยมีแพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางจับคู่ แต่ไม่มีการตรวจสอบที่มาของเงินทุนอย่างเข้มงวดเหมือนศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาต ช่องทางนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นช่องทางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการฟอกเงิน45 ซึ่งล่าสุดทางการไทยได้เริ่มมีความพยายามที่จะสกัดกั้นการให้บริการของแพลตฟอร์ม P2P จากต่างประเทศแล้ว47

  • นายหน้าซื้อขายนอกตลาด (Over-the-Counter: OTC): สำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงมาก (หลายล้านดอลลาร์สหรัฐ) อาชญากรจะใช้เครือข่ายนายหน้า OTC ที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งสามารถเปลี่ยนคริปโทฯ จำนวนมหาศาลให้กลายเป็นเงินสดหรือสินทรัพย์อื่นได้ในข้อตกลงที่เป็นส่วนตัว การซื้อขายลักษณะนี้จะไม่ปรากฏในบัญชีรายการซื้อขายสาธารณะ (Order Book) ของศูนย์ซื้อขายใดๆ ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลได้อย่างสิ้นเชิง49

 

เทคนิคการอำพรางร่องรอย

            ก่อนที่เงินจะถูกนำออกมาแลกเป็นเงินบาทผ่านช่องทาง P2P หรือ OTC ขบวนการฟอกเงินจะใช้เทคนิคต่างๆ บนเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อทำลายความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงิน

  • บริการผสมเหรียญ (Mixers and Tumblers): เป็นบริการที่รวบรวมคริปโทฯ จากหลายแหล่งที่มาเข้าไว้ในกองกลาง แล้วกระจายกลับไปยังผู้ใช้ในจำนวนที่เท่ากัน ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสืบย้อนกลับไปหาแหล่งที่มาดั้งเดิมของเหรียญใดเหรียญหนึ่ง49

  • การข้ามสายโซ่ (Chain Hopping): เป็นการโอนย้ายเงินทุนอย่างรวดเร็วข้ามไปมาระหว่างบล็อกเชนของคริปโทฯ สกุลต่างๆ (เช่น จาก Bitcoin ไปยัง Monero แล้วต่อไปยัง USDT) เพื่อสร้างความสับสนให้กับการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล49

  • การใช้เหรียญเพื่อความเป็นส่วนตัว (Privacy Coins): การใช้คริปโทฯ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ เช่น Monero (XMR) ซึ่งมีคุณสมบัติในการปกปิดที่อยู่ของผู้รับ-ผู้ส่ง และจำนวนเงินในธุรกรรม ทำให้การติดตามแทบจะเป็นไปไม่ได้

 

ขั้นตอนสุดท้าย: การนำกลับมาใช้

            เมื่อสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผิดกฎหมายถูกแปลงเป็นเงินบาทที่ "สะอาด" ผ่านช่องทางใต้ดินเหล่านี้แล้ว เงินจำนวนนั้นก็พร้อมที่จะถูกนำกลับเข้ามาสู่ระบบเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายผ่านวิธีการต่างๆ เช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์ สินค้าฟุ่มเฟือย หรือการลงทุนในธุรกิจที่ใช้เงินสดเป็นหลัก ณ จุดนี้เอง ที่เงินทุนซึ่งเคยอยู่นอกระบบได้ไหลกลับเข้ามา และอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของความคลาดเคลื่อนทางสถิติที่ปรากฏเป็นตัวเลข NEO ในดุลการชำระเงินของประเทศ

            การเติบโตของแหล่งรายได้ผิดกฎหมายขนาดใหญ่ในประเทศ (จากการทำเหมืองขุดคริปโทฯ) ได้กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและขยายตัวของ "ระบบการเงินใต้ดินคู่ขนาน" ในประเทศไทย ที่มีความเชี่ยวชาญในการฟอกเงินจากคริปโทฯ เป็นเงินบาทโดยเฉพาะ ระบบนี้ดำเนินงานอยู่นอกเหนือขอบเขตการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพของหน่วยงานไทย และถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงทางการเงินของประเทศ การที่อาชญากรเลือกใช้ช่องทางที่มีการกำกับดูแลอ่อนแอที่สุด เช่น แพลตฟอร์ม P2P ในต่างประเทศและเครือข่าย OTC ที่ไม่เป็นทางการ ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของ "การแสวงหาประโยชน์จากความแตกต่างของกฎระเบียบ" (Regulatory Arbitrage) โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเงามืดนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีของคนกลุ่มหนึ่ง แต่คือการสร้างระบบที่พร้อมให้บริการแก่องค์กรอาชญากรรมอื่นๆ ด้วย (เช่น ขบวนการค้ายาเสพติด, แก๊งคอลเซ็นเตอร์) ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายกรอบการทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) ของทั้งประเทศ

 

บทสรุป: การเชื่อมโยนจุดต่างๆ สู่จุดอ่อนเชิงระบบและหนทางข้างหน้า

            รายงานฉบับนี้ได้ตีแผ่ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของปัญหาที่ดูเหมือนจะแยกออกจากกัน แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นส่วนหนึ่งของ "วงจรเงามืด" ที่ทำงานเกื้อหนุนกันอย่างเป็นระบบ วงจรดังกล่าวสามารถสรุปเป็นวงจรอุบาทว์ได้ดังนี้:

  1. สภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวย: การวางแผนพลังงานระยะยาวที่ผิดพลาดและสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่มีเงื่อนไขผูกมัด ได้สร้างภาวะไฟฟ้าล้นระบบเชิงโครงสร้างขึ้นมา (บทที่ 2)

  2. การฉวยใช้ประโยชน์โดยอาชญากร: ภาวะไฟฟ้าล้นระบบนี้ได้สร้างจุดอ่อนที่ถูกองค์กรอาชญากรรมนำไปใช้ประโยชน์เพื่อทำการโจรกรรมไฟฟ้าในระดับอุตสาหกรรม สำหรับการทำเหมืองขุดคริปโทเคอร์เรนซี (บทที่ 1)

  3. ผลกำไรผิดกฎหมายและการฟอกเงิน: กิจกรรมนี้สร้างผลกำไรในรูปของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไร้ร่องรอยและไม่เสียภาษีเป็นมูลค่ามหาศาล ซึ่งจะถูกนำไปฟอกผ่านระบบการเงินเงามืดที่มีความซับซ้อน โดยใช้ช่องทาง P2P และ OTC ที่อยู่นอกเหนือการกำกับดูแล (บทที่ 3)

  4. ภาพสะท้อนในระดับมหภาค: เงินที่ถูกฟอกแล้ว เมื่อถูกนำกลับเข้ามาในระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการหรือเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดน จะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของ "เงินปริศนา" ที่ไม่สามารถอธิบายได้ ซึ่งปรากฏเป็นตัวเลขในรายการผิดพลาดและคลาดเคลื่อนสุทธิ (NEO) ของประเทศ (บทนำ)

            ภาพรวมที่ปรากฏขึ้นไม่ใช่เพียงเรื่องราวของอาชญากรรมหลายคดีที่เกิดขึ้นพร้อมกัน แต่คือภาพของความล้มเหลวเชิงระบบ ที่ซึ่งช่องโหว่ทางนโยบายในภาคส่วนหนึ่ง (พลังงาน) ได้สร้างโอกาสทางอาชญากรรมขนาดมหึมา ซึ่งถูกเปลี่ยนให้เป็นเงินผ่านอีกภาคส่วนหนึ่ง (สินทรัพย์ดิจิทัล) และท้ายที่สุดได้บิดเบือนข้อมูลเศรษฐกิจของชาติและบ่อนทำลายความมั่นคงทางการเงิน (การคลัง)

 

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (มุ่งเน้นการแก้ไขระบบ)

            เพื่อทลายวงจรเงามืดนี้ จำเป็นต้องมีมาตรการที่ครอบคลุมและแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ แทนที่จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างมากกว่าการกล่าวโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

1. ด้านนโยบายการเงินและเศรษฐกิจ (การจัดการปัญหา NEO)

  • จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจระดับสูง: ควรมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่นำโดยกระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ปปง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก (Forensic Audit) ถึงองค์ประกอบของตัวเลข NEO โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้นหารูปแบบที่สอดคล้องกับการไหลเวียนของเงินที่ถูกฟอก

  • ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ: เพิ่มความร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองทางการเงิน (Financial Intelligence Units) ในเขตอำนาจศาลที่เป็นที่ตั้งของแพลตฟอร์ม P2P/OTC ที่ไม่มีการกำกับดูแล เพื่อติดตามเส้นทางการเงินข้ามพรมแดน

 

2. ด้านนโยบายพลังงาน (การแก้ไขจุดอ่อนที่เป็นต้นตอ)

  • ทบทวนสัญญา PPA อย่างโปร่งใส: ริเริ่มกระบวนการทบทวนสัญญาระยะยาว (PPA) ที่มีอยู่ทั้งหมดอย่างเป็นอิสระและโปร่งใส โดยมีเป้าหมายเพื่อเจรจาเงื่อนไขที่นำไปสู่ภาวะกำลังผลิตไฟฟ้าล้นเกินและความเป็นภาระทางการเงินของสาธารณะ

  • ปฏิรูปแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP): ปรับปรุงกระบวนการจัดทำแผน PDP ของประเทศ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการฝั่งอุปสงค์ (Demand-Side Management) และการพยากรณ์การเติบโตที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง แทนที่การมุ่งขยายกำลังการผลิตฝั่งอุปทาน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณไฟฟ้าสำรองส่วนเกินในระบบที่อาชญากรใช้เป็นประโยชน์

 

3. ด้านการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบ (การจัดการองค์กรอาชญากรรม)

  • จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจถาวร "อาชญากรรมพลังงาน-การเงิน": สร้างหน่วยงานเฉพาะกิจถาวรที่บูรณาการความเชี่ยวชาญจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), ปปง. และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยมีภารกิจโดยตรงในการสืบสวนความเชื่อมโยงระหว่างการลักลอบใช้พลังงานขนาดใหญ่และการฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล

  • ขยายขอบเขตการกำกับดูแล: นอกเหนือจากการกำกับดูแลศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาต ควรพัฒนากลยุทธ์เพื่อขัดขวางเครือข่าย OTC ที่ไม่เป็นทางการ และร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์ม P2P จากต่างประเทศที่ไม่มีการกำกับดูแลของผู้ใช้งานในไทย

 

สรุป

            1. อาการ (The Symptom): ประเทศไทยมีเงินไหลเข้าระบบในระดับ "แสนล้านบาท" โดยไม่ทราบที่มา (NEO) ซึ่งเป็นตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และคำอธิบายแบบดั้งเดิมก็ไม่สามารถให้เหตุผลกับ "ขนาด" และ "ความต่อเนื่อง" ของมันได้

            2. เครื่องจักร (The Engine): มีการค้นพบ "เหมืองคริปโทฯ เถื่อน" ขนาดใหญ่อยู่ทั่วประเทศ ซึ่งทำหน้าที่เป็นโรงงานแปรสภาพพลังงานให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล การจับกุมเพียงไม่กี่แห่งก็สร้างความเสียหายให้รัฐได้เป็นร้อยเป็นพันล้านบาท แสดงให้เห็นว่า "เครื่องจักร" นี้มีกำลังการผลิตมหาศาล

            3. เชื้อเพลิง (The Fuel): ประเทศไทยมี "กำลังไฟฟ้าสำรองล้นเกิน" จากโครงสร้างการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ซึ่งภาระทั้งหมดถูกผลักให้ประชาชนจ่ายล่วงหน้าผ่านบิลค่าไฟ นี่คือ "เชื้อเพลิงฟรี" จำนวนมหาศาลที่ป้อนให้กับ "เครื่องจักร" ในข้อ 2 ทำให้ปฏิบัติการเถื่อนเหล่านี้ทำกำไรได้เกือบ 100% และยากต่อการถูกตรวจจับผ่านความผิดปกติของระบบไฟ

            4. ท่อส่ง (The Funnel): "ตลาด P2P และ OTC นอกระบบ" ทำหน้าที่เป็นท่อส่งสุดท้ายในการฟอก "ทองคำดิจิทัล" (Bitcoin) ให้กลายเป็น "เงินบาท" ที่สะอาดในระบบธนาคาร โดยไม่ทิ้งร่องรอยการโอนเงินจากต่างประเทศ ทำให้เงินก้อนนี้ปรากฏขึ้นในระบบเศรษฐกิจอย่างไร้ที่มา

            ทุกองค์ประกอบมันสอดรับกันอย่างลงตัว การมีอยู่ของข้อ 3 (เชื้อเพลิง) ทำให้ข้อ 2 (เครื่องจักร) ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และผลผลิตจากข้อ 2 ก็ถูกส่งต่อผ่านข้อ 4 (ท่อส่ง) จนปรากฏผลลัพธ์สุดท้ายที่ข้อ 1 (อาการ)

 

ผลงานที่อ้างอิง

  1. รู้จักเงินปริศนา “NEO” แบงก์ชาติไม่รู้ที่มา ย้ำไม่ใช่เงินสีเทาทั้งหมด- ไม่กระทบบาทแข็งค่า - ไทยรัฐ, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2884617

  2. รู้จักเงินปริศนา “NEO” แบงก์ชาติไม่รู้ที่มา ย้ำไม่ใช่เงินสีเทาทั้งหมด- ไม่กระทบบาทแข็งค่า | Thairath Money, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://today.line.me/th/v3/article/GgzWyQQ

  3. ธปท.แจงธุรกรรมที่ไม่ทราบที่มา ไม่ใช่ต้นเหตุทำเงินบาทแข็ง | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.thaipbs.or.th/news/content/356846

  4. ธปท.ปรับตัวเลข'เงินลึกลับ'ปี 67 เหลือ 2.3 แสนล. บางส่วนอาจ'เทา'-'บาทแข็ง'นำ เหตุทองพุ่ง, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://isranews.org/article/isranews-news/141711-BOT-Net-Errors-and-Omissions-news-2.html

  5. ธปท. แจงเงินปริศนาไหลเข้าไทยไม่ใช่สาเหตุทำบาทแข็งในปีนี้ - posttoday, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.posttoday.com/business/730826

  6. ธปท. มีข้อจำกัด ติดตามเงินไหลเข้า-ออกประเทศ - Policy Watch, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-37

  7. NEO ไม่ใช่ "เงินเทา" เสมอไป แบงก์ชาติไขความหมายเงินลึกลับ : PPTVHD36, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/257710

  8. แบงก์ชาติยังไม่รู้ ที่มาของเงินปริศนาไหลเข้าไทย? ตัวเลข Net Errors ไตรมาสละ 3–4 พันล้านดอลลาร์ เป็นเวลากว่า 2 ปี - Finnomena, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.finnomena.com/z-admin/thai-balance-of-payments-net-errors/

  9. พิพัฒน์ อธิบาย NEO เงินไร้ที่มาไหลเข้าไทย ผิดวิสัย Error สถิติตัวเลข - ประชาชาติธุรกิจ, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.prachachat.net/finance/news-1887013

  10. ธปท.อธิบาย "ธุรกรรมไม่ทราบที่มา" ไม่ใช่ต้นเหตุเงินบาทแข็ง ไม่ใช่เงินทุนเทาทั้งหมด - YouTube, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.youtube.com/watch?v=cxVvukJDE-g

  11. ธปท.ลั่นไม่เห็นสัญญาณเก็งกำไรค่าเงินบาท ชี้ ดูแลต่อเนื่องไม่ให้ผันผวนเกินเพื่อนบ้าน - ประชาชาติธุรกิจ, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.prachachat.net/finance/news-1887106

  12. แบงก์ชาติ เร่งพิสูจน์ เงินไม่รู้ที่มา ทะลักเข้าไทย 'ดร.พิพัฒน์' เตือนหากไม่เข้าใจมากพอ เสี่ยงทำนโยบายผิดพลาด - The Standard, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://thestandard.co/bot-investigate-mysterious-money-thailand/

  13. ตร.ทลายเหมืองบิทคอยน์ ลอบดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้า ความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท - LINE TODAY, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://today.line.me/th/v3/article/x2gKLpG

  14. บุก 2 เหมืองบิทคอยน์ยึดเครื่องขุด 652 เครื่อง เสียหายกว่า 200 ล้านบาท - YouTube, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.youtube.com/watch?v=wtynm1rvfqw

  15. DSI ทลายเหมืองบิทคอยน์เถื่อน ในพื้นที่ท่าม่วง กาญจนบุรี พบเครื่องขุดกว่า 300 เครื่อง ขโมยไฟหลวง-ทำรัฐเสียหายปีละกว่า 100 ล้าน - กรมสอบสวนคดีพิเศษ, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.dsi.go.th/th/Detail/321925059065c32869c4147dc04a4078

  16. "ตร.-การไฟฟ้าฯ" ทลายเหมืองบิทคอยน์ ซุก รง.ร้าง มูลค่ากว่า 17 ล้านบาท - Thai PBS, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.thaipbs.or.th/news/content/346215

  17. ตร.-กฟภ.อยุธยา บุกทลายเหมืองบิตคอยน์ ลักใช้ไฟฟ้า เสียหาย 3 ลบ. | รอบวันทันเหตุการณ์ 12 มิ.ย.68, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.youtube.com/watch?v=k6_7S0iNdc8

  18. 'ดีเอสไอ'บุกทลายเหมืองขุด'บิทคอยน์' ลักลอบใช้ไฟหลวง-เสียหายปีละกว่า ..., เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://isranews.org/article/isranews-short-news/132463-DSI-Bitcoin-Mining-news.html

  19. ทลายเหมืองบิตคอยน์ 25 จุดในธัญบุรี ลอบใช้ไฟหลวง ความเสียหายปีละ 50 ล้านบาท - ไทยรัฐออนไลน์, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.thairath.co.th/news/crime/2883854

  20. ตร.บุกจับเหมืองบิทคอยน์ ลอบใช้ไฟฟ้า เสียหายกว่า 110 ล้าน จ.ชลบุรี | Thai ..., เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.thaipbs.or.th/news/content/348011

  21. ป.รวบ จนท.การไฟฟ้าฯ-เครือข่ายลักไฟหลวงขุดบิทคอยน์ ทำรัฐเสียหาย 50 ล., เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://mgronline.com/crime/detail/9680000017426

  22. ทลายเหมืองบิทคอยน์ ยึดเครื่องขุดเกือบ 1000 เครื่อง ลอบใช้ไฟหลวง สูญกว่าร้อยล้านบาท, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1/240247

  23. DSI บุกปิด "เหมืองบิตคอยน์" ลักไฟฟ้าหลวง ขุดเหรียญ เสียหาย 500 ล้าน ..., เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.youtube.com/watch?v=xrQXsN3mz68

  24. ตำรวจไซเบอร์ทลายเหมือง Bitcoin เถื่อนแม่สอด จับ 5 ผู้ต้องหา ยึดของกลางอื้อ, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.thaitv5hd.com/web/content.php?id=45746

  25. ทลายเหมืองขุดบิทคอยน์ 9 จุด สุราษฎร์ธานี ลักไฟหลวงใช้ฟรี เสียหายกว่า 10 ล้าน - ไทยรัฐ, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.thairath.co.th/news/crime/2825193

  26. ลักกระแสไฟฟ้า ขุดบิตคอยน์ - Marut Bunnag, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://marutbunnag.com/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A2/

  27. ขโมยไฟหลวงขุดเหรียญ Crypto เสี่ยงคุก 10 ปี ปรับสูงสุด 2 แสน!! - DiTC, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://ditc.co.th/knowledge/steal-electricity-cyrpto-mining/

  28. กระทรวงพลังงานยืนยัน กำลังผลิตสำรองไฟฟ้าปัจจุบัน อยู่ที่ 25.5% เท่านั้น ไม่ใช่ 50% - YouTube, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.youtube.com/watch?v=Z0_AKW5lWAQ

  29. กระทรวง พลังงาน ยัน กำลัง ผลิต ไฟฟ้า สำรอง ปัจจุบัน อยู่ ที่ 25.5% เท่านั้น, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://energy.go.th/th/hot-news/30286

  30. 'พลังงาน' ยันสำรองไฟปัจจุบัน 25.5% ไม่ควรนับกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนร่วม - กรุงเทพธุรกิจ, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1159653

  31. สนพ.อ้างประเทศมีไฟฟ้าสำรองสูงมากกว่า 50% เป็นเรื่องเข้าใจผิด - ผู้จัดการออนไลน์, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://mgronline.com/onlinesection/detail/9660000037629

  32. สาเหตุค่าไฟแพงขึ้น ขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ หรือ ปริมาณไฟฟ้าสำรองล้นประเทศ - workpointTODAY, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.workpointtoday.com/why-electricity-bill-more-expensive

  33. ภาคประชาสังคมเชื่อไฟฟ้าสำรองล้นระบบ ต้นเหตุค่าไฟฟ้าแพง - Thai PBS, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.thaipbs.or.th/news/content/327607

  34. ไฟสำรองล้น ผู้บริโภคกระอักชง (ว่าที่) รัฐบาลชุดใหม่ แก้ให้ตรงจุด, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.tcc.or.th/11052566_electricity-bill_news/

  35. ยอดใช้ไฟทะลุ 36,000 MW ไฟฟ้าสำรองเหลือแค่ 20%, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://spacebar.th/deep-space/deep-space-electricity-consumption-peak-april-summer

  36. สรุป สาเหตุ 'ค่าไฟแพง' เอื้อเอกชนผลิต ไฟฟ้าสำรองล้นเกิน ประชาชนแบกค่า ..., เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1063857

  37. ทำไมค่าไฟจะไม่พุ่ง เมื่อคนไทยต้องจ่ายค่าไฟที่ไม่ได้ใช้ ? - Greenpeace ..., เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.greenpeace.org/thailand/story/27101/climate-energy-transition-electricity-price-2023/

  38. ปัญหาอยู่ตรงไหน ค่าไฟไทยทำไมถึงแพง | เศราฐกิจติดบ้าน - YouTube, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.youtube.com/watch?v=uSxZtUoy8ao

  39. orbix | Thailand's Digital Assets Exchange Platform, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.orbixtrade.com/

  40. Binance TH Crypto Exchange - Buy Bitcoin, Ethereum and other cryptocurrencies, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.binance.th/en

  41. Bitkub.com | Thailand's Cryptocurrency Exchange | Buy bitcoin, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.bitkub.com/en

  42. การสกัดกั้นบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเข้มข้นมากขึ้น - Start-to-invest, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.smarttoinvest.com/Pages/Investment%20Products/Investment%20knowledge/elevate-intense-interception-of-digital-asset-mule-accounts.aspx

  43. ยกระดับการสกัดกั้นบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัล - Start-to-invest, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.smarttoinvest.com/Pages/Investment%20Products/Investment%20knowledge/enhance-interception-of-digital-asset-mule-accounts.aspx

  44. แนวทางปฏิบัติ เรื่อง การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า สาหรับสถาบันการเงิน ประเภทผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้ให้บริการระบบเสนอ, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://sed.amlo.go.th/uploads/content_attachfile/attach_202407081144_668b6eb462293.pdf

  45. Chula Digital Collections เปลี่ยนการทําธุรกรรมซื้อขายสกุลเงิ, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=11834&context=chulaetd

  46. พระราชกำหนด การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่2) พ.ศ. 2568, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://prt.parliament.go.th/bitstreams/7f5067f4-9b41-4792-922f-756191d2dd2b/download

  47. Thailand targets foreign crypto P2P services in new anti-crime laws - Cointelegraph, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://cointelegraph.com/news/thai-sec-foreign-crypto-p2p-cybersecurity-laws

  48. Thailand Targets Foreign P2P Crypto Platforms in New Legal Overhaul - Decrypt, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://decrypt.co/314287/thailand-targets-foreign-p2p-crypto-platforms-in-new-legal-overhaul

  49. EP:5 - บทบาทของสกุลเงินดิจิทัลในการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน ..., เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.amlsolution.co/content/9596/ep5-%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99

  50. OTC Service | Crypto exchange Binance TH, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://www.binance.th/en/universal/landing/otc

  51. Over the Counter Transactions in Thailand - Belaws, เข้าถึงเมื่อ กันยายน 25, 2025 https://belaws.com/thailand/legal/blockchain-expertise/over-the-counter-transactions-thailand/

อ่าน 339 คน
2026 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved